Update

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ handmade แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ handmade แสดงบทความทั้งหมด

ดอกไม้จันทน์แฟนซี รายได้ดี

| วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
อ่านเพิ่มเติม »
คุณสุชญา บุญภักดี ผู้ประกอบการ ร้านดอกไม้ FlowerDo เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตนมีแนวคิดต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย ประกอบกับ ต้องการหารายได้เสริมด้วยการสร้างความแตกต่าง โดยนอกจากความแตกต่างของสีแล้ว ยังใช้กลยุทธ์ในเรื่องของราคา ที่จำหน่ายให้มีราคาต่ำกว่าร้านขายดอกไม้ร้านอื่น เนื่องจากต้องการให้ดอกไม้จันทร์ สามารถเข้าถึงกลุ่มค้าระดับกลางได้ อีกทั้งยังเป็นแหล่งรับซื้อที่ต้องการชิ้นงานอย่างไม่จำกัดจำนวน โดยที่ไม่ต้องออกไปขายเองให้เหนื่อยเหมือนอาชีพอื่นๆอีกด้วย

ดอกไม้จันทน์แฟนซี รายได้ดี

Posted by : TAI2U on :วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 With 0ความคิดเห็น

etsy ของคุณ เชอรี่-วิภานี

| วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
อ่านเพิ่มเติม »

ที่ทำงานมีความเครียดสูง บ้านอยู่ไกลจากที่ทำงาน อยากลองออกมาทำธุรกิจของตนเอง ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลใดก็ตาม มีหลายคนเลือกที่จะทำงานอยู่ที่บ้าน ทั้งการเปิดบ้านให้เป็นที่ทำงาน และการเป็นฟรีแลนซ์ ซึ่ง เชอรี่-วิภานี กาญจนาภิญโญกุล ก็เป็นหนึ่งในนั้น

etsy ของคุณ เชอรี่-วิภานี

Posted by : TAI2U on :วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 With 0ความคิดเห็น

สำเภาเศรษฐี สร้างรายได้มหาศาล

| วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2558
อ่านเพิ่มเติม »

เรือสำเภาลำเล็ก ตั้งเรียงรางอยู่ในชั้นวางของจำหน่ายสินค้า นอกจากจะเป็นเครื่องประดับบ้าน ที่มีรูปลักษณ์สวยงาม ฝีมือการทำประณีต เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้พบเห็นแล้ว เรือสำเภาเหล่านี้ ยังมีคุณค่าทางจิตใจ และเชื่อว่าจะนำสิ่งดี ๆ มาสู่ผู้ครอบครองอีกด้วย
“ ในสมัยโบราณ คนจีนมักเดินทางด้วยเรือสำเภาไปค้าขายตามที่ต่าง ๆ เมื่อได้เงินทองก็จะบรรทุกใส่เรือกลับบ้าน เรือสำเภา จึงเป็นเสมือนเรือแห่งโชคลาภ และคนจีนเชื่อว่า การนำเรือสำเภาเข้าบ้านนั้น ตามหลักฮวงจุ้ยและโหราศาสตร์ ถือได้ว่าเป็นการตกแต่งภายในบ้านเพื่อเกิดสิริมงคลแก่บ้านและผู้อยู่อาศัย ซึ่งมีความเชื่อกันว่า เรือสำเภานั้นจะนำโชคลาภและนำเงินนำทองเข้าบ้าน ก็จะทำให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน” คุณสุธรรม กังล๊ะ อายุ 33 ปี เจ้าของผู้ผลิตเรือสำเภาจำลอง เฟอร์นิเจอร์ประดับบ้าน กล่าว

สำเภาเศรษฐี สร้างรายได้มหาศาล

Posted by : TAI2U on :วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2558 With 0ความคิดเห็น

สังฆทานคิกขุ สังฆทานแนวใหม่

| วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558
อ่านเพิ่มเติม »
กุลจิรา ชำนิบรรณาการ เจ้าของร้านการะเกด Flowers & Gift จำหน่ายแป้งร่ำ น้ำอบไทย และรับจัดดอกไม้สด/ดอกไม้ประดิษฐ์  ไอเดียชุดสังฆทานนี้ เกิดจากความรู้สึกของตัวเธอเองที่ว่า ทำไมชุดสังฆทานต้องถูกจำกัดอยู่แค่กระป๋อง หรือกล่องสีเหลือง เท่านั้น หนำซ้ำยามเธอไปวัดไม่ว่าที่ไหนๆ ก็มักเห็นเจ้ากระป๋องเหลืองมีอยู่เกลื่อนกลาดดาษดื่นแทบทุกวัด บางทีการมีสิ่งนี้มากเกินไปก็ทำให้มากเกินจำเป็น ฉะนั้น มันน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่ามั้ย ถ้าเธอจะจัดชุดสังฆทานที่ฉีกแนวออกไปไม่เหมือนเดิม แต่สิ่งสำคัญ คือ สิ่งที่นำมาจัดรวมกันใน 1 ชุด เมื่อถวายพระสงฆ์ไปแล้ว ต้องมีประโยชน์ และนำมาใช้ได้จริงทุกชิ้น....นั่นคือที่มาของ ชุด 'สังฆทานคิกขุ' สไตล์การะเกด Flowers & Gift

สังฆทานคิกขุ สังฆทานแนวใหม่

Posted by : TAI2U on :วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558 With 0ความคิดเห็น

พวงกุญแจ การ์ตูน งานแฮนด์เมดทำเงิน

| วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2558
อ่านเพิ่มเติม »
ด้วยไอเดียผสมผสานกับจินตนาการใหม่ สามารถสร้างสรรค์ผลงานชิ้นโบว์แดงได้ เช่นเดียวกับเจ้าของธุรกิจพวงกุญแจงานไม้หน้าการ์ตูน “วิว” นางสาวสุพิศ อาจหาญ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาหัตถกรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ที่มักจะใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนบรรจงทำงานมือที่ใส่ไอเดียและความรัก สร้างรายได้ให้กับตัวเอง

ใส่ดีไซน์ให้ผ้าขาวม้า PAKAMIAN

| วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
อ่านเพิ่มเติม »

''ผ้าขาวม้า'' แม้จะถูกยกย่องสรรเสริญว่า เป็นผ้าอเนกประสงค์ ใช้ได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งนุ่ง-ห่ม-ห่อ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ผ้าขาวม้า คือตัวแทนความโบราณ เหมาะสำหรับคนรุ่นใหญ่ ไม่ใช่คนรุ่นใหม่ แต่ ณ วันนี้คุณลบความคิดนี้ทิ้งไปได้เลย เมื่อเวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน...ผ้าขาวม้าย่อมเปลี่ยนตาม...

ใส่ดีไซน์ให้ผ้าขาวม้า PAKAMIAN

Posted by : TAI2U on :วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 With 0ความคิดเห็น

Green Tree Latte สวนสวยในขวดแก้ว

| วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558
อ่านเพิ่มเติม »
“กรีนทรี ลาเต้” ไม่ใช่ร้านกาแฟ แต่คือ ธุรกิจสวนสวยในขวดแก้ว ผู้จัดสรรธรรมชาติให้ย่อส่วนอยู่ในขวดใบจิ๋ว 
ภาชนะใสใบจิ๋วหลายรูปแบบ ทั้ง ขวดแก้ว ขวดโหล แก้วกาแฟ แก้วไวน์ ฯลฯ เรียงรายอยู่ในบูธ “Green Tree Latte” (กรีนทรี ลาเต้) ณ งานแสดงสินค้าของคนรักบ้าน “บ้านและสวนแฟร์ 2014” ที่ผ่านมา

ซูมสายตาเข้ามาใกล้ จะพบกับธรรมชาติขนาด “ย่อส่วน” ที่คนทำบรรจงตกแต่ง จนกลายเป็นสวนสวยๆ อยู่ในขวดแก้วใบจิ๋ว

Green Tree Latte สวนสวยในขวดแก้ว

Posted by : TAI2U on :วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558 With 0ความคิดเห็น

ตุ๊กตาดินปั้น งดงามด้วยฝีมือ

| วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »

งานปั้นถือเป็นฝีมือที่ใครมีใจรักและความตั้งใจจริงก็ทำได้โดยไม่ต้องไปเรียนเพิ่มเติมอาศัยการฝึกฝนทักษะเป็นประจำจนฝีมืออวดโฉมได้ไม่อายใครก่อเกิดเป็น “ตุ๊กตาดินปั้น” ชูคอนเซ็ปต์ตกไม่แตกสร้างความต่างด้วยงานปั้น 'สั่งได้ตามใจคุณ' ลูกค้าทุกเพศทุกวัยให้การตอบรับ

วีณา แซ่แต้ หรือนุ้ย หนึ่งในหุ้นส่วนผู้ร่วมธุรกิจตุ๊กตาดินปั้นกับเพื่อนอีก 3 คน เล่าว่าโดยพื้นฐานเรื่องงานปั้นเรียกได้ว่าทีมงานกลุ่มนี้ไม่มีเลยรวมถึงไม่ได้เรียนเพิ่มเติมด้านงานปั้นอาศัยใจรักล้วนๆและพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวเพราะความชำนาญในงานปั้นของแต่ละคนล้วนแตกต่างกันอย่าง นุ้ยจะมีฝีมือด้านงานปั้นประเภทตัวอักษรทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษตัวเลข ส่วนเพื่อนๆ จะถนัดปั้นตุ๊กตาการ์ตูนญี่ปุ่นและตุ๊กตาหน้าคนออกแนวการ์ตูนเน้นความน่ารักสดใสจากดินไทย ดินญี่ปุ่นและดินเกาหลีที่ผ่านมากพัฒนาให้มีคุณสมบัติเหมาะกับงานปั้นลักษณะนี้คือ การช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับชิ้นงาน
การรวมตัวของเพื่อนกลุ่มนี้เกิดมาจากใจรักล้วนและเห็นว่างานปั้นมีความน่ารักในตัวเองจึงลองลงมือทำกันโดยที่ทุกคนไม่มีพื้นฐานด้านนี้มาก่อนรวมถึงเห็นว่าเมืองไทยก็มีดินไทยคุณภาพดีสำหรับงานปั้นไม่ต่างจากดินญี่ปุ่นและดินเกาหลีที่ได้รับความนิยมมาระยะหนึ่งแล้วโดยในช่วงเริ่มต้นยยอมเราว่าฝีมือในงานปั้นของทีมงานยังไม่สวยมากนักโดยเฉพาะการปั้นตัวตุ๊กตา แต่เราก็ฝึกฝนสม่ำเสมอเป็นปีๆ ฝีมือจึงเป็นที่ยอมรับของลูกค้า”

กลุ่มสินค้าของทีมงานตุ๊กตาดินปั้นเรียกได้ว่ามีความหลากหลายมากขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าว่าอยากใป้นอะไรแต่สินค้ากลุ่มกลักๆ สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ 1.กลุ่มตัวอักษรภาษาไทยและอังกฤษตัวเลข ที่ถือว่าปั้นง่ายที่สุดและเป็นสินค้าขายดีเนื่องจากลูกค้าสามารถนำมาประยุกต์หรือต่อยอดได้เอง เช่น การนำไปทำป้ายชื่อร้าน, ที่คาดผม, ตกแต่งกรอบรูป 2.งานปั้นตัวตุ๊กตาที่มีทั้งตุ๊กตาเจ้าหญิงในเทพนิยาย, ตัวการ์ตูนญี่ปุ่นและซีรี่ย์เกาหลี (เซเลอร์มูน, แดจีงกึม, ทงอี) 3.งานปั้นตุ๊กตาหน้าเหมือนโดยลูกค้าต้องนำรูปภาพหน้าตกและมีความชัดเจนมาให้ ส่วนใหญ่ลูกค้าจะมอบให้เป็นของขวัญแด่กันและ 4.งานปั้นจิปาถะ (ไม่ใช่ตัวตุ๊กตา) สำหรับงานตกแต่งเพิ่มความน่ารักเช่น งานปั้นเครื่องสำอาง, งานปั้นบ้านน่ารัก, งานปั้นฟ้า ดาว รุ้ง , ม้ายูนิคอร์น, ไอศกรีม, เคสมือถือ, ต่างหู, พวงกุญแจ หรือแม้กระทั่งโมเดลจำลองจิ๋วต่างๆ เช่น อาหาร โต๊ะน้ำชา โต๊ะดินเนอร์ เป็นต้น


ส่วนความโดดเด่นคือฝีมือในการปั้นได้ทุกรูปแบบ ตามที่ลูกค้าต้องการ เน้นความละเอียดของงาน เพื่อลดปัญหาในการที่ลูกค้าตีสินค้ากลับคืนให้มากที่สุด ในขณะที่ความเหนียวของเนื้อดินที่นำมาใช้ส่งผลให้ตุ๊กตาหรือชิ้นงานอื่นๆ “ตกไม่แตก” แต่บางครั้งการตกก็อาจทำให้ชิ้นส่วนขนาดล็กหลุดออกมาได้บ้าง ซึ่งเป็นปกติของงานปั้น ส่วนจุดขายอีกอย่างหนึ่งคือ การเลือกใช้สีสัน ที่ทีมงานได้มีการผสมเองตามอารมณ์ ไม่ได้ใช้โทนสีที่มีขายอยู่ตามท้องตลาด ทำให้ผลงานมีหลากหลายอารมณ์
“เราค่อนข้างใส่ใจในเรื่องคุณภาพของชิ้นงานเป็นอย่างมาก รวมถึงคงามพึงพอใจของลูกค้า เพราะเรามีการขายผ่านเว็บไซต์ และจัดส่งให้ทางไปรษณีย์ (แบบธรรมดา 30 บาท EMS 60 บาท) ซึ่งบางครั้งเมื่อลูกค้าเห็นงานอาจจะไม่ถูกใจ ทางเราก็ยินดีรับคืน รวมถึงการขายผ่านหน้าร้านตั้งอยู่ที่ตลาดนัดรถไฟ ถ.กำแพงเพชร ขายวันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00-02.00 น. ล็อกที่ G18-G19 (ด้านใน) ในราคาเริ่มต้น 5-500 บาทเท่านั้น ซึ่งลูกค้าจะเห็นผลงานชัดเจนโดยเฉพาะเรื่องความละเอียดของผลงาน ทำให้ที่ผ่านมาลูกค้ามีทุกเพศทุกวัย รวมถึงดารา นักแสดง ก็ให้การตอบรับดีเช่นกัน”

อนาคตทีมงานวางแผนปั้นเป็นตุ๊กตาการ์ตูนล้อเลียน ที่ถือเป็นการพัฒนาฝีมือไปอีกขั้น และเพิ่มความหลากหลายให้แก่สินค้ามากขึ้น


***สนใจติดต่อ 08-7351-5131 หรือที่ www.handmade-thaidoll.com***




ที่มา.... http://www.manager.co.th/iBizchannel/viewNews.aspx?NewsID=9560000016388

ตุ๊กตาดินปั้น งดงามด้วยฝีมือ

Posted by : TAI2U on :วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

การ์ตูนดินปั้น แฮนด์เมด ราคาดี

|
อ่านเพิ่มเติม »

ปั้น ๆ ทำเงิน...งานแฮนด์เมดปั้นดินให้เป็นเงิน คือการนำดินไทย-ดินญี่ปุ่น มาสร้างสรรค์ ใส่ไอเดีย เติมความคิด ซึ่งงานปั้นดินให้เป็นตุ๊กตา เป็นตัวการ์ตูน ก็ถือว่าเป็นงานแฮนด์เมดที่ทำไม่ยาก ขอแค่มีความพยายาม ตั้งใจ สร้างงานให้ออกมาดูน่ารักสวยงาม มีเอกลักษณ์ สร้างงานให้กระแทกใจผู้พบเห็น ก็สามารถสร้างรายได้ ทำเงินได้ เหมือน “บี-อลงกต สกุลอารีย์มิตร” ที่สร้างสรรค์ “การ์ตูนดินปั้น” ที่ดูแบ๊ว ๆ น่ารัก แล้วทำเป็นเครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็น ตุ้มหู, สร้อยคอ, แหวน, กิ๊บติดผม ฯลฯ กลายเป็นสินค้าที่โดนใจลูกค้า เป็น “ช่องทางทำกิน” ได้เป็นอย่างดี..

ป้ายเรซิ่น ธุรกิจเล็กๆ เป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้

| วันจันทร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »

ป้ายเรซิ่น ธุรกิจเล็กๆ เป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้
                         ปัจจุบันคนรุ่นใหม่หลายต่อหลายคนผันตัวมาทำธุรกิจส่วนตัวกันมาก บางคนที่ทุนหนาก็อาจจะลงทุนทำธุรกิจขนาดใหญ่สักหน่อย แต่ถ้าพอมีทุนอยู่บ้าง อาจเริ่มต้นด้วยการทำธุรกิจเล็กๆ ซึ่งถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี ก็สามารถสร้างรายได้เลี้ยงตัวได้ไม่ยากอะไร
                   เหมือนดังเช่นที่คุณเติ้ล...บรรณวัฒน์ สิริวิกรพัฒน์ คนรุ่นใหม่ที่มีใจรักด้านศิลปะหันมาลงทุนทำธุรกิจป้ายเรซิ่น ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า รู้สึกมีความสุขดี
                    “เริ่ม ทำธุรกิจนี้มาตั้งแต่ 3 ปีก่อน นี่ก็ย่างเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว ด้วยความที่เราคิดว่าน่าจะมีวัสดุที่ใช้แทนไม้ได้ ซึ่งเรซิ่นนั้นจะว่าไปแล้วถือว่าทนทานกว่าไม้ การหล่อแบบเป็นตัวอักษร ลวดลาย ตุ๊กตา ดอกไม้ และอะไรอื่นๆ ก็หล่อจากต้นแบบปูนพลาสเตอร์ สำหรับในส่วนของตัวป้ายยังคงใช้เป็นป้ายไม้ เหมือนป้ายทั่วไป ต่างกันตรงที่ตัวอักษร และลวดลายที่นำมาติดจะใช้เป็นตัวหล่อเรซิ่นแทนไม้”
                    ด้วยหลักทำงานด้วยใจรัก ไม่ได้ซีเรียสว่าจะต้องได้รายได้มากๆ แต่อาศัยความพอเพียง ขายของด้วยราคามิตรภาพ เป็นกันเอง และสินค้าก็มีคุณภาพดี สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ทำให้ดำเนินธุรกิจอยู่ได้อย่างสบายๆ

                ลูกค้าของเรา มีทั้งคนที่มาสั่งทำป้ายตกแต่งด้วยตัวอักษรเรซิ่น แต่บางคนอาจไม่ได้ซื้อป้าย แต่ซื้อตัวเรซิ่นเพื่อนำไปใช้เพื่อจุดประสงค์อื่นๆ เพราะบางคนอาจนำตัวเรซิ่นที่หล่อเป็นตัวอักษร หรือ ลวดลายต่างๆ ไปใช้ประกอบการตกแต่ง ทำงานฝีมือได้หลากหลายรูปแบบ ราคามีตั้งแต่ 10 บาท ไปจนถึง 40 บาท ซึ่ง ตรงนี้เรายินดีให้ลูกค้ามาเลือกหาเลือกซื้อ ตำหนิติชมได้ และไม่จำเป็นว่าจะต้องสั่งทำป้ายเพียงอย่างเดียว แต่ถ้ามาสั่งทำป้ายก็จะคิดราคาจากจำนวนตัวเรซิ่นที่ใช้ รวมกับค่าป้ายไม้ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบ”
                โดยปกติแล้วคุณเติ้ลจะไปเปิดหน้าร้านอยู่ที่เมืองทองธานี ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์และฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ในเวลาที่มีการจัดงานนิทรรศการต่างๆ ซึ่งลูกค้าประจำจะรู้และตามไปอุดหนุนกัน โดยจะรู้จักกันในชื่อร้าน แฟชั่น โฮมเรซิ่น อาร์ท

              นับเป็นตัวอย่างที่ดีของคนที่ทำงานด้วยหัวใจ มีความเป็นมิตรกับลูกค้า ทั้งยังใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดความสุขในการทำงาน และสามารถยืนหยัดอยู่ได้ใน ภาวะเศรษฐกิจดังเช่นทุกวันนี้

ที่มา....http://www.infoforthai.com/

ป้ายเรซิ่น ธุรกิจเล็กๆ เป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้

Posted by : TAI2U on :วันจันทร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

ร่มกระดาษจิ๋ว รายได้ดี

| วันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »

พลิกแพลง-ดัดแปลง เป็นคาถาศักดิ์สิทธ์สำหรับคนทำงานประดิษฐ์-งาน ฝีมือ อย่างเจ้าของงานฝีมือรายนี้ แม้จะยึดอาชีพนี้มาเกือบ 30 ปี แต่ก็ยังขายงานได้เรื่อย ๆ แม้ในยามเศรษฐกิจตกสะเก็ด เหตุเพราะรู้จักพัฒนาผลงานไม่ให้ย่ำอยู่กับที่ จนมี ช่องทางทำกิน ด้วยอาชีพทำ ร่มกระดาษ ขาย อย่างต่อเนื่อง

รำพึง ซื่อต่อวงษ์ เจ้าของงานประดิษฐ์หัตถศิลป์ร่มกระดาษ เล่าว่า ยึดอาชีพทำงานฝีมือนี้มาตั้งแต่ปี 2523 โดยเริ่มจากการทำร่มกระดาษขนาดใหญ่ ก่อนจะลดไซส์ ลดขนาดของร่มลงมาเรื่อย ๆ เนื่องจากมองเห็นช่องว่างการตลาด และมองเห็นโอกาสจากความต้องการของลูกค้าที่ต้องการสินค้าที่มีความสะดวกใน การพกพา จนกลายเป็นงานหัตถกรรมร่มกระดาษประยุกต์ในปัจจุบัน เจ้าของงานฝีมือรายนี้เคยทำงานเป็นพนักงานบริษัทมาก่อน โดยใช้เวลาว่างหาความรู้เกี่ยวกับงานประดิษฐ์กระดาษเนื่องจากสนใจและชอบเป็น พิเศษ หลังฝึกหัดอยู่นานจนเชี่ยวชาญเทคนิคการทำร่มกระดาษ ก็ทดลองทำออกจำหน่าย ปรากฏว่าได้รับการตอบรับดี ต่อมาจึงลาออกจากงานประจำมาทำอาชีพนี้โดยตรง เริ่มจากทำร่มกระดาษใหญ่ก่อน ต่อมาคิดว่าลูกค้าน่าจะอยากได้สินค้าขนาดเล็กลง เพื่อสะดวกในการซื้อ การพกพา และใช้เป็นของที่ระลึก จากนั้นก็พัฒนามาเรื่อย ๆ จนปัจจุบันนอกจากจะได้ลูกค้ากลุ่มของขวัญของที่ระลึกแล้ว ยังมีกลุ่มชอบสินค้ามงคล ซึ่งลูกค้าหลายรายซื้อไปเพราะถือเคล็ดว่า มีร่ม จะร่มเย็น

รำพึงบอกว่า ร่มใหญ่จะมีขั้นตอนมากกว่าร่มจิ๋ว ส่วนข้อแตกต่างระหว่างร่มกระดาษสา กับร่มกระดาษของเธอนั้น ร่มกระดาษสาจะทำจากกระดาษชิ้นเดียว ขณะที่ร่มของเธอเกิดจากการนำกระดาษหลายชิ้นมาต่อร้อยเข้าด้วยกัน และลวดลายร่มกระดาษสาจะเกิดจากการวาดหรือเพ้นท์ แต่ลวดลายร่มกระดาษของเธอเกิดจากกระดาษที่นำมาพับซ้อน โดยร่มกระดาษ 1 คันจะต้องใช้กระดาษประมาณ 60-90 ชิ้น ขึ้นกับแบบและขนาด
สินค้าของรำพึงในปัจจุบัน มีมากมายหลายแบบ ขึ้นอยู่กับกระดาษ แต่ขนาดหลัก ๆ จะมี 3 ขนาดคือ ขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 นิ้ว, ขนาดกลาง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 นิ้ว และขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว ส่วนราคาขาย หากเป็นร่มกระดาษเดี่ยว เริ่มตั้งแต่ 60-600 บาท, ร่มกระดาษชุด 250-650 บาท โดยราคาจะสูงหรือต่ำขึ้นกับส่วนประกอบ องค์ประกอบที่ใช้ในการตกแต่ง
ทุนเบื้องต้นสำหรับการทำร่มกระดาษแบบนี้ เจ้าของงานบอกว่า ใช้ไม่มาก อยู่ที่ประมาณ 2,000-5,000 บาท ขณะที่ทุนวัตถุดิบหรือทุนวัสดุในการทำ อยู่ที่ประมาณ 60% ของราคาขาย

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้
กระดาษอาร์ทผิวมัน, ไม้กลึง (สำหรับใช้ทำด้ามร่ม), ไม้จิ้มผลไม้ (สำหรับใช้ทำก้านร่ม), กรรไกร, คัทเตอร์, ไม้บรรทัด, กาวใส, เอ็นใส และเข็มสำหรับร้อยเอ็น โดยสามารถหาซื้อได้ทั่วไป
ขั้นตอนการทำ ร่มกระดาษจิ๋ว
เริ่มจากนำกระดาษที่เลือกลายไว้มาทำการวัดขนาดตามต้องการ โดยการเลือกกระดาษจะพิจารณาจากลายก่อน หากทำ ร่มกระดาษจิ๋ว แบบลายดาว ก็ต้องนำกระดาษที่เลือกไว้มาตีตารางตามสเกลหรือขนาดที่ด้านหลัง วัดให้แต่ละจุดห่างกันราว 1 มิลลิเมตร เพื่อให้เกิดช่องไฟระหว่างตัวร่ม
จากนั้นทำการตัดกระดาษตามตารางที่ได้วาดไว้ โดยการทำร่มกระดาษ 1 คันจะใช้กระดาษ (ขนาดมาตรฐานกระดาษห่อของขวัญ) ประมาณ 5-10 แผ่น เมื่อได้กระดาษเป็นแผ่น ๆ แล้ว ให้นำมาทำการพับทบเฉียงเข้าด้วยกัน โดยแต่ละแผ่นพับประมาณ 4 ทบ เมื่อพับได้ครบตามจำนวนที่ต้องการแล้ว นำมาทำการเจาะรู


ขั้นต่อไป ทำการเย็บเส้นเอ็นที่ด้านบนสุดของกระดาษ เพื่อร้อยกระดาษเข้ารวมกันเป็นตัวร่ม โดยขั้นตอนนี้จำเป็นต้องระมัดระวัง และต้องใช้ความชำนาญในการดึงเส้นเอ็น เพราะหากดึงแรง หรือดึงเบาไป จะทำให้ทรงของร่มไม่งุ้มโค้งได้รูปอย่างที่ต้องการ

ขั้นตอนการประกอบด้ามร่ม โดยทำการติดด้ามร่มด้วยการเสียบด้ามร่มที่ทำจากไม้กลึง โดยแทงจากด้านบนของร่มลงมา จากนั้นทำการอัดกาวใสด้านในของตัวร่ม ทิ้งไว้ให้แห้งสนิทโดยใช้เวลาประมาณ 1 วัน จากนั้นนำไม้จิ้มผลไม้ที่เตรียมไว้ ซึ่งผ่านขั้นตอนการเหลา และย้อมสีมาเรียบร้อยแล้ว มาติดบริเวณส่วนปลายด้านล่างของร่มด้วยกาวใสเพื่อทำเป็นก้านร่ม ทิ้งไว้ให้แห้ง เมื่อแห้งดีแล้วจึงนำมาประกอบเข้ากับวัสดุตกแต่งอื่น ๆ ตามไอเดีย เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ “ร่มกระดาษจิ๋ว”

ประสบการณ์จากการทำอาชีพนี้มาเกือบ 30 ปี พูดได้เลยว่าถ้ามีไอเดีย มีความคิดสร้างสรรค์ ขยันพัฒนางานอยู่เรื่อย ๆ ได้ตังค์ใช้ต่อเนื่องแน่นอน เจ้าของงานประดิษฐ์ร่มกระดาษบอก

ใครสนใจผลงาน ร่มกระดาษ ของรำพึง ที่มีทั้งแบบจิ๋วและไม่จิ๋ว ติดต่อได้ที่ กลุ่มหัตถกรรมร่มกระดาษคันนายาว เลขที่ 53 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ โทร.08-3884-0765, 08-7996-2163 หรือใครสนใจอยากจะฝึกหัดทำ ก็ลองสอบถามกันได้โดยตรง

คู่มือลงทุน ร่มกระดาษจิ๋ว

ทุนเบื้องต้น 2,000-5,000 บาท
ทุนวัสดุ ประมาณ 60% ของราคา
รายได้ ราคาคันละ 60-650 บาท
แรงงาน 1 คนขึ้นไป
ตลาด แหล่งท่องเที่ยว, ร้านของที่ระลึก
จุดน่าสนใจ ลงทุนไม่สูง, ลูกค้ามีหลายกลุ่ม

ที่มา...http://www.dailynews.co.th/

ร่มกระดาษจิ๋ว รายได้ดี

Posted by : TAI2U on :วันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

ตุ๊กตาถุงเท้า ผลงานฝีมือ น่ารัก ส่งออกไปไกล

| วันจันทร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »

ทุกวันนี้ถุงเท้า ไม่ได้ถูกจำกัดแค่เพียงถุงเท้าเพื่อการสวมใส่เท่านั้น ยังสามารถสร้างสรรค์เป็นผลงานไอเดียเจ๋ง ๆ เป็น “ตุ๊กตาถุงเท้า” คู่ชาย-หญิง ได้ และสร้างรายได้หลักหมื่น ทั้งๆ ที่ทำเป็นงานอดิเรก อาศัยเวลาว่างหลังงานประจำจากอาชีพวิศวกรโยธา
อาภรณ์ศิลป์ กันณิกา (น้อง) เจ้าของธุรกิจตุ๊กตาถุงเท้า เล่าว่า ตนเองเป็นผู้ที่ชื่นชอบงานฝีมือเป็นทุนเดิม โดยเริ่มจากการถักตุ๊กตาไหมพรม แต่ด้วยขั้นตอนที่ยุ่งยาก และการผลิตตุ๊กตาแต่ละตัวต้องใช้เวลานานพอสมควร จึงมองหาวัตถุดิบอื่นมาทดแทน โดยมองไปที่ถุงเท้าสีสันสดใสที่จำหน่ายอยู่ตามท้องตลาด โดยครั้งแรกคุณน้องลองเย็บตุ๊กตาถุงเท้าให้กับคนพิเศษ พร้อมกับนำผลงานชิ้นแรกในชีวิตไปโพสต์ไว้ในไฮไฟว์ (Hi 5) ให้เพื่อนๆ ได้ชื่นชมผลงาน แต่เพื่อนไม่เพียงชื่นชมผลงานเท่านั้น กลับสนใจให้คุณน้องทำให้บ้าง จึงก่อเกิดเป็นไอเดียธุรกิจตั้งแต่บัดนั้น

“ในช่วงแรกที่เราเริ่มทำตุ๊กตาถุงเท้าไม่กี่คู่ให้เพื่อน ก็ถ่ายรูปไว้ แล้วใช้วิธีฟอร์เวิร์ดเมล์(ส่งอีเมล์) เพื่อให้คนรู้จักมากขึ้น พร้อมกับพัฒนาเว็บไซต์ควบคู่กันไปด้วย ภายใต้แบรนด์ Sock-Doll Handmade รับผลิตถุงเท้าทั้งปลีกและส่ง ราคาเริ่มต้นที่คู่ละ 150-300 บาท”
ตุ๊กตาถุงเท้า ถือเป็นงานแฮนด์เมด(งานทำด้วยมือ) ที่เมื่อได้ถุงเท้าลวดลายตามที่ต้องการแล้ว ก็นำมาขึ้นแพทเทอร์น ตามรูปแบบทำให้ตุ๊กตามีแขน – ขา พร้อมกับยัดใยสังเคราะห์เป็นตัวตุ๊กตา ส่วนใบหน้าจะใช้ถุงเท้าสีขาวล้วน นำมาปักเป็นลูกตา จมูก และปาก ซึ่งตาก็จะมีหลายรูปแบบ เช่น ตาหวาน ตาหวานเชื่อม และตาปกติ โดยกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 20-30 คู่/วัน ใช้การกระจายงานให้กับคนในครอบครัวช่วยกันทำด้วย ที่จังหวัดชลบุรี โดยให้เย็บเพียงตัวตุ๊กตาให้ ส่วนการปักรูปหน้า หรือการตกแต่งใบหน้าตุ๊กตาคุณน้องจะเป็นผู้นำมาเย็บเอง โดยดูลวดลายของถุงเท้าเป็นหลัก

การเริ่มต้นทำธุรกิจนี้ถือเป็นงานอดิเรกหรืออาชีพเสริม อาศัยเวลาว่างหลังเลิกงานจากการเป็นวิศวกรโยธา มาเย็บตุ๊กตาถุงเท้าขายผ่านเว็บไซต์ เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง ส่งผลให้มีรายได้เฉลี่ยหลักหมื่นบาทต่อเดือน ทั้งๆ ที่ใช้เงินทุนเบื้องต้นประมาณ 3,000 บาท โดยต้นทุนหลักอยู่ที่วัตถุดิบคือถุงเท้าลาย และสีขาว ซึ่งเราจะเลือกตามแหล่งขายถุงเท้าราคาถูก เช่น ย่านสำเพ็ง และที่โบ๊เบ๊

ขณะนี้ถือว่าตุ๊กตาถุงเท้าของ Sock-Doll Handmade ได้รับการตอบรับดีจากลูกค้า ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น และวัยทำงาน ที่นิยมซื้อไปเพื่อมอบให้คนพิเศษ ซึ่งที่ผ่านลูกค้าบางคนก็ต้องการให้ตกแต่งตัวตุ๊กตาเพิ่ม อย่าง การปักชื่อที่ตุ๊กตา เพิ่มดอกไม้ และติดโบว์ ราคาก็จะบวกเพิ่มอีกนิดหน่อย ส่วนช่วงเทศกาลที่เรียกว่าผลิตไม่ทันขาย คุณน้องบอกว่ามักจะเป็นช่วงเทศกาล แห่งการมอบของขวัญให้กัน เช่น ปีใหม่ วาเลนไทน์ และช่วงฤดูหนาว ที่ลูกค้าทางภาคเหนือจะสั่งออเดอร์มากเป็นพิเศษ จากรูปลักษณ์ภายนอกของตุ๊กตาถุงเท้า จะเข้ากับช่วงฤดูหนาว ทั้งการแต่งตัวด้วยการใส่หมวกไหมพรม เครื่องแต่งกายก็เป็นชุดเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว

จจุบันตุ๊กตาถุงเท้าของ Sock-Doll Handmade มีตัวแทนจำหน่ายที่รับไปขายต่อทั่วประเทศ และส่งออกไปประเทศนิวซีแลนด์ด้วย โดยคุณน้องส่งเองทางไปรษณีย์ ยอดการสั่งซื้อประมาณหลักร้อยตัวขึ้นไป โดยแผนธุรกิจในอนาคตจะเริ่มออกบูธตามงานแสดงสินค้าให้มากขึ้น จัดตุ๊กตาเป็นชุดกระเช้าของขวัญแบบครอบครัว พร้อมเล็งทำเลเปิดหน้าร้านที่ตลาดนัดสวนจตุจักร รวมถึงเปิดสอนการทำตุ๊กตาถุงเท้าอีกทางหนึ่งด้วย

นี้แหละครับ ความคิดสร้างสรรค์ ที่สามารถนำมาแปรเปลี่ยนเป็นเงิน เป็นอาชีพเสริมได้ สามารถขยายตลาดได้มากมายหลายทาง ทั้งในและต่างประเทศ
หากผู้ใดสนใจก็สามารถติดต่อได้ที่ :
โทร. 08 -6074 -7399 | 08 -5110 -0552
เว็บไซต์. www.weloveshopping.com/shop/sock-doll
ที่มา...http://rugarcheep.blogspot.com/

ตุ๊กตาถุงเท้า ผลงานฝีมือ น่ารัก ส่งออกไปไกล

Posted by : TAI2U on :วันจันทร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

ตุ๊กตางิ้ว น่ารัก กำไรงาม

| วันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »

ความตั้งใจเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการประกอบของทุก ๆ อาชีพ แม้เพิ่งเริ่มต้นใหม่ ยังมีประสบการณ์ไม่มาก แต่ถ้าหากอดทนและพยายาม โอกาสที่จะพบความสำเร็จก็เกิดได้ อย่างเช่นรายของเจ้าของสินค้าสารพัดที่ผลิตจากปูนปลาสเตอร์ ที่มีจุดเด่นคือ สไตล์จีน ที่ทีม ช่องทางทำกิน จะนำเสนอในวันนี้…
สมบูรณ์ วงศ์พิมล กับ ธนพร จรัสแนว คือเจ้าของผลิตภัณฑ์รายนี้ โดยสมบูรณ์เป็นผู้เล่าว่า หลังจากมีครอบครัวก็รู้สึกว่าอาชีพที่ทำอยู่ คือขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง มีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ อีกทั้งรายได้ก็ไม่แน่นอน จึงคิดมองหาอาชีพเสริม และหากมีแนวโน้มดีก็จะเลิกอาชีพเดิม จึงปรึกษากับน้องสาว คือธนพร และก็มาสรุปว่าน่าจะผลิตสินค้าที่เกี่ยวกับความเป็น “จีน” โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับเรื่องราวของอุปรากรจีนหรือ “งิ้ว” เพราะมีพื้นความรู้ด้านนี้อยู่เป็นทุน ครอบครัวเป็นนักแสดงงิ้ว ถ้าจะทำสินค้างานฝีมือก็ควรจะเน้นด้านนี้

“ใช้เวลาหัดทำอยู่นานกว่าจะลงตัว อาศัยการไปซื้อแบบมา แล้วลองนั่งแกะทำดูเอง ผสมปูนปลาสเตอร์เอง อาศัยคำแนะนำจากคนรู้จักที่สนิท รวมทั้งศึกษาเอาจากตำราต่าง ๆ บ้าง จนผ่านไป 3-4 เดือนก็ลงตัว พอทดลองขายปรากฏว่าได้การตอบรับดีมาก จึงตัดสินใจหันมาทำอาชีพนี้เต็มตัว” สมบูรณ์กล่าว
ด้วยความที่ทั้งคู่คลุกคลีและเติบโตหน้าโรงงิ้วมาตลอด ทำให้ทราบว่าตัวละครที่คณะงิ้วใช้แสดงมีอะไรบ้าง แต่งกายอย่างไร และควรวาดหน้าหรือลงสีสันแบบไหน จึงคิดประดิษฐ์ ตุ๊กตาจีนหน้างิ้ว ขึ้นมาจำหน่าย โดยทดลองขายหน้าศาลเจ้าและตามโรงงิ้ว ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากลูกค้า ทั้งกลุ่มวัยรุ่นและคนสูงอายุ ต่อมาจึงผลิต หน้ากากงิ้วติดผนัง และแมกเนตหรือ ที่ติดตู้เย็น เพื่อสร้างความหลากหลาย

ด้านธนพรร่วมเล่าว่า การคิดทำสินค้าที่เกี่ยวพันกับงิ้วนั้น นอกจากจะเป็นการทำอาชีพสร้างรายได้แล้ว อีกด้านหนึ่งคือต้องการอนุรักษ์ศิลปะอุปรากรจีนไว้ให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก ด้วย จากประเด็นนี้ทำให้สินค้าที่ผลิตขึ้นส่วนใหญ่จะ เน้นที่ความครบถ้วนที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ” บนตัวตุ๊กตา อาทิ ลวดลาย สีสัน และเครื่องแต่งกาย แต่ก็มีการปรับให้เข้ากับกลุ่มลูกค้ามากขึ้น คือถ้าเป็นกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น สินค้าส่วนใหญ่ที่ขายดีจะเป็นตุ๊กตางิ้ว หน้าตาก็จะเน้นไปที่รูปแบบการ์ตูนเพื่อให้ดูน่ารัก ส่วนหน้ากากงิ้วติดผนังและที่ติดตู้เย็น จะเน้นความสมจริงเป็นหลัก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใหญ่และคนสูงอายุ

“ตลาดตอนนี้ก็ถือว่าไปได้ หลังทำมา 1 ปีก็คิดว่าควรมีสินค้าเพิ่ม เพื่อไม่ให้ลูกค้ารู้สึกจำเจ ปรากฏว่าพอทำหน้ากากกับที่ติดตู้เย็นออกมาก็ได้ลูกค้ากลุ่มที่เป็นผู้ใหญ่ และคนสูงอายุเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่จะซื้อไปเพราะชื่นชอบตัวละครเป็นหลัก อาทิ หน้าพระเอก หน้าเทพเจ้ากวนอู หน้าเห้งเจีย เพราะแต่ละหน้าจะมีรายละเอียดซ่อนอยู่มากมาย คือคนที่ซื้อเขาจะรู้ที่มาที่ไปและความหมายของแต่ละหน้าด้วย” ธนพรกล่าว
ทั้งนี้ ทุนเบื้องต้นสำหรับอาชีพ ทั้งคู่ลงทุนประมาณ 5,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าอุปกรณ์และเครื่องมือในการทำ ขณะที่ทุนวัตถุดิบอยู่ที่ประมาณ 60% จากราคาจำหน่าย โดยราคาจำหน่ายนั้นจะเริ่มตั้งแต่ต่ำสุดที่ชิ้นละ 20 บาท ขึ้นไปจนถึงชิ้นละ 129 บาท

อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการทำ ตุ๊กตาสไตล์งิ้ว
มีอาทิ พู่กันเบอร์ 0-2, กรรไกร, มีดแกะสลัก สำหรับใช้ตกแต่งพื้นผิว, สว่านขนาดเล็ก สำหรับใช้เจาะรู ส่วนวัสดุ มีอาทิ ปูนปลาสเตอร์ สำหรับหล่อ, ยางพารา สำหรับหล่อทำแม่พิมพ์, ดินน้ำมัน สำหรับใช้ปั้นแบบ, แม่เหล็ก สำหรับติดตู้เย็น, สีน้ำพลาสติก, ผ้าสักหลาด สำหรับหุ้มฐานตุ๊กตา และเข็มหมุด สำหรับใช้ตกแต่งแทนมุกบนหัวและตัวตุ๊กตา

ขั้นตอนการทำ ตุ๊กตาสไตล์งิ้ว
เริ่มจากนำยางพารามาเทหุ้มตุ๊กตาเพื่อทำเป็นตัวต้นแบบหรือแม่พิมพ์สำหรับใช้ ในการหล่อปูนปลาสเตอร์เพื่อเป็นตุ๊กตา เมื่อยางพาราแห้งแล้วก็ทำการตัดแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ด้านหน้าและหลัง จากนั้นนำมาประกบกัน แล้วเทปูนปลาสเตอร์ที่ผสมไว้ลงไป ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง

เมื่อปูนแห้งสนิทดีแล้ว ก็ทำการตกแต่งรายละเอียดที่พื้นผิวของตุ๊กตาด้วยมีดแกะสลักหรือมีดคว้านผล ไม้ แล้วทำการลงสีที่เป็นลวดลายของตุ๊กตาตามแบบที่ต้องการ ทิ้งไว้ให้สีแห้ง ขั้นตอนต่อมาเป็นการใส่เข็มหมุดในบริเวณที่เป็นส่วนของเครื่องประดับตุ๊กตา โดยใช้สว่านดอกเล็กเจาะนำร่อง จากนั้นจึงนำเข็มหมุดทากาวเสียบลงไปในจุดที่เจาะรูไว้ ทำการพันผ้าสักหลาดบริเวณฐาน เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

“ในขั้นตอนการทำนั้น ถ้าเป็นตัวตุ๊กตาก็จะมีรายละเอียดมากกว่าส่วนที่เป็นหน้ากากติดผนังและที่ ติดตู้เย็น ส่วนปูนปลาสเตอร์นั้น เคล็ดลับอยู่ที่ว่าห้ามขี้เหนียวปูน เพราะถ้าเนื้องานผสมเนื้อปูนน้อยไปจะทำให้ตุ๊กตาแห้งช้าและไม่คงทนแข็งแรง ตรงนี้สำคัญ” สมบูรณ์เจ้าของ ไอเดียกล่าวแนะนำ

สนใจผลงาน “ตุ๊กตางิ้ว” ติดต่อ สมบูรณ์ วงศ์พิมล – ธนพร จรัสแนว ได้ที่ โทร.08-1588-9423 ส่วนใครที่สนใจอยากจะขอข้อมูลเพิ่มก็สามารถสอบถามกับเจ้าของงานได้โดยตรง เลย.

ที่มา....http://www.dailynews.co.th/Content

ตุ๊กตางิ้ว น่ารัก กำไรงาม

Posted by : TAI2U on :วันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

ยีนส์เก่า เป็นรองเท้า เป็นเงิน

| วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »
การนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์เป็นสินค้ากลุ่มงานแฮนด์เมดยังคงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เป็นการสร้างมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ ที่สำคัญสามารถสร้างรายได้ให้กับเจ้าของไอเดียได้ดีอีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือ และความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการของแต่ละคน ว่าจะเสกสรรปั้นแต่งชิ้นงานของตนอย่างไรให้โดนใจลูกค้า ซึ่งวันนี้ทีม ’ช่องทางทำกิน“ ก็มีอีกหนึ่งกรณีตัวอย่างมาให้ลองพิจารณา กับงาน ’รองเท้าจากกางเกงยีนเก่า“ อีกหนึ่งไอเดียโดน ๆ...

******

“จตุรงค์ เงินอร่าม” นำเอา “กางเกงยีนเก่า” มือ 2 มาสร้างสรรค์เป็น “รองเท้า” ที่ใช้ชื่อแบรนด์ว่า “Kai-Chon Original (ไก่ชน ออริจินัล)” ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า “ผมไม่ใช่ช่างทำรองเท้า แต่เป็นแค่คนทำรองเท้า” โดยจริง ๆ แล้วก่อนที่จะมาเริ่มทำรองเท้าขายนั้น ทำธุรกิจส่วนตัวอย่างอื่น ส่วนธุรกิจการขายรองเท้ามาทำหลังจากยุคเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ต้องหยุดการทำธุรกิจส่วนตัว แต่ก็ไม่ได้ยอมแพ้ และได้เริ่มไปรับรองเท้ามาขาย หลังจากที่รับรองเท้ามาขายอยู่สักระยะก็คิดว่า น่าจะทำเองได้ จึงอาศัยไปศึกษาดูเขาทำ ใช้วิธีครูพักลักจำการทำรองเท้ามา แล้วก็มาลองทำ จนสามารถทำรองเท้าได้ หลังจากที่หัดทำรองเท้าเองได้ ฝึกฝนจนทำได้ชำนาญ ก็เริ่มผลิตรองเท้าหนังออกมาจำหน่ายเป็นของตัวเอง

“ตลาดรองเท้านั้นเป็นตลาดที่แข่งขันกันสูง เป็นตลาดใหญ่ ส่วนใหญ่จะเป็นโรงงาน เป็นอุตสาหกรรม แต่ของเรานั้นเป็นแค่อุตสาหกรรมครัวเรือน และเพื่อที่จะสู้กับคู่แข่งได้ เราจำเป็นจะต้องพัฒนาสินค้าของเราให้มีจุดเด่น มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร จึงพยายามหาวัตถุดิบหลายอย่างมาทำรองเท้า เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสินค้าของเรา”

จตุรงค์กล่าวต่อไปว่า พยายามศึกษาหาวัตถุดิบมาเรื่อย จนมาลงตัวที่ “กางเกงยีน” เริ่มจากการที่เห็นว่ามีหลายคนนำกางเกงยีนมาทำเป็นสินค้าหลากหลาย จึงคิดว่าน่าจะนำมาทำเป็นรองเท้าได้ จึงทดลองทำ ซึ่งก็ลองผิดลองถูกอยู่นานประมาณ 5-6 เดือน กว่าที่จะได้แบบที่ลงตัวออกมาสู่ตลาด

“รองเท้าที่ทำจากกางเกงยีน เราจะใช้กางเกงยีนเก่ามือสอง เป็นการประยุกต์ทำให้เกิดมูลค่า ซึ่งรองเท้า 1 คู่ จะใช้กางเกงยีน 1 ตัวในการทำ เพราะฉะนั้นรองเท้าแต่ละคู่จึงไม่เหมือนกัน ที่สำคัญการทำรองเท้าจากกางเกงยีนต้องทำให้ลูกค้ารู้ว่าเป็นรองเท้าที่ทำมาจากกางเกงยีนจริง ๆ ไม่ใช่แค่รองเท้าที่ใช้ผ้ายีนทำ จึงจะประสบความสำเร็จ”

การนำกางเกงยีนมาทำเป็นรองเท้านั้น จตุรงค์บอกว่า อาจจะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากสักหน่อย เพราะเวลาเก็บรายละเอียดการทำแบบแพทเทิร์น ทำรองเท้า ทำออกมาแล้วต้องมองแล้วรู้เลยว่าทำมาจากกางเกงยีน ซึ่งนี่คือเสน่ห์ของรองเท้าที่ทำจากกางเกงยีน ที่ลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งลูกค้าชาวต่างชาติและคนไทย โดยรองเท้าที่ทำทุกคู่เป็นงานแฮนด์เมดทำมือทุกขั้นตอน เพราะฉะนั้นจึงสามารถผลิตรองเท้าออกมาได้แค่ประมาณ 300-400 คู่ ต่อ 1 เดือน

“กางเกงยีนมือ 2” วัสดุหลักในการทำนั้น จตุรงค์บอกว่า จะใช้วิธีไปรับซื้อเหมาตามตลาด เป็นกางเกงยีนที่โละจากร้านขายกางเกงยีน ส่วนวัสดุอื่น ๆ ที่ต้องใช้ หลัก ๆ ก็มี...หนังกลับ, พื้นรองเท้า, พื้นรองตัวรองเท้า, เชือกรองเท้า กรณีทำเป็นแบบมีเชือก กระดาษเคมีวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นกระดาษที่ทำให้หัวรองเท้าและส้นรองเท้าเป็นทรง ไม่ยุบตัว

สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ทำ หลัก ๆ ก็มี...จักรเย็บผ้า, หุ่นรองเท้า, คีม, ค้อน, ตะปู, กรรไกร, กาวยาง เป็นต้น

ขั้นตอนการทำ เป็นงานแฮนด์เมดทุกขั้นตอน โดยเริ่มจากการทำแพทเทิร์นรองเท้าเป็นอันดับแรก โดยแพทเทิร์นนั้นจะมีอยู่ 3 ส่วนคือ ส่วนหัวรองเท้า, ส่วนลิ้นรองเท้า และส่วนตัวรองเท้า เมื่อมีแพทเทิร์นแล้ว จากนั้นก็เป็นการคัดเลือกกางเกงยีนที่จะใช้ทำ เลือกได้แล้วก็ใช้แพทเทิร์นวางทาบบนกางเกงยีน ตัดตามแบบแพทเทิร์น แต่แพทเทิร์นที่เป็นส่วนตัวรองเท้านั้น จะต้องวางในส่วนที่พอตัดออกมาแล้วจะต้องดูรู้ว่าเป็นกางเกงยีน ต้องมีรายละเอียดของกางเกงยีนอยู่ด้วย เช่นอาจจะเป็นส่วนที่มีกระเป๋ากางเกง หรืออาจจะมีป้ายยี่ห้อกางเกงติดอยู่ เป็นต้น

จากนั้นก็ตัดตามแบบแพทเทิร์น ก็จะได้ 3 ชิ้น ส่วนที่เป็นตัวรองเท้าและส่วนลิ้นรองเท้าก็ใช้หนังกลับติดรองด้านในอีกชั้น เพื่อความสวยงามดูมีคุณค่าและทำให้รองเท้าหนาขึ้น ส่วนที่เป็นตัวรองเท้านั้นถ้าทำแบบมีเชือกรองเท้าด้วยก็ต้องทำการเจาะรูสำหรับร้อยเชือกตามแบบ ส่วนที่เป็นหัวรองเท้าใช้เป็นผ้าสองชิ้นประกบกัน เป็นการเพิ่มความหนา นำส่วนประกอบ 3 ส่วนมาประกอบเข้าด้วยกัน ยึดด้วยกาว แล้วเย็บอีกครั้งเพื่อความแข็งแรงแน่นหนา

หลังจากเย็บ 3 ส่วนติดกันแล้วก็นำมาขึ้นหุ่น นำกระดาษเคมีวิทยาศาสตร์ชุบนํ้ามันเบนซินให้ชุ่มวางใส่ตรงหัวรองเท้าและส้นรองเท้า (พอกระดาษเคมีแห้งสนิทแล้วจะแข็งตัว ทำให้ส่วนหัวรองเท้าและส้นรองเท้าแข็งเป็นทรงไม่ยุบตัว) จากนั้นก็ขึงรองเท้าให้เข้ารูปกับหุ่นเท้า ใช้ตะปูตอกยึดให้แน่น ขึงยึดรองเท้าเข้ารูปตามหุ่นรองเท้าแล้วก็นำพื้นรองเท้าที่เป็นยางมาประกอบโดยใช้กาวยางยึดให้แน่น รอจนกระดาษเคมีวิทยาศาสตร์และกาวแห้งสนิทประมาณ 4-5 ชั่วโมง ก็จึงนำรองเท้าออกจากหุ่นเท้า นำรองเท้านั้นไปเย็บพื้นรองเท้าอีกส่วน เพื่อให้พื้นแข็งแรงมากขึ้น ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

รองเท้าจากกางเกงยีนเก่าของจตุรงค์ มีตั้งแต่ไซซ์ 35-44 ราคาขายอยู่ที่คู่ละประมาณ 600-700 บาท

******

สนใจ ’รองเท้าจากกางเกงยีนเก่า“ ของจตุรงค์ ไปดูกันได้ที่ตลาดกรมชลประทาน (ปากเกร็ด) ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ ตี 5-10 โมงเช้า และดูสินค้าตัวอย่างของกรณีศึกษา ’ช่องทางทำกิน“ รายนี้ได้ทาง www.facebook.com/รองเท้าทำจากกางเกงยีนส์-Kai-chon-Original หรือต้องการสั่งออร์เดอร์ก็โทรศัพท์ไปสอบถามพูดคุยได้ที่ โทร. 08-7529-2802.

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน / สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ

ที่มา...http://www.dailynews.co.th/

ยีนส์เก่า เป็นรองเท้า เป็นเงิน

Posted by : TAI2U on :วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

ปั้นกระดาษเป็นเงิน

|
อ่านเพิ่มเติม »
วัสดุเหลือใช้อย่าง “เศษกระดาษ” เป็นวัสดุอีกชนิดที่คนนิยมนำมาผลิตชิ้นงาน ต่อยอดพัฒนาจนเกิดเป็นสินค้าได้หลากหลาย ขึ้นกับเทคนิควิธีการของแต่ละคนที่จะคิดค้นขึ้น ยิ่งถ้าหากรวมเข้ากับไอเดียเจ๋ง ๆ โดนใจ ก็ไม่ยากที่จะกลายเป็นสินค้าทำเงิน อย่างเช่นงาน ’ปั้นกระดาษเลียนแบบงานโลหะ“ ของ “สมยศ สวัสดี” ที่ทีม ’ช่องทางทำกิน“ นำมาเสนอให้พิจารณากัน...

สมยศ เจ้าของผลงานงานปั้นกระดาษเลียนแบบวัสดุโลหะ โดยใช้ชื่อสินค้า Re Born เล่าว่า เรียนจบทางด้านศิลปะโดยเฉพาะ เกี่ยวกับงานปั้นและงานประติมากรรม หลังจบก็เข้าทำงานในบริษัทโฆษณา ก่อนพลิกผันหันมาทำธุรกิจงานฝีมือของตัวเอง โดยเน้นที่งานปั้น งานประติมากรรมเลียนแบบโลหะ ด้วยวิธีการและเทคนิคเฉพาะ จนดูเผิน ๆ บางคนนึกว่าทำจากโลหะหรือสำริด ซึ่งเขาบอกว่าเป็นเทคนิคที่เรียกว่า เปเปอร์ สครัปเจอร์ (Paper Scrupture) นำกระดาษเหลือใช้มาผ่านกระบวนการจนได้เยื่อกระดาษหรือก้อนกระดาษที่มีลักษณะที่อ่อนนุ่มคล้ายดินเหนียว จากนั้นจึงนำมาปั้นหรือขึ้นรูปชิ้นงาน ซึ่งกระดาษที่นำมาใช้ได้นั้น มีทั้งกระดาษเอ 4, กระดาษสา, กระดาษหนังสือพิมพ์, กระดาษนิตยสาร

“กระดาษแต่ละชนิดก็จะมีลักษณะแตกต่างกัน และเหมาะกับการใช้งานที่ต่างกันไป เช่น กระดาษสา จะมีเนื้อเยื่อและเส้นใยที่เหนียว เหมาะกับการใช้ปั้นงานที่ต้องการความแข็งแรง กระดาษกล่อง มีความเปื่อยยุ่ยมาก เหมาะใช้ปั้นงานที่ต้องการรายละเอียด” สมยศกล่าว
ชิ้นงานที่ทำขึ้นไม่ธรรมดา มีรางวัลหลายเวทีการันตี ส่วนการจำหน่าย สมยศบอกว่า จำหน่ายผลงานในรูปแบบร้านออนไลน์เป็นหลัก ทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก คือ www.reborn2009.com และ www.facebook.com/pages/Reborn2009 ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

“ได้แรงบันดาลใจมาตั้งแต่ตอนเรียนศิลปะที่ต้องทำงานประติมากรรมโลหะ แต่งานโลหะจะมีกระบวนการที่ยุ่งยาก ต้นทุนผลิตสูง จึงมองหาวัสดุใกล้ตัวที่หาง่าย ราคาถูก มาทดแทน จึงมาลงตัวที่เศษกระดาษเหลือใช้”

สมยศ กล่าวต่อไปว่า ชิ้นงานที่ทำขึ้น มีตั้งแต่งานศิลปะ, ของตกแต่ง จนถึงของใช้ภายในบ้าน ทั้งนี้ นอกจากเศษกระดาษที่ถูกนำมาใช้เป็นวัสดุหลักแล้ว ยังนำวัสดุเหลือใช้อื่น ๆ เช่น กล่องกระดาษ, ขวดพลาสติก, ขวดแก้ว, ลวดเก่า ๆ มาใช้ประกอบชิ้นงานด้วย เพื่อชูจุดขายเป็นสินค้าที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือ กรีน โปรดักท์ (Green Product)

จุดเด่นของชิ้นงาน นอกจากมีน้ำหนักเบากว่างานที่ทำขึ้นจากโลหะและสำริดแล้ว ชิ้นงานก็ยังมีลักษณะเฉพาะไม่เหมือนใคร ด้วยเทคนิคการใช้สีตกแต่งชิ้นงาน ด้วยการพยายามทำสีเลียนแบบ “สีของโลหะ” อาทิ ทอง, เงิน, ทองเหลือง, ทองแดง แต่สีที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เป็นที่ชื่นชอบมากของลูกค้าคือการเลียนแบบ “สีสนิมเขียว” ซึ่งเป็นธรรมชาติ และทำให้ชิ้นงานใกล้เคียงกับงานจากโลหะจริงมากที่สุด

สีหลัก ๆ ที่ใช้ตกแต่ง คือ สีอะคริลิก และสีน้ำมัน ส่วนรูปแบบมีทั้งงานเลียนแบบของเก่า และมีทั้งงานศิลปะที่ออกแบบจากจินตนาการของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นประติมากรรมรูปลอย รวมถึงเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น กระจก เชิงเทียน ถาดใส่ของ” สมยศกล่าว

ทุนเบื้องต้น ใช้เงินลงทุนประมาณ 15,000 บาท ส่วนทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 40% จากราคา ซึ่งราคาขายอยู่ที่ 200 บาท ไปจนถึง 6,000 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบชิ้นงาน ขณะที่วัสดุอุปกรณ์นั้น ประกอบด้วย เศษกระดาษเหลือใช้, สีอะคริลิก, สีน้ำมัน, พู่กัน, ซีเมนต์สำเร็จรูป, กาวลาเท็กซ์, แปรง, เกรียง เครื่องปั่น, และวัสดุตกแต่งชิ้นงานตามต้องการ

ขั้นตอนการทำ การแปรรูปเศษกระดาษเพื่อนำมาใช้เป็นวัสดุปั้น เริ่มจากนำเศษกระดาษไปแช่น้ำให้นิ่ม โดยอาจแช่ทิ้งค้างคืนไว้ก่อนประมาณ 1-2 คืน จากนั้นนำกระดาษที่ได้มาใส่เข้าเครื่องปั่นให้เนื้อกระดาษละเอียด ต่อมาให้นำไปผสมกับกาวลาเท็กซ์ และปูนซีเมนต์ ทำการนวดส่วนผสมทั้งหมดให้เป็นเนื้อเดียวกัน นวดต่อไปเรื่อย ๆ จนรู้สึกได้ว่าเศษกระดาษนั้นมีความเหนียวนุ่มและอ่อนตัวคล้ายดินเหนียว จึงสามารถใช้ปั้นเป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามความต้องการ

เมื่อปั้นเสร็จแล้ว ตั้งทิ้งไว้ให้แห้ง จากนั้นทำการลงสีด้วยสีน้ำมันกับสีอะคริลิก ทำการตกแต่งชิ้นงานตามที่ต้องการ เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำงานจากเศษกระดาษเหลือใช้
สมยศ กล่าวว่า เทคนิคที่ใช้ ไม่ได้เป็นสิ่งแปลกใหม่ เพราะมีการใช้มานานแล้ว แต่เคล็ดลับขึ้นอยู่กับ “เทคนิคเฉพาะตัว” หรืออยู่ที่ “การผสมวัสดุ” ที่จะทำให้ได้เนื้อวัสดุที่เหมาะสำหรับใช้ในการปั้นงานได้อย่างเหมาะสม ต้องมีความเหนียวกำลังดี ไม่แข็งหรือนิ่มเกินไป อีกทั้งรักษาความชุ่มชื้นได้ในระยะเวลากำลังดี พอสำหรับขั้นตอนการปั้น

ใครสนใจงาน ’ปั้นกระดาษเลียนแบบงานโลหะ“ ที่ทีม ’ช่องทางทำกิน“ นำมาเสนอในวันนี้ ต้องการจะติดต่อ ก็ติดต่อได้ที่ โทร. 08-9963-6835 หรือตามที่อยู่ทั้งเว็บไซต์และเฟซบุ๊กข้างต้น ถ้าใครสนใจอยากเรียนรู้เทคนิคการทำแบบลงลึกก็สามารถสอบถามได้โดยตรงจากเจ้าของผลงาน ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งชิ้นงานจากเศษวัสดุเหลือใช้ที่น่าสนใจ.

ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ :เรื่อง-ภาพ
ที่มา...http://www.dailynews.co.th/

การ์ตูนดินปั้น งาน Handmade สร้างรายได้

|
อ่านเพิ่มเติม »
 ปั้น ๆ ทำเงิน...งานแฮนด์เมดปั้นดินให้เป็นเงิน คือการนำดินไทย-ดินญี่ปุ่น มาสร้างสรรค์ ใส่ไอเดีย เติมความคิด ซึ่งงานปั้นดินให้เป็นตุ๊กตา เป็นตัวการ์ตูน ก็ถือว่าเป็นงานแฮนด์เมดที่ทำไม่ยาก ขอแค่มีความพยายาม ตั้งใจ สร้างงานให้ออกมาดูน่ารักสวยงาม มีเอกลักษณ์ สร้างงานให้กระแทกใจผู้พบเห็น ก็สามารถสร้างรายได้ ทำเงินได้ เหมือน “บี-อลงกต สกุลอารีย์มิตร” ที่สร้างสรรค์ “การ์ตูนดินปั้น” ที่ดูแบ๊ว ๆ น่ารัก แล้วทำเป็นเครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็น ตุ้มหู, สร้อยคอ, แหวน, กิ๊บติดผม ฯลฯ กลายเป็นสินค้าที่โดนใจลูกค้า เป็น “ช่องทางทำกิน” ได้เป็นอย่างดี...


บี-อลงกต เป็นเจ้าของงานปั้นดินไทย-ดินญี่ปุ่น ให้ออกมาเป็นตุ๊กตา แล้วต่อยอดเป็นสินค้าเครื่องประดับ ตุ้มหู, สร้อยคอ, แหวน, กิ๊บติดผม ฯลฯ รวมถึง พวงกุญแจ, จุกกันฝุ่นมือถือ หรือเป็น งานสำหรับตั้งโชว์ ก็มี โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า “Phicico” ซึ่งมีประสบการณ์ในการสร้างผลงานมานานกว่า 7 ปี ทั้งนี้ ทางเจ้าของงานเล่าว่า จบมาทางด้านเศรษฐศาสตร์ จบมาก็มาทำธุรกิจขายวัสดุก่อสร้างที่เป็นธุรกิจของที่บ้าน ส่วนงานปั้นดินเป็นงานที่ทำเป็นอาชีพเสริม

งานปั้นดินนั้นเริ่มมาจากความชอบงานปั้นดินเป็นทุนเดิม พอชอบก็เลยหัดปั้น ไม่ได้ไปเรียนรู้ที่ไหน หัดเองศึกษาเอง ทดลองทำ ลองผิดลองถูกไปเรื่อย ใช้เวลาอยู่ประมาณ 2-3 เดือน กว่าที่จะได้รูปแบบงานที่พอใจ เป็นงานที่ดูเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เป็นงานที่มีดีไซน์เป็นสไตล์ของตัวเอง ซึ่งตัวการ์ตูนส่วนใหญ่จะออกแบบและคิดแบบด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่จะปั้นเป็นรูปเด็ก รูปคน ตกแต่งใส่ชุดให้ดูมีคาแรกเตอร์

แรก ๆ ก็ปั้นไปให้เป็นของขวัญญาติพี่น้อง และเพื่อน ๆ จนมั่นใจว่าสามารถขายได้ จึงเริ่มผลิตออกมาขาย โดยเริ่มจากทำเป็นพวงกุญแจวางขายก่อน หลังจากนั้นก็เริ่มแตกไลน์สินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทำสินค้าเพิ่มเป็นพวก ตุ้มหู, สร้อยคอ, แหวน, กิ๊บติดผม, จุกกันฝุ่นมือถือ เป็นต้น ซึ่งสินค้าก็ได้รับการตอบรับจากลูก ค้าทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างดี

“งานปั้นดินเป็นตุ๊กตาทำเป็นเครื่องประดับนั้น เราจะต้องพยายามพัฒนาออกแบบสินค้าออกมาใหม่เรื่อย ๆ เรื่องของแพ็กเกจก็สำคัญ อย่างแพ็กเกจของเราก็จะออกแบบให้สวยงามและเข้ากับตัวการ์ตูนตุ๊กตาที่เราผลิตเป็นสินค้าออกมา เพื่อความสวยงาม ซึ่งก็สามารถเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น”

บีกล่าวต่อไปว่า สำหรับการลงทุนเบื้องต้นในการทำงานปั้นดินเป็นตุ๊กตาเป็นตัวการ์ตูน และทำเป็นเครื่องประดับ นั้น ครั้งแรกก็จะเป็นค่าวัสดุในการทำ ซึ่งก็ใช้เงินทุนประมาณไม่เกิน 5,000 บาท


วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทำ หลัก ๆ มีดังนี้คือ...ดินไทย และดินญี่ปุ่น (ที่ใช้ทั้งดินไทยและดินญี่ปุ่นผสมกันเพราะดินไทยจะมีราคาถูกกว่าดินญี่ปุ่น จึงใช้ดินไทยมาปั้นในส่วนที่เป็นโครงสร้างหลักที่ต้องใช้เยอะ ส่วนดินญี่ปุ่นนั้นจะใช้สำหรับตกแต่ง), สีอะคริลิก, กาวร้อน, ลวด, พู่กัน, แล็กเกอร์ และอุปกรณ์สำหรับใช้ทำงานปั้นให้เป็นสินค้า เช่น สายสร้อยสำหรับทำสร้อยคอ แป้นทำตุ้มหู จุกสำหรับปิดกันฝุ่นโทรศัพท์มือถือ กิ๊บติดผม เป็นต้น


วัสดุอุปกรณ์นั้นสามารถหาซื้อได้ทั่วไป หรือจะสั่งซื้อตามอินเทอร์เน็ตก็ได้

ขั้นตอนการทำ...เริ่มจากการผสมสีในดิน โดยนำดินไทยและดินญี่ปุ่นมาทำการผสมสีที่ต้องการ ซึ่งที่ต้องผสมสีดินเพราะดินนั้นเป็นสีขาว โดยการผสมสีดินนั้นไม่ยาก ก็ให้ใช้สีอะคริลิกเทใส่ผสมลงในดินแล้วทำการนวดให้สีนั้นเข้าเป็นเนื้อเดียวกับเนื้อดิน พอสีเข้ากันดีกับดินแล้ว ให้ผึ่งลมไว้ประมาณ 10 นาที แล้วนำดินมานวดซ้ำอีกรอบให้ดินนั้นเซตตัว ไม่ให้ดินเหลวหรือแข็งไป นวดให้ดินนุ่มกำลังดีจะทำให้ปั้นง่ายขึ้น

พอได้ดินที่ผสมสีตามที่ต้องการแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการปั้นเป็นตัวการ์ตูนตามแบบที่ออกแบบไว้ โดยการปั้นนั้นจะแบ่งปั้นเป็น 2 ส่วน คือส่วนหัวของการ์ตูน และส่วนตัวของการ์ตูน โดยเริ่มจากปั้นส่วนหัวก่อน จากนั้นก็มาปั้นส่วนตัว (ถ้าปั้นเป็นจำนวนมากก็ให้ปั้นส่วนหัวจนครบตามจำนวนก่อนถึงจะมาปั้นส่วนตัว เพื่อที่จะได้ไซซ์ที่เท่ากัน)

หลังจากปั้นเสร็จทั้งสองส่วน ก็นำมาประกอบติดเข้าด้วยกัน โดยใช้ลวดเสียบระหว่างส่วนหัวและส่วนตัวเพื่อยึดติด และใช้กาวร้อนยึดติดให้แน่นหนาอีกครั้ง แล้วก็ทำการตกแต่งโดยใช้ดินปั้นติดแขน ขา ลูกตา และทำเป็นชุดให้ตัวการ์ตูนตามแบบที่ออกแบบไว้ ปล่อยทิ้งไว้ให้ดินแห้งสนิท ใช้สีอะคริลิกวาดตกแต่งปากตัวการ์ตูน พักไว้ พอแห้งก็ทำการพ่นแล็กเกอร์เคลือบให้เงาสวยงามมากขึ้น จากนั้นก็นำไปทำเป็นเครื่องประดับ ถ้าทำเป็นสร้อย หรือพวงกุญแจ ก็เจาะรูที่ด้านบนหัว ยึดด้วยห่วงแล้วนำไปใส่ทำเป็นสร้อยหรือพวงกุญแจ ถ้าทำเป็นแหวน กิ๊บติดผม ก็นำไปยึดติดกับแหวนและกิ๊บด้วยติดกาวให้แน่นหนา ถ้าทำเป็นตุ้มหู จะต้องปั้นตัวการ์ตูนเป็นไซซ์เล็ก ประมาณ 1 ซม. ปั้นเป็นชิ้นเดียวกับตัวการ์ตูนเลย ถ้าเป็นตัวการ์ตูนไซซ์เล็กก็รอให้ดินที่ปั้นแห้ง ใช้สีอะคริลิก วาดตกแต่ง เคลือบแล็กเกอร์ แล้วนำไปติดกับแป้นตุ้มหู

สำหรับราคาขายตัวการ์ตูนปั้นจากดินทำเป็นเครื่องประดับ ของ บี-อลงกต ราคามีตั้งแต่ 59 บาท ไปจนถึง 1,500 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบ ลักษณะของสินค้า และความยากง่ายของชิ้นงาน อย่างราคาหลักพันนั้นก็จะเป็นงานตั้งโชว์

***************

ใครสนใจผลงานของกรณีศึกษา ’ช่องทางทำกิน“ รายนี้ สนใจงาน ’การ์ตูนดินปั้น“ ทำเป็นเครื่องประดับ หรืองานแบบตั้งโชว์ ของ บี-อลงกต สามารถไปชมสินค้าได้ที่ห้างสยามพารากอน แผนกบีเทรน หรือที่ร้าน Loft รวมถึงที่ตลาดนัดสวนจตุจักร หรือเข้าไปดูงานได้ที่ www.phicicodoll.com หรือ www.facebook.com/PhicicoDoll และโทรฯ สอบถามได้ที่ โทร.08-7700-0945.



คู่มือลงทุน...งานการ์ตูนดินปั้น

ทุนเบื้องต้น ประมาณ 5,000 บาท

ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 50% ของราคา

รายได้ ราคา 59-1,500 บาท/ชิ้น

แรงงาน 1 คน

ตลาด ตลาดนัดวัยรุ่น, ขายออนไลน์

จุดน่าสนใจ แฮนด์เมดขายไอเดียราคาดี

ที่มา..http://www.dailynews.co.th/

ซองใส่มือถือ ไอเดีย กวนๆ ทำเงิน

| วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »

ความสำเร็จของสินค้างานแฮนด์เมด นอกจากรูปแบบต้องโดดเด่นสะดุดตาแล้ว การสร้างตราสินค้า หรือสร้างแบรนด์ ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้กัน เพราะจะทำให้ลูกค้าจดจำสินค้าได้ ลูกค้าเกิดความคุ้นเคย และสนใจซื้อสินค้า อย่างเช่นสินค้า “ซองหนังใส่โทรศัพท์มือถือ” ที่ทีม “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอ...

“อุทิศ แก้วกาหลง” เจ้าของงานไอเดียชิ้นนี้ เล่าว่า หลังเรียนจบด้านรัฐศาสตร์ก็ไปทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศอยู่พักใหญ่ ต่อมารู้สึกว่าไม่ถนัดกับงานแบบนี้ ชอบงานอิสระ จึงตัดสินใจลาออกมาทำอาชีพค้าขายทั่วไป ก่อนจะหันมาทำโมเดลจำลองตัวการ์ตูนและหุ่นยนต์ขาย จนตอนหลังตลาดมีคู่แข่งอยู่มาก จึงคิดว่าน่าจะลองประดิษฐ์สินค้า ที่เป็นรูปแบบเฉพาะของตนเองขึ้น จึงเริ่มทำพวงกุญแจตัวการ์ตูน โดยระยะแรกทดลองนำไปแจกให้กับเพื่อนฝูงและคนรู้จัก ปรากฏว่าหลายคนชอบ จึงคิดว่าน่าจะพัฒนามาเป็นสินค้าได้ จึงเริ่มทำจริงจังโดยวางจำหน่ายที่บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี รามคำแหง ซึ่งเป็นทำเลประจำจนถึงปัจจุบัน

หลังจากทำพวงกุญแจ ต่อมาก็พัฒนามาเป็นตุ๊กตาสำหรับห้อยกับโทรศัพท์มือถือ และ “ซองหนังใส่โทรศัพท์มือถือ” โดยรูปแบบสินค้าจะเน้นที่ “ตัวการ์ตูนหน้าตากวน ๆ สีสันสดใส” เพราะ ตนเองชอบงานในรูปแบบนี้อยู่แล้ว ต่อมาคิดว่าในตลาดสินค้าแฮนด์เมด การลอกเลียนแบบหรือก๊อบปี้มีสูง จึงคิดว่าสินค้าก็น่าจะมี “ยี่ห้อ” เพื่อให้ลูกค้าจดจำได้ จึงใช้ชื่อ “แขกดอย” ซึ่งเป็นคำผวนที่เพื่อนมักชอบเรียกชื่อเล่นของตน

“นอกจากลูกค้าจะจำสินค้าได้ ชื่อนี้ก็ใช้เป็นชื่อที่ทำให้ลูกค้าสนิทกับเราได้มากขึ้น เพราะชื่อสินค้าไปได้ดีกับรูปแบบสินค้าของเราที่เป็นตัวการ์ตูนกวน ๆ ก็ถือว่าได้ประโยชน์จากแบรนด์สองทาง” อุทิศบอก

สำหรับรูปแบบของชิ้นงานในปัจจุบันที่ทำจำหน่ายอยู่นั้น มีอยู่ 3 ชนิดคือ ที่ห้อยโทรศัพท์มือถือ พวงกุญแจ และซองโทรศัพท์มือถือ โดย ชนิดหลังลูกค้าให้การตอบรับเป็นพิเศษ เพราะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มาก ทั้งใส่โทรศัพท์มือถือ ทั้งใส่เศษสตางค์ รวมถึงใส่ของกระจุกกระจิก ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่น นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ รูปแบบชิ้นงาน จึงเน้นสีสันฉูดฉาด ส่วนตัวการ์ตูนก็จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ โดยจุดเด่นอยู่ที่รอยยิ้ม

ทุนเบื้องต้นของงานประเภทนี้ อยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไป ส่วน ทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 40% จากราคาขาย ส่วนรายได้-ราคาขาย ต่ำสุดชิ้นละ 49 บาท ขึ้นไปจนถึงชิ้นละ 89 บาท ขึ้นกับขนาดและชนิดสินค้า

วัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการทำ ประกอบด้วย เข็มกับด้ายสีสันต่าง ๆ, กระดุมสีขนาดต่าง ๆ สำหรับใช้ตกแต่งตัวการ์ตูน, สแตรปเปิ้ล (เครื่องเย็บกระดาษ), ดินสอ, ไม้บรรทัด, คีม, ฝากระป๋อง สำหรับใช้เป็นแม่พิมพ์ร่างแบบ, หนังเทียม สีสันต่าง ๆ, ห่วงสำหรับทำพวงกุญแจและร้อยเชือก, เชือกฝ้ายสำหรับสะพาย และหนังยางมัดผม

ขั้นตอนการทำ เริ่มจากร่างแบบตัวการ์ตูนที่ออกแบบไว้ลงบนกระดาษแข็ง จากนั้นทำการตัดกระดาษตามแบบที่ร่างไว้เพื่อใช้เป็นแบบในการตัดหนังเทียม เพื่อขึ้นรูปเป็นตัวการ์ตูน นำแบบที่ได้มาทาบลงบนด้านหลังของหนังเทียม จากนั้นทำการลากเส้น และตัดขึ้นรูปตามแบบ ขั้นต่อไปให้นำส่วนประกอบที่ตัดขึ้นรูปไว้มายึดติดด้วยเครื่องยิงกระดาษเพื่อให้ชิ้นงานไม่ขยับขณะทำการเย็บ นำผ้าขาวมารองพื้นตรงบริเวณด้านหลังของหนัง เพื่อปิดบังไม่ให้เห็นรอยเย็บ ทำการเย็บขึ้นรูปเป็นตัวการ์ตูนโดยใช้กระดุมหรือด้ายเย็บเป็นลวดลายต่าง ๆ ตามที่ออกแบบไว้

มีข้อแนะนำคือ ด้ายที่ใช้เย็บเป็นตัวการ์ตูนควรใช้เป็นสีเดียวกับหนังเทียมที่ขึ้นรูปเป็นส่วนลำตัว และการตัดแผ่นหนังที่จะใช้เป็นส่วนประกอบของซองโทรศัพท์ด้านหน้าและหลังนั้น ด้านหลังต้องวัดเผื่อความยาวจากด้านหน้าประมาณ 4 เซนติเมตร เพื่อที่จะพับเป็นฝาปิดซอง เมื่อได้แล้วให้ทำการกรีดหนังเทียมด้วยคัตเตอร์ที่ด้านหลังของซองโทรศัพท์ เพื่อให้เป็นที่ใส่ห่วงสำหรับร้อย

จากนั้นทำการเย็บประกบแผ่น หนัง และร้อยเชือกสำหรับสะพาย เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

“รายได้ในปัจจุบัน นอกจากจะมีจากการผลิตสินค้าเพื่อวางขายที่หน้าร้านแล้ว ก็ยังมีรายได้เสริมอีกทางจากการรับผลิตงานตามแบบของลูกค้าที่สั่งทำพิเศษ เพื่อนำไปใช้เป็นของที่ระลึก ของชำร่วย ในงานแต่งงาน หรืองานอื่น ๆ อีกด้วย” เจ้าของงานกล่าว

อุทิศมีทำเลขายชิ้นงานไอเดีย รวมถึง “ซองหนังใส่โทรศัพท์มือถือ” ที่บริเวณด้านหน้าห้างบิ๊กซี สาขารามคำแหง โดยขายประจำทุกวันเวลา 20.00-22.00 น. ใครสนใจก็ลองแวะเวียนไปดูกันได้ หรือหากต้องการติดต่อกับอุทิศก็ติดต่อได้ที่ โทร. 08-5159-1191 08-5159-1191 หรือที่อีเมล kake252@hotmail.com.

ที่มา เดลินิวส์ http://www.dailynews.co.th/

ซองใส่มือถือ ไอเดีย กวนๆ ทำเงิน

Posted by : TAI2U on :วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

นกเอื้อง รังสรรค์งานฝีมือ อารมณ์ดี

|
อ่านเพิ่มเติม »

นกเอื้อง Owl Family ชื่อแบรนด์ตุ๊กตานกฮูก งานแฮนด์เมดที่เกิดขึ้นจากสาวเชียงใหม่ที่หลงใหลใน เจ้าสัตว์ตัวน้อยอย่างนกฮูก และจากของสะสม ที่ยังไม่เต็มอิ่ม สาว “กรกช ณ ลำปาง” หรือ “แนท” เธอได้ลุกขึ้นมาคิดประดิษฐ์เจ้านกฮูกขึ้นมาเอง จากผ้าพื้นเมือง บวกกับงานศิลปะด้านการเพนท์ที่เธอถนัด ได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ “นกเอื้อง” ดังกล่าว
แนท เล่าว่า จุดเริ่มต้น เกิดจากความชอบนกฮูกของทุกคนในครอบครัว ทุกครั้งที่ได้เจออะไรที่เกี่ยวกับนกฮูกวางขายที่ไหนก็จะซื้อเก็บมาสะสม จนปัจจุบันนี้ที่บ้านกลายเป็นบ้านนกฮูกไปแล้ว เพราะมีนกฮูกนับร้อยตัว และเมื่อ2ปีที่ผ่านมา ที่มีการจัดงานออกบูทแสดงสินค้าที่ Thinkpark ตรงถนนนิมมานเหมินทร์ พี่สาวได้ทำเสื้อ"คิดถึงเชียงใหม่"ไปออกบูทขายภายในงาน ตนเองจึงลองทำนกฮูกไปขายด้วย ในขณะนั้นไม่ได้คาดหวังว่าจะขายได้มากน้อยเพียงใด แต่ที่ทำเพราะชอบและอยากลองว่าผลตอบรับจะออกมาเป็นไง จะมีคนชอบมั้ย ซึ่งในครั้งนั้นได้ออกแบบไป 2 แบบ คือ เป็นพวงกุญแจ และที่ห้อยโทรศัพท์ ใช้ผ้าพื้นเมืองของเชียงใหม่มาตัดเย็บ และใช้เทคนิคการเพนท์ ปรากฎว่าผลตอบรับดีเกินคาด มีคนชอบและชมว่างานของเราน่ารัก

สำหรับลูกค้าจะมีหลากหลาย มีทั้งนักท่องเที่ยว ที่มาเที่ยวเชียงใหม่ และคนทั่วไป ซึ่งบ้างคนก็ซื้อใช้เอง บ้างก็ซื้อไปฝาก ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น วัยทำงาน และจากความสำเร็จในการออกงานครั้งนั้น เป็นตัวจุดชนวนให้เราสานต่อ และทำมาจนถึงทุกวันนี้ โดยยังคงเป็นงานอดิเรกที่ใช้เวลาว่างจากงานประจำ และค่อยๆออกแบบใหม่ๆ มาเรื่อยๆ ด้วยความคิดเพียงแค่ว่า อยากทำนกฮูกที่ทำให้ทุกคนมีความสุข โดยงานทุกชิ้นเป็นงานแฮนด์เมด ทำให้เราสามารถคิดออกแบบได้อย่างไม่จำกัด และเลือกใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่น ผ้าดิบ ผ้าพื้นเมืองที่มีสีสันสดใส แล้วตกแต่งด้วยการนำสีอะคริลิกมาเพนท์เน้นรูปร่างหน้าตาที่ดูน่ารักสดใส และอารมณ์ดี ส่วนราคานกฮูกรุงรัง (ไหมพรมขนแกะ) พวงกุญแจ 99 บาท นกฮูกรุงรัง (ไหมพรมขนแกะ) สายห้อยโทรศัพท์ 69 บาท นกฮูกผ้าเมืองหลากสี&นกฮูกเพนท์ (พวงกุญแจ) 59 บาท
สำหรับ นกฮูกในความเชื่อของญี่ปุ่น หมายถึง ความสุข-ความโชคดี ดังนั้นทางร้านจึงออกแบบคาแรคเตอร์นกฮูกที่เน้นสร้างความสุขและอารมณ์ดี ด้วยสีหน้าหลากหลายแบบ เช่น ยิ้ม ง่วงนอน งงๆ ตื่นเต้น เป็นต้น ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าต้องการได้สีหน้าแบบไหน โดยจะรับทำตามออร์เดอร์ ทุกรูปแบบ ลูกค้าสามารถกำหนดสี ขนาด รูปแบบการใช้งานได้ ซึ่งที่ผ่านมา เราได้ทำออกเป็น กระเป๋า สายคล้องกล้อง ซองใส่มือถือ หรือเป็นสัตว์แบบอื่นที่ไม่ใช่นกฮูกก็ได้ นอกจากนี้ ล่าสุด ได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ซึ่งใช้ไหมพรมขนแกะมามัดเป็นตัวกลมๆ ขนฟูๆ เหมือนนกฮูกจริงๆ แต่ยังคงคาแรคเตอร์น่ารักๆ สื่อผ่านสายตา และสร้างความสุขให้กับผู้ใช้
ทั้งนี้ ขั้นตอนการทำเรียนรู้มาจากทักษะการเย็บผ้าที่เคยเรียนสมัยเด็กๆ และจำเวลาแม่ทำงานเย็บผ้าให้ลูกค้า แล้วลองปรับใช้กับตัวนกฮูก โดยเย็บเป็นตัวแล้วยัดเส้นใยโพลีเอสเตอร์ และปรึกษาการทำตุ๊กตาจากน้าสาวซึ่งเป็นอาจารย์สอนด้านการทำตุ๊กตาด้วย ส่วนตัวที่เป็นนกฮูกรุงรัง(ไหมพรมขนแกะ) ได้ไอเดียจากตุ๊กตาปอมปอม แล้วมาปรับให้ได้ตามแบบที่คิดไว้ ไอเดียส่วนใหญ่จะมาจากนกฮูกต่างๆ ที่สะสมและที่เคยเห็น มาปรับแต่งให้เป็นสไตล์ของตัวเอง

ส่วนช่องทางการจัดจำหน่าย เนื่องจากยังต้องทำงานประจำ จึงไม่ได้มีร้านจำหน่ายหลัก แต่อาศัยการออกบูทขายในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นบางครั้ง แต่หลัก รับทำตามออร์เดอร์ลูกค้าและจัดส่งให้สำหรับลูกค้าต่างจังหวัด ซึ่งที่ผ่านมาใช้ช่องทางการขายผ่านทางเว็บไซต์ facebook :www.facebook.com/owlfamily ลูกค้าส่วนหนึ่งมาจากการสั่งผ่านเว็บไซต์ และการบอกกันแบบปากต่อปาก

สำหรับแนวทางในอนาคต ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐานสูงขึ้น และสร้างผลิตภัณฑ์ที่เน้นประโยชน์ใช้สอยเพิ่มขึ้นมา เพื่อให้ตลาดกว้างขึ้น เช่น กระเป๋าแบบต่างๆ เสื้อ เป็นต้น ลองใช้วัสดุในการผลิตแบบอื่นให้เกิดความหลากหลาย แต่ยังคงเน้นคอนเซ็ปต์ "ทำนกฮูกที่ทำให้คนมีความสุข มาเป็นครอบครัวนกฮูกด้วยกัน" นอกจากนั้นจะทำเป็นคอลเลกชั่นนกเอื้องแต่ละรุ่นสำหรับคนที่สะสมด้วย ส่วนที่มาของชื่อ ร้าน "นกเอื้อง" มาจากชื่อของพ่อนก กับแม่ชื่อเอื้อง มารวมกัน แล้วเพิ่มชื่อภาษาอังกฤษ Owl Family เข้าไปเพื่อให้สื่อถึงชาวต่างชาติที่สนใจ และยังคงความหมายของ "ครอบครัวนกฮูก

งานแฮนด์เมด (Handmade) หรือเรียกอีกอย่างนึงก็ได้ว่างานฮาร์ทเมด(Heart made) คือต้องมีใจรักในการทำจริงๆ ถึงจะทำออกมาได้ เพราะเป็นงานที่ต้องอาศัยความอดทน ประนีต และใส่ใจลงไปในงานทุกชิ้น นกฮูกทุกตัวที่ทำขึ้นมา มีความสุขอยู่ในตัวนกฮูกด้วย ความสุขที่มาจากคนทำ และความสุขที่ได้จากลูกค้า เวลาที่ลูกค้ารับนกฮูกไปอุปการะ ก็อยากให้เค้าดูแลให้ดี เพราะคนทำรู้สึกว่านกฮูกที่ทำออกมาเหมือนลูกนกฮูกตัวน้อย ต้องการการดูแลเอาใจใส่” แนทกล่าวทิ้งท้าย

โทรศัพท์ 08-2034-1117

ที่มา...http://www.thaiday.com/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9540000039171

นกเอื้อง รังสรรค์งานฝีมือ อารมณ์ดี

Posted by : TAI2U on : With 0ความคิดเห็น
Tag :
Prev
▲Top▲