Update

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนมไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนมไทย แสดงบทความทั้งหมด

วุ้นร้อยหน้า ธุรกิจขนมไทย กำไรงาม

| วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2559
อ่านเพิ่มเติม »
ถ้าพูดถึงขนมที่นิยมในอดีตถึงปัจจุบัน หารับประทานง่าย รสชาติก็อร่อย และเป็นที่มานิยมมาตลอดอย่างยาวนาน นั่นก็คือวุ้นกะทิ เมนูขนมหวานเนื้อนิ่ม ซึ่งปัจจุบันนั้นก็มีหญิงแกร่งที่สู้ชีวิตด้วยอาชีพวุ้น จนปัจจุบันนั้นยืนด้วยตัวเองโดยไม่ต้องง้อใคร ด้วยจุดเด่นของวุ้นที่มีรูปแบบและสีสันแตกต่างจากท้องตลาดๆทั่วๆไป และหน้าของวุ้นนั้นก็มีถึงร้อยหน้าเลยทีเดียว ยอดขายแต่ละวันนั้นก็ไม่แพ้เมนูขนมหวานอื่นๆที่นิยมเลย

วุ้นร้อยหน้า ธุรกิจขนมไทย กำไรงาม

Posted by : TAI2U on :วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2559 With 0ความคิดเห็น

บ้านเดือนขนมไทย สดใหม่ กำไรงาม

| วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558
อ่านเพิ่มเติม »

  แฟรนไชส์บ้านเดือนขนมไทย สดใหม่ กำไรงาม เริ่มต้นแค่ 2,000 บาท

บ้านเดือนขนมไทย แฟรนไชส์ขนมไทยแบรนด์น้องใหม่ถอดด้าม แต่เก๋าด้วยรสชาติไม่เป็นสองรองใคร ตามแบบฉบับขนมเมืองเพชรฯ อันเลื่องชื่อระดับตำนานมาแต่ครั้งเก่าก่อน เป็นเวลากว่า 30 ปี รู้จักกันดีในนาม ลุงเอนก ขนมไทย ที่เริ่มต้นจากการผลิตและขายส่งน่าร้านเพียงอย่างเดียว จนกลายเป็นโรงงานผู้ผลิตขนมไทยรายใหญ่ของ จ. เพชรบุรี

บ้านเดือนขนมไทย สดใหม่ กำไรงาม

Posted by : TAI2U on :วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558 With 0ความคิดเห็น

เก้าพี่น้อง ขนมไทยเงินล้าน

| วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558
อ่านเพิ่มเติม »
ธุรกิจเล็กๆ เริ่มจากตลาดนัด อ.ต.กสู่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ สายการบินระดับชาติ และตลาดต่างประเทศ

ขนมไทยหน้าตาน่าทาน อาทิ ข้าวต้มมัด ทองหยิบ ทองหยอด ลูกชุบ ขนมจ่ามงกุฎ ฯลฯ ผ่านกระบวนการทำสุดประณีต และใส่ใจ ในระบบการผลิตที่ได้มาตรฐาน พร้อมเดินทางจากโรงงาน "ขนมไทยเก้าพี่น้อง" นับ 2 แสนชิ้นต่อวัน นำเสิร์ฟความอร่อยแก่ลูกค้าทั้งในไทยและต่างประเทศ

เก้าพี่น้อง ขนมไทยเงินล้าน

Posted by : TAI2U on :วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558 With 0ความคิดเห็น

Chan ขนมไทยใส่ไอเดีย ของ เอิร์ธ

| วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558
อ่านเพิ่มเติม »


เอิร์ธ-ศัลย์ อิทธิสุขนันท์ เป็นอีกหนึ่งพิธีกรหนุ่มที่มีงานชุกพอสมควรทีเดียว แต่เขาก็ยังมีเวลาพอในการบริหารธุรกิจร้าน “Chan” หรือ “ชั้นขนมหวาน” ซึ่งร่วมหุ้นกับเพื่อนๆ ที่ชอบทานขนมหวานไทยๆ เหมือนกัน โดยเปิดมานานกว่า 1 ปีแล้ว

Chan ขนมไทยใส่ไอเดีย ของ เอิร์ธ

Posted by : TAI2U on :วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558 With 0ความคิดเห็น

วุ้นร้อยหน้า พารวย

| วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »

ไอเดียวุ้นร้อยหน้า พารวยของวรารัตน์เกิดจากความตั้งใจที่ต้องการให้วุ้น ของตนออกแบบให้น่ารับประทานคล้ายขนมเค้ก ล่าสุดทำวุ้นสอดไส้ครีมโดนัท เช่น วานิลา สตรอเบอรี่ ช็อกโกแลต ส้ม สังขยา ขายในราคา 12 ชิ้น 55 บาท
เพียงเพราะคำว่า “แม่ไม่มีเงิน” กลายเป็นแรงผลักดันให้ผู้หญิงคนหนึ่งต่อสู้กับอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต ด้วยต้องการให้ลูกมีกินมีใช้เหมือนคนอื่น จึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีรายได้จุนเจือครอบครัว เริ่มจากทำวุ้นกะทิตระเวนขายตามบ้าน ปัจจุบันกลายเป็นเจ้าของธุรกิจ “วุ้นร้อยหน้า” สร้างความต่างเหนือคู่แข่ง โดนใจลูกค้า ยึดเป็นอาชีพหลักได้อย่างน่าชื่นชม
ฝีมือในการทำขนมสำหรับ “วรารัตน์ ปั้นเพชร” เจ้าของธุรกิจวุ้นร้อยหน้า ถือว่าไม่น้อยหน้าใคร ถูกฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก ในฐานะที่เกิดในครอบครัวคนจีนต้องถูกฝึกมาให้ช่วยทำงาน จนกระทั่งถึงคราวต้องทำการค้าเอง จึงงัดความรู้ที่สั่งสมมา เริ่มจากการทำวุ้นกะทิที่สามีชอบซื้อรับประทานอยู่เป็นประจำมาทำเอง พัฒนาสูตรขนมมาเรื่อยๆ จนรสชาติเป็นที่พอใจก็คิดทำขาย หวังช่วยหารายได้ให้แก่ครอบครัวอีกทางหนึ่ง อาศัยวิธีการขายแบบตระเวนกดกริ่งตามบ้าน ทำมาได้สักระยะ ก็ปรับรสชาติ และความหลากหลายให้กับวุ้น เนื่องจากลูกค้าเริ่มเบื่อวุ้นกะทิ จึงนำลอดช่อง เผือก สลิ่ม ฟักทองมาทำเป็นหน้าวุ้น พร้อมกับเปิดร้านขายตามตลาดนัด โดยช่วงแรกทำเองขายเองตามกำลังเท่าที่ทำได้ ทำให้บางครั้งต้องหยุดขายไปบางวัน แต่ขณะนี้สามีลาออกจากงานประจำมาช่วยขายวุ้น ทำให้วรารัตน์สามารถผลิตวุ้นอยู่กับบ้านได้อย่างเต็มที่
“ต้องขอบคุณครอบครัวที่ฝึกให้เราอดทน รู้จักทำงานมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เมื่อเจออุปสรรคในชีวิตก็ไม่ยอมแพ้ สู้ทำทุกทางเพื่อให้ได้เงินมาหล่อเลี้ยงครอบครัว เพราะหลังจากที่เราไม่สามารถซื้อขนมหรือของกินทั่วไปให้ลูกได้ พูดได้เพียง ‘แม่ไม่มีเงิน’ เป็นประโยคที่ทุกครั้งเราพูดจะเสียใจว่าทำไมเราไม่สามารถทำให้ลูกได้ ก็คิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อมีเงินมาให้ลูก เริ่มจากการทำวุ้นกะทิขาย โดยใช้ 2 ขา แทนรถยนต์ตระเวนขายวุ้นตามบ้าน พัฒนามาขายตามตลาดนัด และกลายเป็นวุ้นมีหน้ามีหน้าในที่สุด”

ธุรกิจวุ้นร้อยหน้า พารวยเริ่มลงตัว เมื่อสามี ‘นายกิตินันท์ ปั้นเพชร’ ลาออกจากงานประจำกับการเป็นอดีตมือกลองวงไทม์ และนักดนตรีให้แก่วงต่าง ซึ่งหนีไม่พ้นการทำงานกลางคืน ไม่มีเวลาให้ครอบครัว รวมถึงรายได้เริ่มลดลงจากรายได้การขายซีดีเพลง ที่ผู้คนหันไปอุดหนุนซีดีเถื่อนมากขึ้น ดังนั้นหากออกมาช่วยภรรยาขายวุ้นน่าจะช่วยเพิ่มรายได้ แถมยังมีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้นด้วย
“เมื่อคุณ กิตินันท์ไม่ได้เป็นนักดนตรีแล้ว ก็มีเวลามาช่วยขายวุ้นได้มากขึ้น จากเดิมต้องขายๆ หยุดๆ เพราะไม่มีเวลาผลิตรวมถึงต้องทำงานบ้านควบคู่ไปด้วย แต่เมื่อมีคนออกไปขายโดยเฉพาะ ทำให้เรามีเวลาคิดสูตรวุ้นแปลกใหม่ได้ และให้เวลากับการผลิตเต็มที่จนกลายเป็นวุ้นร้อยหน้าในที่สุด”

ไอเดียวุ้นร้อยหน้า พารวยของวรารัตน์เกิดจากความตั้งใจที่ต้องการให้วุ้น ของตนออกแบบให้น่ารับประทานคล้ายขนมเค้ก ล่าสุดทำวุ้นสอดไส้ครีมโดนัท เช่น วานิลา สตรอเบอรี่ ช็อกโกแลต ส้ม สังขยา ขายในราคา 12 ชิ้น 55 บาท วุ้น ไส้เผือกกวน, ไส้ถั่วแดงกวน, ถั่วเขียวผ่าซีกกวน , ไส้งาดำ และไส้ลูกชิด นอกจากนี้ยังมีวุ้นลูกตาลนมสด มีแปะก๊วยโรยหน้า รับประกันเนื้อลูกตาลและมะพร้าวอ่อนทุกชิ้น วุ้นขนมตาล วุ้นลอดช่อง และสลิ่ม เป็นต้น โดยอนาคตจะทำวุ้นไส้เค็ม คล้ายซาลาเปาให้ลูกค้าได้ลิ้มลองอีกด้วย ในขณะที่รสชาติจะกลมกล่อมไม่หวานจนเกินไป เนื้อวุ้นนิ่มพอดี ไม่เป็นน้ำ สามารถเก็บในตู้เย็นได้ 3 วัน เพราะทางร้านไม่ใส่วัตถุกันเสีย หรือสารเคมีใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
ปัจจุบันวุ้นร้อยหน้า พารวยวางจำหน่ายตามตลาดนัดย่านโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เช่น โรงพยาบาลกลาง, โรงพยาบาลราชวิถี, โรงพยาบาลโรคผิวหนัง, สถาบันมะเร็ง, โรงพยาบาลหัวเฉียว, โรงพยาบาลเซ็นหลุยส์, โรงพยาบาลนพรัตน์ฯ และตลาดอมรพันธ์ หมู่บ้านเสนานิเวศน์ ย่าน ม.เกษตรศาสตร์ หลังทั้งคู่พบว่าเป็นทำเลที่มีกลุ่มลูกค้าเหมาะสมกับสินค้า เนื่องจากเป็นของฝากให้แก่ผู้ป่วยได้ดี รับประทานง่าย หรือนำไปรับประทานเอง และซื้อกลับบ้านก็เป็นขนมที่รับประทานได้ทั้งครอบครัว ซึ่งในแต่ละวันจะเวียนไปขายตามสถานที่เหล่านี้ ใครสนใจต้องการไปอุดหนุนแนะนำควรโทรไปสอบถามที่กิตินันท์ก่อนที่ 08-9213-1709

ที่มา..http://www.manager.co.th

วุ้นร้อยหน้า พารวย

Posted by : TAI2U on :วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

ถังทอง พันหน้า หลากหลายรายได้งาม

| วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »
เมื่อเอ่ยชื่อ ขนมถังแตก หลายคนมักนึกถึงภาพ ขนมโบราณที่โรยด้วยงา น้ำตาลและมะพร้าว แต่พอวันเวลาเปลี่ยนไป ชีวิตความเป็นอยู่ รวมไปถึงอาหารการกิน ก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยและความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ เช่นเดียวกับ ‘ถังทอง พันทอง’ ที่ประยุกต์รูปแบบการนำเสนอ ทั้งเรื่องรสชาติ หน้าตาและไส้ที่หลากหลายให้ผู้บริโภคได้เลือกรับประทาน
‘คุณพิมพ์นิศา ฉัตรเอกเจริญ’ หรือ ‘คุณอุ๋ย’ เจ้าของธุรกิจ ‘ถังทอง พันทอง’ กล่าว่า เหตุที่หันมาจับธุรกิจขนมถังทองพันหน้า เนื่องจากเป็นคนชอบรับประทานขนมถังแตก รวมไปถึงชื่นชอบการทำขนมเป็นทุนเดิม จึงนำวิชาความรู้เกี่ยวกับการทำเบเกอรี่มาประยุกต์ปรับปรุงสูตรให้มีความทันสมัยและโดนใจกลุ่มลูกค้าในยุคนี้
“เราได้มีการประยุกต์แป้งที่ใช้ทำขนมถังแตกแบบเดิม ซึ่งมีส่วนผสมของ แป้งข้าวเจ้า ผงโซดา น้ำตาลปี๊บ ปรับเปลี่ยนสูตรโดยใช้ส่วนผสมของเบเกอรี่ผสมผสานเข้าเพื่อให้ทำง่ายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถผสมแป้งและขายได้เอง โดยที่เราไม่ต้องเข้าไปดูแลในทุกขั้นตอน”
นอกจากแป้งที่มีความสำคัญในการทำขนมถังทองแล้ว การตกแต่งหน้าตาของขนมก็เป็นอีกสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยคุณอุ๋ยมีไอเดียในการรังสรรค์ออกมาให้ลูกค้าได้เลือกอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ฝอยทอง ถั่วแดง ถั่วเหลือง สังขยา  เผือก หรือจะเป็นปูอัด แฮม ไส้กรอก เพื่อให้เกิดความแปลกใหม่และแตกต่างในท้องตลาด อีกทั้งยังเป็นทางเลือกให้ลูกค้าในการเลือกรับประทานขนมถังทองในรูปแบบใหม่ๆอีกด้วย
ด้านรสชาติความอร่อยถือเป็นสิ่งหนึ่งที่การันตีได้ว่า‘ขนมถังทอง พันทอง’ อร่อยสมคำร่ำลือ ค้วยความนุ่มของเนื้อแป้งที่สอดผสานกลิ่นอายความเป็นถังแตกดั้งเดิม สรชาติความหอมหวานจากวนิลาที่ผสมลงไปในเนื้อแป้ง รวมไปถึงหน้าและไส้ที่มีให้เลือกกันอย่างหลากหลาย เพียงเท่านี้ก็ทำให้ลูกค้าได้อิ่มเอมกับรสชาติความอร่อยของขนมถังทองได้อย่างลงตัว
คุณอุ๋ย อธิบายต่ออีกว่า หลังจากเปิดขายได้สักระยะ ลูกค้าให้ความสนใจในตัวสินค้าเป็นจำนวนมาก เพราะเห็นว่าแตกต่างจากที่เคยมีมา นอกจากนั้นยังมีหน้าและไส้ให้เลือกรับประทานมากมาย จากจุดนี้เองจึงทำให้ทางคุณอุ๋ย มุ่งมั่นที่จะพัฒนาหาวัตถุดับชนิดต่างๆเข้ามาเสริม รวมไปถึงตกแต่งหน้าขนมถังทองให้มีความสวยงามและน่ารับประทานมากขึ้น
“ตรงนี้จะเห็นได้ว่าขนมถังแตกแบบโบราณ จะมีเพียงแค่ งา น้ำตาลและมะพร้าว ที่ใช้โรยหน้าเพียงเท่านั้น แต่ขนมถังทองที่เราพัฒนารูปแบบละสูตรขึ้นมาใหม่นี้ มีหน้าให้เลือกมากมาย รวมไปถึงมีความเป็นเบเกอรี่มากขึ้น ดังนั้นจึงทำให้ถูกปากลูกค้าไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ เรียกได้ว่าสามารถเข้าไปครองใจลูกค้าได้ทุกกลุ่ม”
ทั้งนี้คุณอุ๋ยมองว่าหากจะทำเป็นระบบแฟรนไซส์แบบทั่วไป ที่แฟรนไซส์ซีต้องมารับวัตถุดิบจากแฟรนไซส์ซอร์ คนที่ซื้อแฟรนไซส์ก็จะไม่มีสิทธิ์รู้สูตรต่างๆ ซึ่งเธอมองว่าผู้ลงทุนจะได้รับประโยชน์มากกว่าที่ต้องคอยให้แฟรนไซส์ซอร์เป็นผู้ส่งวัตถุดิบให้
“ตอนนี้เราเปิดสาขาต้นแบบ ซึ่งถือเป็นที่แรกของเรา คือ ที่ห้างฯ แม็คโค สาธร แต่โดยภาพรวมมองว่าคงจะไม่เพิ่มจำนวนสาขา แต่จะเน้นไปที่การขายสูตรขนมถังทองให้กับผู้ที่สนใจร่วมลงทุนมากกว่า แม้จะไม่เคยทำมาก่อนก็สามารถทำได้ เรามีการสอนขั้นตอนการทำ การผสมแป้งให้หมดทุกขั้นตอน เพียงแค่มาเรียนกับเรา 1 วัน สามารถออกไปประกอบอาชีพเปิดกิจการเป็นของตัวเองได้”
ถังแตก
‘ถังทอง พันทอง’ ขนมที่ขายได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็น หน้าตาและไส้ที่ที่มีให้เลือกมากมาย ความอร่อยความหอมของวนิลาที่เป็นส่วนผสม รสสัมผัสที่นุ่มลิ้นเมื่อได้ลิ้มลอง โดยไม่ต้องทาน้ำมันก็สามารถแคะออกได้เลยผนวกกับทำเลการขายที่ดี เพียงเท่านี้ก็สามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้กับผู้สนใจ โดยต้นทุนแป้งประมาณ 300 บาท สามารถทำขายได้ประมาณ 120-150 ชิ้น ขายในราคา 15 บาท สร้างรายได้ประมาณ 1,800-2,250 บาท ดังนั้นหากมองที่ต้นทุน‘ถังทอง พันทอง’ สามารถสร้างกำไรให้แก่ผู้ลงทุนได้แน่นอน

ข้อมูลธุรกิจ
ชื่อธุรกิจ                                ถังทอง พันทอง
ประเภทธุรกิจ                       อาหารขนม (ขนม)
รูปแบบการลงทุน                ลงทุน 15,000 บาท สอนสูตรทำขนมถังทอง พร้อมป้ายร้าน และชุดเตา
ระยะเวลาคืนทุน                 ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้ง
โทร                                         086 332 1152, 086 772 2999, 080 264 1444
อีเมล์                                      auiaui56@hotmail.com

ที่มา....http://www.businessthaicenter.com/

ถังทอง พันหน้า หลากหลายรายได้งาม

Posted by : TAI2U on :วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

บ้านเดือนขนมไทย” แบรนด์ใหม่ ดีกรีระดับ 5 ดาว

| วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »

บ้านเดือนขนมไทย” หลายคนอาจคิดว่าเป็นแฟรนไชส์น้องใหม่ในตลาด โอกาสแจ้งเกิดคงไม่ง่ายนัก ทว่าความจริงแล้ว “บ้านเดือนขนมไทย” คือผลลัพธ์ของการต่อยอดมาจากขนมไทยชื่อดังอย่าง “ลุงอเนก ขนมไทย” ต้นตำรับเมืองเพชรที่ทำธุรกิจมานานกว่า 20 ปี แหล่งรวมขนมไทยชื่อมงคลกว่า 50 ชนิด ขนมเสน่ห์จันทน์, ขนมจ่ามงกุฎ, ขนมทองเอก, ขนมทองหยิบ, ขนมตาล, ขนมหม้อแกง ฯลฯ โดยมีการส่งขายไปทั่วประเทศ และสร้างอาชีพ รายได้เสริมให้แก่พ่อค้าแม่ขายมานับร้อยนับพันรายแล้ว
บ้านเดือนขนมไทย” สร้างมาตรฐานสู่สากล

     คุณประวิทย์ เครือทรัพย์ หรือคุณโจ้ ผู้ผลักดันสร้างแบรนด์ “บ้านเดือนขนมไทย” แฟรนไชส์ขนมไทยที่กำลังนิยมอยู่ในขณะนี้ เกริ่นถึงที่มาของการขยายธุรกิจใหม่นี้ว่า เดิมทีทางบ้านทำธุรกิจขนมไทยผ่านแบรนด์ที่ชื่อว่า “ลุงอเนก ขนมไทย” โดยในช่วงแรกนั้นผลิตเพื่อจำหน่ายภายในจังหวัดเท่านั้น แต่ปรากฏว่ามีคนติดต่อสนใจมาขอซื้อจำนวนมากเพื่อนำไปขายต่อตามภูมิภาคจังหวัดอื่นๆ จึงเริ่มขยายธุรกิจในรูปแบบของการขายส่งด้วย ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้ที่สนใจทำธุรกิจเสริมมาก เพราะเมื่อนำไปขายปลีกแล้วจะได้กำไรไม่น้อยกว่า 70% จนวันนี้เชื่อว่าในวงการขนมไทย น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักชื่อ “ลุงอเนก ขนมไทย”

     ความสำเร็จดังกล่าวทำให้เกิดการพูดถึง “ลุงอเนก ขนมไทย” มากขึ้น และจากประสบการณ์ที่ได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับนักลงทุนที่สนใจมามากมาย จึงเกิดแนวคิดในการขยายธุรกิจในรูปแบบของแฟรนไชส์ขึ้นมาภายใต้แบรนด์ “บ้านเดือนขนมไทย” เพื่อให้นักลงทุนที่สนใจสามารถนำขนมไทยไปต่อยอดสร้างรายได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ “คุณประวิทย์” ย้ำว่า “บ้านเดือนขนมไทย” คือผลลัพธ์ของเป้าหมายที่ต้องการยกระดับขนมไทยให้มีความเป็นสากลมากขึ้น โดยที่ผ่านมา “ขนมไทย” ได้รับการยอมรับในเรื่องของรสชาติ และความปราณีอยู่แล้ว มีการนำไปใช้ในการประกอบงานพิธีมงคล หรือนำไปฝากญาติผู้ใหญ่อยู่แล้ว สิ่งที่ต้องทำเพิ่มคือ การพัฒนาสร้างมาตรฐานของสินค้าให้ดียิ่งขึ้น และปรับปรุงรูปแบบของแพ็คเก็จจิ้งให้ดูดี ซึ่งได้ใช้เวลาในการพัฒนาอยู่นาน
จนถึงวันนี้ “บ้านเดือนขนมไทย” ได้รับการติดต่อจาก BIG C ให้นำสินค้าเข้าไปวางจำหน่ายอยู่ด้วย 20 สาขา ทั่วกทม. และปริมณฑล พร้อมกับที่ BIG C จ.สกลนคร อีกด้วย ซึ่งการที่สามารถไปวางจำหน่ายภายในโมเดิร์นเทรดชื่อดังได้นั้น คือสิ่งที่ยืนยันถึงคุณภาพของ “บ้านเดือนขนมไทย” ได้อย่างชัดเจนที่สุด ทั้งในแง่ของรสชาติความอร่อย และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

“บ้านเดือนขนมไทย” ครอบคลุมทุกการลงทุน
สำหรับคนที่มองหาธุรกิจหรือรายได้เสริมอยู่นั้น “ขนมไทย” ก็ถือเป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจเพราะ คนไทยกับขนมไทย นั้นเป็นของคู่กัน มาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งหากย้อนกลับไปคิดทบทวนจะพบว่านอกจากขนมไทย จะเป็นขนมหวานสำหรับการทานเล่นแล้ว ยังถูกนำมาใช้ในการประกอบพิธีมงคลต่างๆ มากมาย ฉะนั้นจึงขายได้ทุกเทศกาลตลอดปีอยู่แล้ว ซึ่งสำหรับผู้ที่สนใจธุรกิจ “บ้านเดือนขนมไทย” นั้น คุณประวิทย์ กล่าวว่าได้มีการจัดแบ่งรูปแบบของการทำธุรกิจเป็น 3 รูปแบบใหญ่ๆ เพราะเข้าใจว่านักลงทุนแต่ละรายมีความต้องการที่แตกต่างกันออกไป


สุดท้าย “คุณประวิทย์” ย้ำว่า แม้ “บ้านเดือนขนมไทย” จะเป็นแบรนด์น้องใหม่ แต่ในเรื่องคุณภาพไม่เป็นรองใคร เพราะยังคงเน้นเรื่องของวัตถุดิบ และกระบวนการผลิตที่ต้องสด ใหม่อยู่เสมอ จึงไม่มีการนโยบายผลิตสินค้าค้างสต๊อกไว้ก่อน ดังนั้น เพราในกรณีที่ลูกค้าต้องการสินค้าเพิ่มเติมต้องโทรมาสั่งล่วงหน้าราว 2-3 วัน เพื่อให้ทางร้านได้เตรียมผลิตได้ทันตามจำนวนที่ต้องการ เพราะ “บ้านเดือนขนมไทย” เชื่อว่า “คุณภาพที่ดี” คือ หัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตยั่งยืน
สนใจธุรกิจ “บ้านเดือนขนมไทย” ติดต่อได้ที่ คุณประวิทย์ เครือทรัพย์ (โจ้) เลขที่ 69 หมู่ 5 ต.สำมะโรง อ.เมือง จ.เพชรบุรี 76000 โทร.089-796-5052, 084-899-9549, 032-444-075
อีเมล์ : joe.ed25@gmail.com
เว็บไซต์ : www.thaidesserthome.com เฟชบุ๊ค www.facebook.com/thaidesserthome


อ้างอิงข้อมูล : นิตยสาร SMEsสร้างอาชีพ

บ้านเดือนขนมไทย” แบรนด์ใหม่ ดีกรีระดับ 5 ดาว

Posted by : TAI2U on :วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

วุ้นแฟนซี สีสันแห่งความอร่อย

| วันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »

หนึ่งในเมนูขนมไทยที่หารับประทานง่าย รสชาติอร่อย และเป็นที่นิยมตลอด นั่นคือ “วุ้น” ขนมหวานเนื้อนิ่ม ใสแจ๋ว ปัจจุบันกระตุ้นยอดขาย ด้วยการนำมาพลิกแพลงรสชาติให้มีความหลากหลาย เเละรูปแบบมากมาย อาทิ วุ้นเฉาก๊วย วุ้นลูกชุบ วุ้นมะม่วง วุ้นกาแฟ วุ้นเค้ก วุ้นสตรอเบอร์รี่ วุ้นน้ำนมถั่วเหลือง วุ้นนมสด วุ้นธัญพืช วุ้นชาเขียว วุ้นนมพร่องมันเนย วุ้นสายรุ้งกะทิ วุ้นหน้าทองหยิบ ทองหยอด เป็นต้น
วันนี้เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านการทำวุ้น มาร่วมเผยข้อมูล รายละเอียด กรรมวิธีการทำ สถานที่จำหน่าย และเคล็ดลับต่างๆ เกี่ยวกับการทำวุ้น นั่นคือ อาจารย์พรรณี เล้าศิริ

วุ้นไทยแฟนซีปัจจุบัน อาจารย์พรรณี นอกจากเป็นวิทยากรประจำศูนย์อาชีพและยังจำหน่ายวุ้นเป็นอาชีพเสริม ซึ่งลักษณะวุ้นที่จำหน่ายเป็นวุ้นแฟนซี สีสันสวยงาม เนื้อนิ่ม รับประทานง่าย รสชาติหวานกำลังดี รับประทานได้ทุกเพศ ทุกวัย

   เริ่มต้น อาจารย์ อธิบายคุณสมบัติของวุ้นว่า มี 2 รูปแบบ คือ วุ้น A และ วุ้น AA ความแตกต่างคือ วุ้น A เนื้อจะนิ่ม เนียน ไม่กรอบ ส่วนวุ้น AA จะมีความแข็ง และกรอบ ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้ ความนิยมบริโภค เท่าๆ กัน แต่ที่ขายตามท้องตลาด ส่วนใหญ่มักจำหน่ายรูปแบบ AA เนื่องจากต้นทุนต่ำกว่า

   สำหรับอุปกรณ์การทำวุ้น ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วในครัวเรือน อาทิ หม้ออะลูมิเนียม ทัพพี ช้อนกาแฟ กระติก ไม้จิ้มฟัน ผ้าขาวบาง มีบางชนิดที่ต้องหาซื้อเพิ่ม เช่น แบบพิมพ์ ถ้วยตวง ช้อนตวง ที่ปาดส่วนผสม สีผสมอาหาร ขวดที่มีฝาบีบ พาย

“อุปกรณ์ที่จำเป็น ขาดไม่ได้ในการทำวุ้น ได้แก่ ช้อนตวง ถ้วยตวงแห้ง ถ้วยตวงน้ำ พาย ทัพพี กระติกเก็บความร้อน ช้อนชงกาแฟ หม้อสำหรับเคี่ยววุ้น ผ้าขาวบาง ไม้จิ้มฟัน ขวดสำหรับหยดสี สีผสมอาหาร กลิ่น กล่องใส่วุ้น ถุง และสก๊อตเทปใส ทั้งหมดนี้หากซื้อใหม่ยกชุด ต้นทุนประมาณ 3,000 บาท พร้อมวัตถุดิบอีกจำนวนหนึ่ง” อาจารย์พรรณี ระบุ

  ลำดับถัดมา ถามถึงค่าวัตถุดิบ อาจารย์เผยว่า ผงวุ้นที่จำหน่าย ทั่วไป 50 กรัม ราคา 53 บาท รวมน้ำตาล ภาชนะบรรจุ กล่อง ต้นทุนอยู่ที่ 170 บาท แต่สามารถทำกำไรได้เกินครึ่ง หรือประมาณ 200 เปอร์เซ็นต์ “ถ้าทำวุ้นตามสูตรที่ให้ไป จะได้วุ้นไซซ์เล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ประมาณ 250 ถ้วย ส่วนประกอบ คือ ผงวุ้น 1 ซอง ขนาด 50 กรัม ราคา 53 บาท น้ำตาล 2 1/2 ถ้วย ถ้วยขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว 3 แพ็ก หรือ 250 ถ้วย ราคา 39 บาท กะทิ 1 กล่องใหญ่ เฉลี่ยต้นทุนทั้งหมดประมาณ 170 บาท จำหน่ายถ้วยละ 2 บาท เบ็ดเสร็จกำไร 330 บาท
เมื่อเป็นสินค้าที่ทำกำไรสูง ฉะนั้น ถ้าต้องการทำขาย ปริมาณควรอยู่ที่เท่าไหร่ และเริ่มต้นขายด้วยวิธีใด อาจารย์ ระบุ ปัจจุบันเนื่องจากคาดเดาตลาดยาก อีกทั้งตัวเลือกขนมมีมาก ดังนั้น บรรดามือใหม่ ควรเริ่มแต่น้อย ทดลองทำเพียง 1 สูตร หรือประมาณ 250 ถ้วยเล็ก ไปก่อน เมื่อเริ่มมีลูกค้า ค่อยประชาสัมพันธ์ว่ารับทำตามออร์เดอร์ วิธีนี้นอกจากไม่สิ้นเปลืองแล้ว ยังทราบความต้องการของผู้บริโภคแท้จริง “แม้วุ้นจะเป็นขนมที่ต้นทุนไม่สูง แต่แรกๆ ควรทำขายแต่น้อย เพราะปัจจุบันคาดเดาตลาดยาก ส่วนวิธีจำหน่ายที่ประหยัด เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจที่สุดคือ นำวุ้นใส่กระติกปิคนิค แล้วตั้งโต๊ะสแตนเลสวางจำหน่าย”
เนื่องจากปัจจุบัน มีผู้ประกอบการจำหน่ายวุ้นเป็นจำนวนมาก ถามว่า ทำอย่างไรวุ้นจะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น สามารถสนองตอบความต้องการของลูกค้าได้ อาจารย์ ตอบว่า สิ่งสำคัญของวุ้นอยู่ที่น้ำ ควรเลือกใช้น้ำต้มสุก สะอาด ผ่านการกรองจนแน่ใจว่า ปราศจาก สี กลิ่น รส มิฉะนั้น วุ้นที่ได้จะมีกลิ่นเหม็นคาว ส่วนรูปแบบ ควรใช้แม่พิมพ์ที่แปลกตา และได้รับความนิยม อาทิ รูประฆัง โบว์ สัตว์ต่างๆ ตัวการ์ตูน อักษรจีน ภาษาเกาหลี ญี่ปุ่น สัญลักษณ์วันเกิด หัวใจ รูปโบว์ ดอกกุหลาบ ผลไม้ ตัวอักษร “วุ้นถ้าทำตามสูตร รสชาติที่ได้ ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก ขึ้นอยู่กับความอดทนของผู้ทำ เนื่องจากใช้เวลานาน ประมาณ 3 ชั่วโมง สิ่งสำคัญ อยู่ที่การนำไปประยุกต์เข้ากับขนมชนิดอื่น เช่น วุ้นเค้ก วุ้นลูกชุบ เป็นต้น”

ดูเหมือนว่า การประกอบอาชีพดังกล่าว ไม่จำเป็นต้องใช้แรงงาน หรือพื้นที่การทำมากนัก ลำพังคนเดียวก็สามารถประกอบกิจการได้ ถูกหรือไม่ อาจารย์พรรณี กล่าวว่า ทุกอย่างทำเองคนเดียวได้ ภายในบริเวณที่พักอาศัย สมมติจะขายพรุ่งนี้ วันนี้สามารถทำล่วงหน้าเตรียมไว้ได้เลย “วุ้นใสเก็บได้นาน 6 วัน หากเป็นวุ้นกะทิ เก็บได้นาน 3 วัน เคล็ดลับตอนขายให้นำไปแช่เย็น วุ้นจะมีรสชาติอร่อยขึ้น หากจำหน่ายไม่หมด นำวุ้น มาขูดฝอย นำไปตั้งไฟเคี่ยวใหม่ สักพัก จะออกมาเป็นวุ้นเหมือนเดิม ซึ่งวิธีนี้ใช้ได้กับวุ้นใสเท่านั้น”

ทราบรายละเอียดถึงตรงนี้ ขอคำแนะนำถึงการเลือกทำเล ผู้รู้ แนะว่า ควรเลือกบริเวณที่มีคนพลุกพล่าน เช่น ตลาดนัด ตลาดสด งานวัด งานประจำปี ชุมชน หอพัก บริษัทห้างร้าน ป้ายรถประจำทาง หน้าร้านสะดวกซื้อ สถานศึกษา หรือใครที่มีร้านอาหารอยู่แล้ว ให้นำไปเสริมเป็นของหวาน ส่วนวัน เวลาขาย ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ ขายได้ทุกวันไม่มีวันหยุด

นอกจากวุ้นจะลงทุนต่ำ ขายได้กำไรดีแล้ว ข้อได้เปรียบอีกอย่างคือ วัตถุดิบหาซื้อได้ง่าย อาจารย์ กล่าวว่า ส่วนผสมทุกอย่าง สามารถซื้อได้ที่ตลาดสด ร้านขายของชำ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และห้างสรรพสินค้าทั่วไป ไม่เหมือนกับอาชีพขายอาหาร หรือผลไม้ ที่ต้องมีร้านประจำ หรือซื้อจากแหล่งถึงจะได้ราคาถูก

ก่อนยุติเนื้อหา อาจารย์พรรณีนำสูตรการทำวุ้นใส และวุ้นกะทิ มาให้ทดลองทำ และย้ำว่า โอกาสในการขายวุ้นยังมีพื้นที่อีกมาก เนื่องจากปัจจุบัน มีคนนิยมหันมาบริโภคขนมชนิดนี้มากขึ้น ตัวอย่าง แทนเค้กวันเกิด เค้กปีใหม่


การทำวุ้นใส และวุ้นกะทิ

ส่วนผสม วุ้นใส

1. ผงวุ้น (ควรใช้ตรานางเงือก A เดียว) 3 ช้อนโต๊ะ

2. น้ำตาลทรายขาว 2 1/2 ถ้วยตวง

3. ใบเตยหอมสด (ใส่มากๆ ยิ่งดี) 6 ใบ

4. กลิ่นใบเตย (ตราวินเนอร์) 5-10 หยด

5. น้ำเปล่าสะอาด (ควรใช้น้ำที่ผ่านเครื่องกรองน้ำ) 8 ถ้วยตวง

วิธีทำวุ้นใส

1. นำผงวุ้นที่ตวงแล้ว แช่น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง แช่นานประมาณ 1 ชั่วโมง

2. นำหม้อใส่น้ำเปล่า 6 ถ้วยตวง ใส่ใบเตยสดล้างสะอาด ตัดเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 4-5 นิ้ว ตั้งไฟให้เดือด เคี่ยวจนกระทั่งได้กลิ่นใบเตย จากนั้นตักออก

3. นำวุ้นที่แช่น้ำแล้ว ลงไปคนจนละลาย ใช้เวลาประมาณ 7-8 นาที จะมีลักษณะหนึบๆ ใส่น้ำตาลทรายขาว และหยดกลิ่นใบเตยประมาณ 5-10 หยด คนกระทั่งน้ำตาลละลาย จากนั้นยกลง เทใส่กระติกเก็บความร้อน ปูผ้าขาวบางบนปากกระติก ปิดฝาไว้ก่อน และทำวุ้นกะทิต่อทันที

ส่วนผสม วุ้นกะทิ

1. ผงวุ้น (ควรใช้ตรานางเงือก A เดียว) 3 ช้อนโต๊ะ

2. น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วย

3. ใบเตยหอมสด

4. หัวกะทิ

(ใช้กะทิกล่องพาสเจอไรซ์ ตราชาวเกาะ ขนาด 1,000 กรัม) 4 ถ้วยตวง

5. เกลือป่น ซองละ 2 บาท 2 ช้อนโต๊ะ

6. แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ

7. น้ำเปล่าสะอาด 4 ถ้วยตวง

วิธีทำวุ้นกะทิ

1. นำผงวุ้นที่ตวงแล้ว แช่น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง นานประมาณ 1 ชั่วโมง

2. นำหม้อใส่น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง ใส่ใบเตยสด ที่ล้างสะอาด และตัดใบเตยเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 4 หรือ 5 นิ้ว ตั้งไฟเคี่ยวจนกระทั่งได้กลิ่นใบเตย จากนั้นตักออก ใส่วุ้นที่แช่น้ำแล้วลงไป คนจนวุ้นละลายจะมีลักษณะหนึบๆ

3. ใส่น้ำตาลทรายขาว พอน้ำตาลละลาย ใส่เกลือ กะทิ แป้งข้าวเจ้า คนพอสุก อย่าให้กะทิแตกมัน

4. ยกลงจากเตา เทวุ้นกะทิที่เสร็จแล้วลงไปในกระติกเก็บความร้อนปิดฝาไว้

วิธีการหยอด : ให้ใช้แม่พิมพ์ ขนาดถ้วยพอดีคำ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว เทวุ้นใส สลับกับวุ้นกะทิ เริ่มต้นวุ้นชนิดใดก็ได้ แต่ชั้นสุดท้ายต้องเป็นวุ้นใส เนื่องจากสีสันจะสวยงาม และรสชาติกลมกล่อม

วุ้นแฟนซี สีสันแห่งความอร่อย

Posted by : TAI2U on :วันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

ขนมไทยสเตอริไลซ์ O-Cha เปิดกระป๋องพร้อมรับประทาน

| วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »

“เมื่อเรามาทีหลังในวงการขนมไทย การคิดต่างจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด” เป็นความคิดเจ้าของธุรกิจขนมไทยสเตอริไลซ์ O-Cha (โอชา) ที่สุดท้ายก็รู้ว่าเดินมาไม่ผิดทาง กับบทพิสูจน์ด้วยยอดส่งออกสินค้าไปทั่วโลก กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านขนมไทยบรรจุกระป๋องแบบสเตอริไลซ์ “เจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทย” ของนักธุรกิจที่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านอาหารมาก่อน

       นักธุรกิจที่ทำธุรกิจมาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าครบวงจร ธุรกิจนำรถขนาดเล็กเพื่อการเกษตร และเครื่องประดับ ล่าสุดหันมาจับธุรกิจด้านอาหาร เพราะเชื่อว่าที่ผ่านมาธุรกิจที่เกี่ยวกับปัจจัย 4 ตนเองก็ทำมาเกือบครบ แต่ยังขาดด้านบริโภค “นายณัฐพงศ์ สุขจริง” ผู้จัดการ บริษัท กาเนช อินเตอร์เทรด จำกัด ใช้เวลาขบคิดนานถึง 2 ปีว่าจะทำอาหารประเภทไหนออกมาสู่ตลาด โจทย์ยากคือต้องเป็นสิ่งใหม่ยังไม่มีในโลก และตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคได้ตรงจุด ซึ่งอาหารประเภทของคาวก็มีเป็นจำนวนมาก ส่วนขนมหวานแบบไทยๆ ยังเป็นของต้องตั้งใจไปซื้อหาจึงจะได้รับประทาน


       เขาต้องตีโจทย์เรื่องขนมไทยให้แตกว่าทำอย่างไรให้รับประทานได้ทั่วโลก เริ่มจากหาเทคโนโลยีด้านการถนอมอาหารเพื่อคงไว้ซึ่งคุณภาพและรสชาติแบบดั้งเดิม ซึ่งเขาพบว่าเทคโนโลยีสเตอริไลซ์ (sterilize) สามารถฆ่าเชื้อโรคในอาหารได้หมด ด้วยความร้อน 130 องศาเซลเซียส เขาจึงตระเวนปรึกษานักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านขนมไทยโดยเฉพาะ พร้อมนำแนวคิดขนมไทยใส่กระป๋องแบบสเตอริไลซ์ไปขอข้อมูลเพื่อใช้ในกระบวนการผลิต แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะยังไม่มีในตำรา แต่เขาก็ไม่ย่อท้อคิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้หากตั้งใจจริง...


       เขาเริ่มศึกษาเรื่องราวการถนอมอาหารแบบสเตอริไลซ์อย่างจริงจัง ควบคู่กับการลองผิดลองถูกกับขนมไทยๆ อย่าง ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวหลาม ลอดช่องน้ำกะทิ และอื่นๆ ที่สุดท้ายกลายเป็น 6 เมนูขนมไทยที่ดังไกลไปทั่วโลก ได้แก่ มันเชื่อม ตะโก้ และขนมหม้อแกงทุเรียน แต่เส้นทางแห่งความสำเร็จไม่ง่ายเลย เขายอมรับว่าเสียน้ำตาไปมาก ทำทิ้งไปเยอะ แต่ไม่เคยท้อ เพราะคิดว่าเมื่อเริ่มต้นแล้วต้องทำให้สำเร็จ และความพยายามของเขาก็เป็นบทพิสูจน์แล้วว่าเขาทำได้จริง ไม่กลัวคู่แข่งลอกเลียนแบบเพราะกระบวนการผลิตยุ่งยาก ไม่มีในตำราให้ศึกษา ทุกอย่างล้วนมาจากประสบการณ์และการลองผิดลองถูกทั้งสิ้น


       1 ปี กับ 6 เดือนที่ผ่านมา ขนมไทยสเตอริไลซ์ก็เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยปราศจากสารกันเสีย เก็บได้นานในอุณหภูมิปกติถึง 1 ปีเต็ม กับบรรจุภัณฑ์กระป๋องอะลูมิเนียม 100% สามารถนำเข้าเตาไมโครเวฟได้อย่างปลอดภัย กับ 6 เมนูที่กล่าวมาข้างต้นเป็นผลสำเร็จ โดยเฉพาะเมนูที่มีทุเรียนเข้ามาเกี่ยวข้องถึง 2 เมนู อย่าง ข้าวเหนียวทุเรียน และหม้อแกงทุเรียน เขาตั้งใจเจาะลูกค้าชาวจีนโดยเฉพาะ โดยที่ผ่านมาเน้นตลาดส่งออกไปประมาณ 90% เช่น สิงคโปร์ มาเลยเซีย ออสเตรเลีย สวีเดน และเดนมาร์ก เป็นต้น ขณะที่ในปีหน้าจะเน้นตลาดในเมืองไทยให้มากขึ้น โดยเฉพาะประเทศแถบเอเชีย



       “การที่เราเลือก 6 เมนูนำร่องเพราะเป็นขนมไทยที่ยังไม่มีใครนำมาทำเป็นแบบแช่แข็งมากนัก หรือระบบการถนอมอาหารอื่นๆ ส่วนเมนูทุเรียนถือว่าชาวจีนรู้จักดีและชื่นชอบมาก ซึ่งตรงกับแผนการตลาดส่งออกที่หนึ่งในนั้นคือ จีน ส่วนเมนูอื่นๆ เราคิดว่าชาวต่างชาติรับประทานไม่ยาก วัตถุดิบรู้จักกันดี เช่น มะพร้าว กะทิ มันสำปะหลัง ขณะที่รสชาติก็ไม่หวานเกินไปนัก จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ส่วนวัตถุดิบจะเป็นเกรดเอทั้งหมด อย่าง ถั่วก็เลือกใช้แบบไม่ตัดต่อพันธุกรรม น้ำตาลก็เลือกใช้แบบที่มีใบรับรองอาหารฮาลาล ทำให้สินค้าเราสามารถเข้าประเทศในแถบมุสลิมได้ด้วย ในราคาขายปลีกที่ 35 บาท/กระป๋อง”

       ปัจจุบันกำลังการผลิตอยู่ที่ 300,000 ชิ้น/เดือน แต่ในเร็วๆ นี้เขาเตรียมสร้างโรงงานผลิตแห่งใหม่เพื่อรองรับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการผลิตส่งร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่ อย่าง เซเว่นฯ ที่กำลังอยู่ในช่วงเจรจาธุรกิจ รวมถึงจะทำเมนูอื่นๆ ออกมาเพิ่มเติมด้วย ได้แก่ ข้าวเหนียวมะม่วง กล้วยบวชชี บัวลอย ส่วนเมนูยอดฮิตลูกค้าแทบทุกชาติตอบรับดี คือ ข้าวหลาม กับตะโก้

       ถือเป็นความสำเร็จที่มาจากความพยายามล้วนๆ ที่เจ้าของธุรกิจขนมไทยสเตอริไลซ์ O-Cha กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า นอกจากความพยายามของตนเองแล้ว ยังได้แรงใจจากภรรยาคนเก่ง “เยาวลักษณ์ ลีละพรรหุต” ที่สู้ไม่ถอยเช่นกัน ปัจจุบันเธอดูแลด้านการผลิตเองทั้งหมด จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องสเตอริไลซ์ไปแล้ว...  








       ***สนใจติดต่อ 0-2819-1118 หรือที่ www.thai-o-cha.com***

  ที่มา..http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9560000124492

ขนมไทยสเตอริไลซ์ O-Cha เปิดกระป๋องพร้อมรับประทาน

Posted by : TAI2U on :วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

บ้านขวัย ขนมไทย คุณค่าความเป็นไทย

| วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »

ร้านขนมบ้านขวัญ มีร้านดั้งเดิมสาขาแรกอยู่ที่ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งผลิตและจำหน่าย ขนมไทยมากว่า 25 ปี ให้กับโรงแรมชั้นนำต่างๆ บริษัทรับจัดเลี้ยง และงานแต่งงาน รวมถึงลูกค้าทั่วไป จุดเด่นของ ร้านขนมบ้านขวัญ คือนอกจากขนมที่มีรสชาติกลมกล่อม ไม่หวานมาก ขนมทุกชิ้นยังมีรูปร่างหน้าตาสวยงาม ซึ่งใช้ความละเอียด ประณีตในการทำ แต่ละชิ้นมีลักษณะเล็ก พอดีคำ หลากหลายมากกว่า 40 ชนิด
ร้านขนมบ้านขวัญ รับจัดทำ ชุดกล่องของขวัญขนมไทย พานขนมมงคล ที่ใช้ในงานพิธีสำคัญต่างๆ พานขนมขันหมากกระเช้าขนมไทย ชุดกล่องขนมพร้อมเครื่องดื่มในงานสัมมนา งานจัดเลี้ยง และรูปแบบต่างๆ ตามความต้องการของลูกค้านอกจากขนมไทยแล้ว ทางร้านยังรับจัดทำ พานขันหมาก พานดอกไม้ต่างๆ ในพิธีแต่งงาน เช่น พานธูปเทียนแพพานแหวนหมั้น พานกล้วยอ้อย รวมถึง งานดอกไม้สำหรับพิธีบวชนาค เช่น กรวยบวชนาค และไตรบวชนาค เป็นต้น
มีความหลากหลายให้เลือก
ขนมไทยของ ร้านบ้านขวัญ มีความหลากหลาย ทั้งขนมไทยโบราณดั้งเดิมและขนมไทยประยุกต์ รวมมากกว่า 40 ชนิด ขนมบางชนิดเป็นขนมเก่าแก่ดั้งเดิมที่มีตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งใช้ในประเพณี พิธีมงคลต่างๆ ขนมบางชนิดสูญหายคงเหลือไว้แต่ชื่อ หาทานแทบไม่ได้ในปัจจุบันนอกจากขนมไทยโบราณ ร้านขนมบ้านขวัญ ยังมีขนมไทยประยุกต์ ซึ่งเป็นการออกแบบผสมผสานดัดแปลงให้ดูร่วมสมัย และสร้างความแปลกใหม่ให้กับผู้บริโภค ร้านขนมบ้านขวัญ ใส่ใจในรายละเอียดการผลิตของขนมทุกชิ้นขนมของ ร้านบ้านขวัญ มีขนาดพอดีคำ รสชาติกลมกล่อม หอมหวาน

ใส่ใจทุกรายละเอียด
ร้านขนมบ้านขวัญ คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพชั้นดีในการผลิต ทางร้านใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต ทั้งเรื่อง รสชาติ กลิ่นหอมด้วยการใช้กลิ่นและสีจากธรรมชาติ ตามแบบขนมไทยโบราณ ซึ่งขนมได้ผ่านกระบวนการผลิต ที่สะอาดและละเอียดทางร้านใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภค ขนมไทยของ ร้านบ้านขวัญ จึงไม่หวานจนเกินไปและไม่มีการใส่สารกันบูดเพื่อยืดอายุขนมแต่อย่างใด ดังนั้น ขนมของ ร้านบ้านขวัญ โดยเฉพาะขนมประเภทที่มีหน้ากะทิ จึงผลิตและจำหน่ายวันต่อวัน เพื่อให้ลูกค้าได้ทานขนม สด ใหม่ ทุกวัน

ขนมไทย คุณค่าความเป็นไทย
ขนมไทยนอกจากเป็นมรดกศิลปวัฒนธรรมของไทย ยังถือเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของคนไทยอีกด้วย เพราะเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความละเอียดอ่อน ประณีตในการทำ และการทำขนมไทยจัดได้ว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ซึ่งขนมของร้านบ้านขวัญ ไม่เพียงแต่เป็นขนมที่อร่อย รสชาติกลมกล่อม แต่ยังเป็นผลผลิตของศิลปะไทยอีกด้วยซึ่งต้องอาศัยฝีมือการทำที่พิถีพิถัน เน้น รายละเอียดการประดิษฐ์รูปร่างหน้าตาขนมแต่ละชิ้นให้เล็กกะทัดรัดน่ารับประทาน มีสีสัน สวยงาม และกลิ่นหอม รูปลักษณะงดงามอ่อนช้อยตามแบบไทย

เป้าหมายธุรกิจ
เป้าหมายหลักในการดำเนินธุรกิจของ ร้านขนมบ้านขวัญ คือ การเป็นร้านขนมไทยที่ผู้บริโภคประทับใจ และเป็นร้านขนมไทยหลักที่อยู่ในใจผู้บริโภคนอกเหนือจากนั้นแล้ว เป้าหมายอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจของ ร้านขนมบ้านขวัญ คือ ต้องการที่จะรักษาขนมไทยโบราณอันมีคุณค่า เพื่อให้คนไทยได้รู้จักขนมโบราณ และได้ทานขนมไทยที่พิถีพิถัน ทั้งเรื่องรูปลักษณ์และรสชาติ เพื่ออนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมไว้ให้คนรุ่นหลังสืบไป และ เพื่อเผยแพร่เอกลักษณ์ความประณีตของคนไทยให้แก่ต่างชาติอีกด้วย

สนใจติดต่อ
ต้นถนนนราธิวาสราชนครินทร์ (ก่อนซอย 1)
10 เมตรจากแยกนราธิวาสฯ ตัดถนนสุรวงศ์

โทรศัพท์. 02-234-5841, 089-204-4549
Website: www.kanombaankwan.com
Email: kanombaankwan@gmail.com
เปิดบริการ 9.00 - 18.30 น.

ที่มา...http://www.kanombaankwan.com/home.html


บ้านขวัย ขนมไทย คุณค่าความเป็นไทย

Posted by : TAI2U on :วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น
← Prev
▲Top▲