Update

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจรีไซเคิล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจรีไซเคิล แสดงบทความทั้งหมด

ไคฮวดจั่น เศรษฐีพันล้าน รวยได้แม้ไร้ปริญญา

| วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
อ่านเพิ่มเติม »

'เฮียชาญ' แห่ง 'ไคฮวดจั่น'
เศรษฐีพันล้าน รวยได้แม้ไร้ปริญญา
          ชื่อของ 'เฮียชาญ' หรือ ‘เฮียยุทธ - ชาญยุทธ ฉัตรพิริยะพันธ์’ เป็นที่รู้จักในแวดวงธุรกิจอย่างมาก หลังจากออกโฆษณาสินเชื่อกับธนาคารไทยพาณิชย์ ชุดกล้าคิดก็กล้าให้ โดยประโยคแห่งความตั้งใจที่ได้กล่าวให้สาธารณชนรับรู้คือ “ผมจะขายขยะให้คนทั้งโลก”
เวลาผ่านไป เขาพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า สามารถบริหาร บริษัท ไคฮวดจั่นโลหะกิจ มีนบุรี จำกัด จนเติบโตแบบก้าวกระโดด และได้เป็นธุรกิจรับซื้อ - ส่งออกขยะรีไซเคิลอันดับหนึ่งของประเทศ

ไคฮวดจั่น เศรษฐีพันล้าน รวยได้แม้ไร้ปริญญา

Posted by : TAI2U on :วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 With 0ความคิดเห็น

รวยด้วยการ ปรายขยะ

| วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
อ่านเพิ่มเติม »
"ธุรกิจขยะยังโตได้มากในหลายจังหวัด เพราะคนไทยไม่ค่อยรู้จักคัดแยก แก้ปัญหาไม่ถูกจุด เรื่องนี้น่าจะสอนกันในโรงเรียน เพราะถ้าแยกขยะได้ถูก รับรองมีรายได้กันบ้านละพันกว่าบาทเป็นอย่างต่ำ"
บริษัท ปราบขยะรีไซเคิล จำกัด คือ ธุรกิจจัดการขยะมูลฝอยครบวงจร เริ่มตั้งแต่ การจัดเก็บ คัดแยกขยะ ตลอดจนนำไปกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะ รวมถึงการดูแลพื้นที่สีเขียว การทำความสะอาดอาคารสถานที่ภาครัฐและเอกชน

รวยด้วยการ ปรายขยะ

Posted by : TAI2U on :วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 With 0ความคิดเห็น

ปราบขยะ รีไซเคิล ขยะคือขุมทอง

| วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »
กองขยะเปรียบเสมือนขุมทรัพย์อันเป็นที่พึ่งของคนจนมาทุกยุคทุกสมัย หลายคนยึดอาชีพนี้เป็นฟันเฟืองหลักในการหล่อเลี้ยงชีวิต แต่ใครจะคิดว่าเด็กรุ่นใหม่จะเห็นคุณค่าและรายได้จากการขายขยะ ผุดไอเดียเปิดร้านรับซื้อของเก่า “ปราบขยะ” ต่อยอดแฟรนไชส์กับการรีไซเคิลขยะกองโต
     
       จากเด็กหนุ่มที่ครอบครัวเคยมีฐานะกับธุรกิจโรงกลึง กลับต้องล้มละลายจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 ต้องกู้เงินเรียนต่อ เจรจาผ่อนผันหนี้ให้ครอบครัวหวั่นโดนยึดบ้าน ประสบการณ์ชีวิตเหล่านี้ “ธีรวงศ์ สรรค์พิพัฒน์” ผ่านมาหมดแล้ว...

ขยะเริ่มมีคุณค่าทางความคิดของเขานับตั้งแต่นั้น แต่ยังไม่ได้มองเป็นภาพธุรกิจที่ชัดเจน โดยจุดเปลี่ยนชีวิตก็เกิดขึ้นอีกครั้งกับ 'กิเลส' ของเขาเองที่อยากได้เรือยอร์ชไว้ขับเล่นสักลำเหมือนดาราฮอลลีวู้ด จึงถึงเวลาที่เขาต้องหาอาชีพหลักเพื่อหาเงินซื้อความฝัน
     
       “ขยะ” เป็นสิ่งแรกที่เขาคิด โดยมองว่าเป็นงานง่าย ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากนัก แต่เมื่อลงมือทำจริงจังเรียกได้ว่า 'งานนี้ไม่หมูเลย' เริ่มจากให้คุณแม่หาที่ดิน สุดท้ายมาได้ของเพื่อนแม่จำนวน 2ไร่ ย่านปทุมธานี แบ่งให้เช่า เดือนละ 3,000 บาท เห็นราคาเช่าถูกอย่างนี้ แต่เมื่อมองในเรื่องของทำเล ถือว่าไม่ดีนักเพราะอยู่ไกลจากถนนใหญ่หลายสิบกิโลเมตร แต่ข้อดีของทำเลนี้ คืออยู่ใกล้ชุมชนประมาณ 40 ไร่ และมีสลัม เขาตัดสินใจเดินเคาะประตูตามบ้านเพื่อรับซื้อขยะ มีคนให้ฟรีก็มี พอของเริ่มเยอะ ก็มีคนมารับซื้อเพื่อไปขายต่อ สร้างกำไรเป็นทอดๆ รายได้เหล่านี้ถือว่าไม่น้อยเลย สามารถหล่อเลี้ยงตัวเองได้

แต่นั่นกลับไม่ได้สร้างแรงฮึด! ให้เขามุ่งมั่นในการสานต่อธุรกิจครอบครัวมากนัก เหตุเพราะไม่ชอบงานโรงกลึง รู้สึกว่าทำให้มือดำ มือด้าน พอไปจับมือสาวแล้วไม่นุ่ม
     
       กระทั่งไปเจอคุณยายคนหนึ่งมีอาชีพเก็บขยะขาย ตนเองรู้สึกสงสารจึงให้เงินคุณยาย แต่คุณยายไม่รับ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่ายายมีเงินแล้ว พร้อมก้มหน้าก้มตาหาขยะต่อไป เหตุการณ์ครานั้น แปรเปลี่ยนเป็นข้อสงสัยที่เขานำมาขบคิด ถึงรายได้จากการเก็บขยะขายว่ามากพอสำหรับการเลี้ยงชีพได้จริงหรือ?!?
จากที่ดินเปล่า ถูกสร้างเป็นเพิงสังคาสังกะสีมือสอง กับไม้ยูคาลิปตัสเป็นเสาอย่างง่าย หวังเพียงให้คุ้มแดดคุ้มฝน ไม่ให้ข้าวของเปียกเท่านั้น ใช้เป็นออฟฟิศแห่งของเด็กหนุ่มวัยเพียง 20 ต้นๆ ที่ใครจะคิดว่าต่อมาจะเป็นเศรษฐีร้อยล้านจากสิ่งที่เรียกว่า 'ขยะ'!!
     
       เมื่อตัดสินใจแน่วแน่กับธุรกิจขยะ เขาจึงศึกษาเรื่องการคัดแยกขยะอย่างจริงจัง ซึ่งมีรายละเอียดมากกว่าเห็น ต้องลงมือคัดแยกขยะเองถึงจะรู้จริง แต่เขาหยุดดอยู่แต่การซื้อมาขายไป แต่กลับนำความได้เปรียบธุรกิจโรงกลึงของครอบครัว คิดค้นเครื่องจักรรีไซเคิลขยะแต่ละประเภทเพื่อเพิ่มมูลค่า นอกจากนำมารีไซเคิลขยะของตนเองที่รับซื้อมาแล้ว ยังสามารถขายเครื่องจักรให้แก่ร้านขายของเก่าทั่วไปได้อีกด้วย
ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่าธีรวงศ์ คลุกคลีในวงแวดวงขยะมาโดยตลอด เห็นโอกาสมากมายจากสิ่งไร้ค่าที่หลายคนมองข้าม ตัดสินใจขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ หลังมีโอกาสเดินทางไปดูงานการฝังกลบขยะ รู้สึกเสียดายขยะจำนวนมหาศาลที่หากนำมาคัดแยกจะสร้างรายได้มากมาย ลำพังการคัดแยกขยะจากบริษัทที่ประมูลงานได้ และคนเก็บขยะถือว่ายังไม่เพียงพอ รวมถึงในแต่ละชุมชนก็มีขยะ หากได้รับการคัดแยก และมีแหล่งรับซื้อในชุมชน น่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในสร้างอาชีพให้ใครหลายคนได้
     
       ไอเดียแฟรนไชส์ “ปราบขยะ” เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และเป็นที่น่าสังเกตว่าผู้สนใจลงทุนกว่า 90% เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร เลือกรวยจากขยะ เพราะใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 29,000 บาทเท่านั้น
แต่จุดเด่นของธุรกิจนี้ไม่เพียงแต่ใช้เงินลงทุนต่ำ แต่ยังมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย ออกแบบระบบการบริหารจัดการให้เถ้าแก่เหนื่อยน้อยที่สุด ป้องกันการโกงกิโลของลูกน้อง โดยที่เถ้าแก่ไม่ต้องยืนเฝ้า และที่โดดเด่นสุด! คือระบบ Gold Suft ให้แฟรนไชส์ซีเช็คราคากลางการซื้อ-ขาย ขยะรีไซเคิลได้ ช่วยตัดสินใจว่าจะนำขยะที่คัดแยกแล้วมาขายให้แก่แฟรนไชส์ซอว์หรือไม่ หรือนำไปขายให้ผู้รับซื้ออื่นก็ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ลูกค้ามั่นใจในเรื่องราคาขายที่เหมือนกันทุกสาขา
ส่วนผู้ที่สนใจลงทุนแฟรนไชส์ ธีรวงศ์ บอกว่า ต้องตั้งใจจริง ยอมเหนื่อย ทนกับอากาศร้อน อยู่กับสิ่งสกปรกได้ เพราะเขาจะอบรมผู้สนใจ 2 วัน ลงพื้นที่จริง ปีนรถกระบะขึ้นไปผูกเชือก ยกสินค้าขึ้นรถด้วยตัวเอง ซึ่งมีหลายรายถอดใจไปก็มี ดังนั้นการลงทุนควรเริ่มจากขนาดเล็กก่อน มีพื้นที่ประมาณ 50 ตารางวาก็ทำได้


แฟรนไชส์ 90 สาขาใน 3 ปี ถือว่าไม่ธรรมดา กับขยะที่ไร้ค่า นอกจากเจ้าของไอเดียธุรกิจจะมีรายได้เป็นร้อยล้านด้วยวัยเพียง 30 ต้นๆ เท่านั้น แต่เด็กรุ่นใหม่ที่เป็นแฟรนไชส์ซี ก็มีเงินผ่อนบ้าน ผ่อนรถ อย่างสบาย นี่หรือคือธุรกิจจาก “ขยะ” ที่ถูกมองข้าม...

สนใจติดต่อ 0-2979-3336, 0-2977-7797 หรือที่ www.prabkaya.co.th



ที่มา...http://www.manager.co.th/

ปราบขยะ รีไซเคิล ขยะคือขุมทอง

Posted by : TAI2U on :วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

รีไซเคิลขยะวัสดุพลาสติก

|
อ่านเพิ่มเติม »

ตลาดรับซื้อเศษพลาสติกมีขนาดใหญ่มาก เนื่องจากวัสดุรีไซเคิลมีมานานแล้ว และในอนาคตจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น ของทุกอย่างสามารถนำมารีไซเคิลได้ อย่างเม็ดพลาสติกมาจากการสกัดน้ำมัน ซึ่งขณะนี้ราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้นมาก เพราะฉะนั้นจึงมีคนหันมาจับธุรกิจค้าของเก่า เพื่อนำไปรีไซเคิลเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว โรงงานที่ผลิตสินค้าจำพวกพลาสติกจากวัตถุรีไซเคิลจะมีต้นทุนวัตถุดิบถูกกว่ามาก

ถ่านอัดแท่ง สร้างอาชีพ

| วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »

การทำถ่านอัดแท่งขายไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร และก็ไม่ใช่เรื่องยาก ที่จะทำกันครับ เดี๋ยวนี้เค้ามีเครื่องอัดถ่านขายกันเยอะแยะครับ หาซื้อได้ตามกำลังทรัพย์ได้เลย มีทั้งเครื่องขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดใหญ่ ส่วนเรื่องวัสดุที่จะนำมาใช้ทำถ่านอัดแท่งนั้นก็มีแค่กะลามะพร้าว หรือแกลบ หาซือได้ง่ายครับ การนำสิ่งของเหลือใช้ที่ไร้ค่า นำมาเพิ่มค่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็จะดีไม่ใช่น้อย อย่างน้อยก็ได้เงินเข้ากระเป๋า สร้างอาชีพ และสร้างรายได้อีกทางครับ

ถ่านอัดแท่ง เป็นถ่านที่ทำจากวัสดุเหลือใช้จากธรรมชาติ ซึ่งเป็นกะลามะพร้าว หรือแกลบและสามารถนำมาทดแทนถ่านไม้ธรรมชาติได้ ซึ่งเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม ถ่านอัดแท่งเหมาะสำหรับอาหารปิ้ง ย่าง ช่วยให้อาหารมีรสชาดอร่อย น่ารับประทาน คุณสมบัติ ถ่านอัดแท่งจะให้ความร้อนสูงสม่ำเสมอ ติดไฟทนนานกว่าถ่านธรรมดาทั่วไป

เนื่องจากถ่านอัดแท่งได้ผ่านกระบวนการอัดความร้อนสูงและผ่านการอบเป็นระยะเวลานาน ซึ่งจะช่วยให้ถ่านอัดแท่งมีความแน่น แข็ง และทนทานกว่าถ่านธรรมดา นอกจากนี้ถ่านอัดแท่งสามารถจุดติดไฟได้ง่าย และไม่มีประกายไฟปะทุ ที่สำคัญเถ้าถ่านและควันที่เกิดจากถ่านอัดแท่งจะมีน้อยมาก ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคเกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพ และภาชนะที่ใช้ในการหุงต้มจะไม่ดำ ถ่านอัดแท่ง เป็นถ่านที่ทำจากวัสดุเหลือใช้จากธรรมชาติ ซึ่งเป็นกะลามะพร้าว และสามารถนำมาทดแทนถ่านไม้ธรรมชาตได้ ซึ่งเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม

ถ่านอัดแท่งเหมาะสำหรับอาหารปิ้ง ย่าง ช่วยให้อาหารมีรสชาดอร่อย น่ารับประทาน และเหมาะสำหรับการหุงต้มที่ใช้ระยะเวลานาน ซึ่งการใช้ถ่านอัดแท่งจะช่วยประหยัดต้นทุนการประกอบอาหารได้ คุณสมบัติ ถ่านอัดแท่งจะให้ความร้อนสูงสม่ำเสมอ ติดไฟทนนานกว่าถ่านธรรมดาทั่วไป เนื่องจากถ่านอัดแท่งได้ผ่านกระบวนการอัดความร้อนสูงและผ่านการอบเป็นระยะเวลานาน ซึ่งจะช่วยให้ถ่านมีความแน่น แข็ง และทนทานกว่าถ่านธรรมดา นอกจากนี้ถ่านอัดแท่งสามารถจุดติดไฟได้ง่าย และไม่มีประกายไฟปะทุ ที่สำคัญเถ้าถ่านและควันที่เกิดจากถ่านอัดแท่งจะมีน้อยมาก ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคเกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพ และภาชนะที่ใช้ในการหุงต้มจะไม่ดำ

ที่มา....http://www.smilehandmade.com/

ถ่านอัดแท่ง สร้างอาชีพ

Posted by : TAI2U on :วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

ไคฮวดจั่น รวยด้วยขยะ

| วันพุธที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »

เศรษฐีพันล้าน รวยได้แม้ไร้ปริญญา
          ชื่อของ 'เฮียชาญ' หรือ ‘เฮียยุทธ - ชาญยุทธ ฉัตรพิริยะพันธ์’ เป็นที่รู้จักในแวดวงธุรกิจอย่างมาก หลังจากออกโฆษณาสินเชื่อกับธนาคารไทยพาณิชย์ ชุดกล้าคิดก็กล้าให้ โดยประโยคแห่งความตั้งใจที่ได้กล่าวให้สาธารณชนรับรู้คือ “ผมจะขายขยะให้คนทั้งโลก”
เวลาผ่านไป เขาพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า สามารถบริหาร บริษัท ไคฮวดจั่นโลหะกิจ มีนบุรี จำกัด จนเติบโตแบบก้าวกระโดด และได้เป็นธุรกิจรับซื้อ - ส่งออกขยะรีไซเคิลอันดับหนึ่งของประเทศ

'เฮียชาญ' แห่ง 'ไคฮวดจั่น'

        ที่เขามีวันนี้ กล่าวได้ว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะความยากจนข้นแค้นที่ทำให้ชาญยุทธในวัยเยาว์ต้องถูกส่งตัวไปเรียนที่จีน ไปอยู่บ้านญาติ ช่วยรดน้ำผัก เมื่อเรียนจบชั้น ป.6 ก็กลับมาอยู่ที่ประเทศไทยและไม่ได้เรียนต่อ หากแต่คลุกคลีอยู่กับสิ่งที่พ่อแม่ทำเพื่อเลี้ยงชีพ ซึ่งก็คือ ธุรกิจรับซื้อ - ขายของเก่า
          ปี 2528 ธุรกิจเริ่มมีปัญหาเพราะมีการปิดคลอง เรือที่ใช้ขนส่งสินค้าเข้าออกไม่ได้ มีรถใหญ่ใช้ขนของแต่ก็ไม่มีที่จอด พ่อของ
ชาญยุทธจึงวางแผนเบี่ยงเส้นทางชีวิตโดยจะไปรับค่าแรงจากงานเย็บเหมาเสื้อผ้าที่ฮ่องกง และได้ถามลูกชายว่า “ไปไหม” ชาญยุทธตอบว่า “ไม่ไป” เพราะคิดว่าธุรกิจรับซื้อและขายของเก่าน่าจะไปต่อได้ จึงหันมาเปิดร้านรับซื้อของเก่า ‘ไคฮวดจั่น’ ที่ประตูน้ำ ตั้งใจทำธุรกิจแบบเต็มตัว และออกหาลูกค้าโดยไปยืมมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนบ้าน ขี่ตระเวนแนะนำร้านให้คนทั่วไปได้รู้จัก ให้มาขายของเก่า ขายขยะ
รีไซเคิลที่ร้าน
          แม้ไม่ได้เรียนถึงขั้นปริญญา ไม่รู้หลักของการบริหาร การจัดการ การตลาด แต่ชาญยุทธก็มีไอเดียทางธุรกิจในแบบฉบับของตนเอง เห็นได้จากการที่เขาลงพื้นที่สำรวจตลาดอย่างใกล้ชิด
          “ก็ไปดูว่าร้านไหนมีลูกค้าซื้อเยอะ โอ้โห ร้านใหญ่ เข้าคิวเลย เลยถามเขาว่า 'เฮีย วันนึงซื้อเท่าไหร่' เขาบอก 'วันนึง 30,000 – 40,000 เอง' โอย... เราซื้อ 4,000 เขาซื้อ 40,000 มากกว่าเรา 10 เท่า ทีนี้เขาปิดวันอาทิตย์ เราก็เลยเปิดทุกวัน ไม่หยุด ตอนนั้นมีลูกน้อง
คู่ใจอยู่ 2 คน เขาก็จะทำงานทุกวัน สู้ตลอด ลูกค้าทุกคนกดออดได้ทุกเวลา บางวันนอน ๆ อยู่ ตีห้าก็มีคนมากดออดแล้ว เราก็ลงมาซื้อ เราอยู่กะเช้า ส่วนแฟนอยู่กะดึก”
          เวลาที่คนอื่นหยุดพักจากการทำธุรกิจจึงเป็นเวลาที่ ‘ได้เปรียบอย่างยิ่ง’ ของทางร้าน ประกอบกับราคาซื้อที่สูงกว่าเจ้าอื่น ส่งผลให้มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นและเกิดการแนะนำกันแบบปากต่อปาก ธุรกิจเติบโตจนต้องขยายร้านจากตึกแถว 2 คูหา เป็น 13 คูหา และจากที่รับซื้อขยะรีไซเคิลวันละ 4,000 บาท ก็เพิ่มขึ้นเป็นวันละ 20,000 บาท ภายใน 1 ปี ปีที่ 2 เพิ่มเป็นวันละ 30,000 - 40,000 บาท และในที่สุดเพิ่มขึ้นจนตัวเลขไปอยู่ที่หลักแสน
          ปี 2546 เขาขยายกิจการด้วยการไปซื้อที่ดินย่าน ถ.หทัยราษฎร์ ตั้งโรงงานอัดกระดาษที่นั่น โดยกู้เงินจากธนาคาร 50 ล้าน เพื่อใช้ขยายธุรกิจ       “ทำได้แค่เดือนกว่า ทางบริษัท สยามคราฟท์ อุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตกระดาษในเครือซิเมนต์ไทยก็มาติดต่อขอซื้อกระดาษ สยามคราฟท์ฯ เขาปิดวันอาทิตย์ ผมบอก พี่... ไม่ได้นะ ผมขอเปิดวันอาทิตย์ ที่อื่นเขาปิดหมด แต่เรามีลูกค้าวันอาทิตย์เยอะมากเลย ทำไปประมาณปีนึง จากที่รับซื้อกระดาษ 1,000 กว่าตันกลายเป็น 3,000 กว่าตัน ปีที่สองขึ้นมาเป็น 5,000 กว่าตัน ขึ้นอันดับหนึ่งเลย ทางสยามคราฟท์ฯ ดีใจใหญ่ เขาถาม โห คุณชาญยุทธทำยังไง เราทำแค่บอกลูกค้าปากต่อปาก”
          พอทำโรงงานอัดกระดาษจนอยู่ตัวแล้ว ลูกค้าเรียกร้องให้เขารับซื้อโลหะ ชาญยุทธเชื่อว่า ตนทำได้ จึงไปซื้อที่ตรงถนนสุวินทวงศ์ ตั้งโรงงานรับซื้อ - ขาย และส่งออกโลหะ สแตนเลส ทองแดง ทองเหลือง ตะกั่ว อลูมิเนียม “โชคดีที่คนจีนมาซื้อทองแดงส่งไปที่จีน สมัยนู้นจีนติดอันดับซื้อเยอะที่สุด เขาก็ให้ผมเป็นตัวแทน ทำอยู่ประมาณปีนึง ก็ขยายขึ้นเรื่อย ๆ จากปีนึง 800 ตัน ขึ้นมาเป็น 2,000 ตัน พอปีที่สองขึ้นมาเป็น 3,000 - 4,000 ตัน ขายดีจนบางครั้งก็ไม่มีของจะขายให้ลูกค้า เราก็ถามเขาว่า ช้าได้มั้ย ลูกค้าที่เรารับซื้ออาจจะมาส่งไม่ทันนะ เขาบอกโอเค ได้ เราก็เลยจองขายล่วงหน้า แล้วซื้อของด้วยราคาที่สูงกว่าคนอื่น ทำให้ลูกค้าติด และบางทีก็ยอมขาดทุนกำไรเพื่อเรียกลูกค้า”
          ปริมาณการซื้อขยะรีไซเคิลในปัจจุบัน ไคฮวดจั่นรับซื้อกระดาษเดือนละประมาณ 5,000 - 8,000 ตัน กลุ่มโลหะอีกเดือนละ 5,000 ตัน รวมแล้วเกิน 10,000 ตันทุกเดือน และส่งออกขยะรีไซเคิลไปยังหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน เกาหลี อินเดีย โดยในปีที่ผ่านมา ชาญยุทธบอกว่า แม้ว่าบางเดือนจะขาดทุนเพราะราคาขายลดลง ก็ยังมีเงินทุนหมุนเวียนในการซื้อสินค้าสูงถึงปีละ 8,000 กว่าล้านบาท

ด้วยประสบการณ์การทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ ทำให้ชายผู้นี้มีความหวังที่จะได้ใบปริญญาโดยที่ไม่ต้องเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย
         “ผมทำเรื่องขอปริญญาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ไปที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงเมื่อปี 2551 ได้เมื่อปี 2552 ในด้านบริหารธุรกิจ ที่ผมขอได้เพราะ หนึ่ง เราทำความดี ช่วยเหลือสังคม อย่างเศษขยะ แทนที่จะทิ้ง เราเก็บมารีไซเคิล ช่วยสังคมได้เยอะ พอเรามีฐานะมากขึ้นก็ไปช่วยเหลือโรงเรียน ให้ทุนแก่เด็กยากจน แล้วการขายขยะรีไซเคิลก็ทำรายได้เข้าประเทศ ตอนนี้เริ่มคิดว่าจะทำเรื่องขอปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ต่อ (ยิ้มกว้าง)”
'เฮียชาญ' แห่ง 'ไคฮวดจั่น'

          นอกเหนือจากชีวิตด้านธุรกิจ ชาญยุทธยังบอกด้วยว่า การศึกษามีความสำคัญและควรเรียนรู้ควบคู่กันไป โดยเฉพาะในยุคนี้
          “การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ เป็นสิ่งจำเป็น แต่การศึกษาในวันนี้ทำให้ความคิดความอ่านของคนไปอีกทางหนึ่ง อย่างผมจบ ป. 6 ที่จีน ทำอะไรต้องใช้ความคิดของตัวเอง สมัยก่อนเสื่อผืนหมอนใบ ต่างคนต่างไม่มีการศึกษา แต่ทำการค้าจนรวยทุกคนได้ เพราะชิงลงมือก่อนจะได้เปรียบ ณ วันนี้เสื่อผืนหมอนใบ คุณอดตายครับ เพราะลงทุนทีเป็นพันล้าน สองพันล้าน คุณจะเอาอะไรมาสู้ ไปกู้พันล้านเหรอ เจอดอกเบี้ยกินก็ปิดกิจการแล้ว ยุคนี้การศึกษาจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่จะมาต่อยอดธุรกิจจากพ่อแม่ เพราะฉะนั้น จะทำธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ ‘ต้องขยัน’ ถ้าสู้คนอื่นไม่ได้ก็ต้องใช้ 'เวลา' เข้าสู้ เช่น เราเปิด 24 ชั่วโมง ลูกค้าจะมาซื้อขายเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วก็ต้องตามข่าวสารตลอด ผมตื่น 7.30 น. อาบน้ำ ดื่มกาแฟ เปิดไอแพดเช็คราคาทองคำ ดูค่าเงิน ดูหุ้น ดูข่าวช่อง CNN, BBC, Bloomberg ฟังไม่ออกก็ให้ลูกสาวแปลให้ ดูเสร็จต้องวิเคราะห์ แล้วตั้งราคาเปิดสำหรับซื้อขายทุกวัน เป็นการตั้งราคาเพื่อขายทั่วโลก ทั้งจีน ญี่ปุ่น อินเดีย ไต้หวัน และถ้ามีของลงวันนี้กลางคืน พรุ่งนี้เช้าก็โอนให้แล้ว ที่นี่โอนเงินเลย เราสร้างเครดิตให้ลูกค้ามั่นใจ ไม่เคยโอนเงินช้ากว่า 1 วัน ถ้าใครสืบรู้ว่าผมโอนช้า จ่ายรายละ 1 ล้านบาทเลย”
          ชีวิตของนักธุรกิจหัวการค้าไม่เคยหยุดนิ่ง ต้นปี 2555 ชาญยุทธร่วมกับเพื่อนทำธุรกิจสินเชื่อไฟแนนซ์รถสิบล้อมือสอง ได้กำไรจากส่วนต่างของการซื้อรถสิบล้อจากบริษัทเพื่อน แล้วให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อรถแต่ไม่มีเงินก้อน ผ่อนจ่ายเป็นงวด ๆ รวมมูลค่ารถที่จำหน่ายได้มากกว่า 200 ล้านบาท และยังลงทุนทำธุรกิจกับ ‘เอ.เจ.พลาสท์’ ธุรกิจเม็ดพลาสติก โดยร่วมลงทุน 3 ล้านกว่าหุ้น และได้เป็นผู้ถือหุ้นลำดับที่ 9

ที่มา...http://www.all-magazine.com/

ไคฮวดจั่น รวยด้วยขยะ

Posted by : TAI2U on :วันพุธที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

มิสเตอร์รีไซเคิล ขายขยะให้เป็นทอง

|
อ่านเพิ่มเติม »

คุณกำลังมองหา ธุรกิจ ที่สร้างเงินต่อเดือน 1 แสนบาทขึ้นไปหรือเปล่า ถ้าใช้คุณมาถูกที่แล้วเพราะ ธุรกิจ รับซื้อของเก่าที่ชื่อว่ามิสเตอร์รีไซเคิล
 นี้เป็น ธุรกิจ ที่สร้างรายได้จริงๆ และคุณสามารถพิสูจน์ได้ที่นี่ที่เดียวที่มิสเตอร์รีไซเคิล .
              ธุรกิจ มิสเตอร์รีไซเคิลนี้มีคนทำจำนวนมากกว่า 100 คนแล้วและ แต่ละคนสามารถสร้างรายได้มากกว่า 1 แสนบาท ต่อเดือน  ซึ่ง ธุรกิจ มิสเตอร์รีไซเคิลนี้เป็น ธุรกิจ เกี่ยวกับการรับซื้อของเก่าซึ่งรับซื้อของทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น กล่อง กระดาษ เหล็ก พลาสติก อลูมิเนียม ทองแดง ซึ่งเราเพียงแค่รับซื้อมาแล้วมาทำการคัดแยกให้ถูกวิธีก็สามารถสร้างรายได้ให้กับคุณเป็นจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่น่าเชื่อ

ทำไม ธุรกิจ มิสเตอร์รีไซเคิลนี้ถึงสร้างรายได้เป็นจำนวนมากต่อเดือน ?

เพราะ เมื่อตราบใดที่ยังมีมนุษย์อยู่บนโลก ก็ยังมีของเหลือใช้อยู่ตลอดเวลาไม่มีวันหมดสิ้นเพราะสินค้าเหลือใช้นี้ก็จะถูกนำกลับมาใช้ใหม่ตลอดเวลา นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ธุรกิจ รีไซเคิลหรือที่เรียกว่าร้านรับซื้อของเก่าที่มีอยู่ทั่วประเทศ

ทุกวันนี้ถึงมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และถ้าสังเกตุดีๆ จะเห็นว่า ธุรกิจ พวกนี้สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงอย่างรวดเร็วให้กับเจ้าของกิจการอย่างไม่น่าเชื่อ เราลองมาเปรียบเทียบดูกันว่า ธุรกิจ นี้เป็นไปได้ไหมที่จะสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำหรือเป็นจำนวนหลักแสนหลักล้านจริงๆ

                 คำตอบคือสามารถเป็นไปได้เพราะจำนวนสินค้าเหลือใช้จากตามบ้าน , สำนักงาน ,สิ่งปลูกก่อสร้าง , โรงงาน ,

สถานประกอบการต่างๆ , และอื่นๆ มีจำนวนเยอะมาก  ไม่ว่าจะเป็น สิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวกับตัวเรา เช่น กระดาษ หนังสือ นิตรสาร , เศษเหล็ก พลาสติก ขวดน้ำพลาสติก กะละมัง อลูมิเนียม ทองแดง สายไฟ ท่อ พีวีซี สายยาง และอื่นๆ อีกจำนวนมากมาย ซึ่งสิ่งของที่อยู่ตามสถานที่ต่างๆ นี้มีจำนวนเยอะมาก และ ไม่มีวันหมดไปจากโลก เพราะเมื่อใช้หมดสภาพแล้ว

คนกลุ่มที่ได้กล่าวมาจากด้านบนก็จะนำมาขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าซึ่งร้านรับซื้อของเก่าก็จะมาทำการคัดแยก ตามประเภทของสินค้าต่างๆ แล้วนำส่งต่อให้กับทางโรงงานของสินค้าแต่ละประเภทต่างๆ และทางโรงงานก็นำมาทำการรีไซเคิลกลับมาให้เราได้ใช้กันใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะสังเกตุว่าข้อดีของ ธุรกิจ รับซื้อของเก่านี้ดีตรงที่ว่ามีสินค้าเหลือใช้มาขายตลอดไม่มีวันหมด และแค่มาทำการคัดแยกให้ถูกวิธีก็มีรายได้อย่างที่ไม่น่าเชื่อแล้ว และไม่จำเป็นต้องกักตุนสินค้าไว้นาน

เพราะเราซื้อมาและคัดแยกและสามารถนำไปขายให้กับทางโรงงานได้เลย และนี่จึงเป็นที่มาของ ธุรกิจ มิสเตอร์รีไซเคิล ที่คนทั่วไปสนใจกันเป็นจำนวนมากเพราะ ที่มิสเตอร์รีไซเคิลจะสอนคุณทุกอย่างว่าขั้นตอนการทำ ธุรกิจ นั้นทำกันอย่างไร ซึ่งถ้าอยากทราบรายละเอียดสนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “ธุรกิจ “ มิสเตอร์รีไซเคิล

ที่มา...http://mrrecycle2009.wordpress.com/

เฟอร์น้องหมา บาร์คคิเท็ค ไอเดีย สร้างเงิน

| วันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »

บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะน้องหมาหลายครั้งคงหนักใจไม่น้อยเมื่ออุปกรณ์ของน้องหมาไม่เข้ากับสไตล์บ้านเอาซะเลย จากสินค้าที่มีขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาดกลายเป็นส่วนเกินของบ้าน ทำให้สถาปนิกหนุ่มเล็งเห็นปัญหา ผุดไอเดียผลิตภัณฑ์ตอบสนองความต้องการของผู้รักงานดีไซน์ควบคู่ไปกับการอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงอย่างมีสไตล์ barketek (บาร์คคิเท็ค)

มิติใหม่เฟอร์นิเจอร์เพื่อน้องหมาตอบโจทย์ผู้รักในการแต่งบ้านที่ต้องการให้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในบ้านกลมกลืนกัน ไอเดียของ “ปิยณัฐ รัตนวงศาโรจน์ หรือ บิ๊ก” สถาปนิกหนุ่มเจ้าของผลิตภัณฑ์ barketek ที่คลุกคลีในวงการนี้มา 7 ปี มีโอกาสเดินทางไปทำงานที่ประเทศจีนถึง 4 ปี เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ออกแบบบ้านให้ลูกค้าหลากหลายสไตล์ แต่ปัญหาที่พบส่วนใหญ่คือ ข้าวของเครื่องใช้สัตว์เลี้ยงในบ้าน โดยเฉพาะชามข้าวน้องหมาดูจะไม่เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน กลับกลายเป็นสิ่งแปลกแยกเพราะเป็นสินค้าที่มีจำหน่ายทั่วไป

ทำให้สิ่งของเหล่านี้เป็นปัญหาของเจ้าของบ้านต้องนำไปเก็บไว้ในครัว เอาออกมาใช้เมื่อถึงคราวจำเป็นเท่านั้น ส่งผลให้หลายครั้งเขาต้องออกแบบเฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์น้องหมา แมว ให้ตรงกับสไตล์ของบ้านเป็นประจำ และจากงานที่ต้องทำเพิ่มนี้เอง กลายเป็นการจุดไอเดียให้เขาคิดทำข้าวของเครื่องใช้สำหรับสัตว์เลี้ยงให้กลมกลืนกับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน

บ่อยครั้งที่ผมเห็นชามข้าวน้องหมา เบาะนอน หรือกรงสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก ต้องถูกจำกัดพื้นที่วางไว้ได้เฉพาะแต่ในห้องครัวเพราะเจ้าของบ้านรู้สึกว่าเป็นส่วนเกิน ผมจึงต้องแก้ปัญหาด้วยการออกแบบชามข้าวน้องหมาที่มีฐานยกสูง ทำจากไม้ ส่วนชามเป็นสเตนเลส เน้นความคงทน บวกดีไซน์ทันสมัย ซึ่งชามข้าวสามารถถอดออกมาล้างได้”
ก่อนที่ปิยณัฐจะออกแบบชามข้าวสำหรับสุนัข เขาไม่เพียงแต่เน้นงานดีไซน์ที่สวยงาม แต่ยังศึกษาข้อมูลพฤติกรรมสุนัขด้วย โดยสอบถามจากสัตวแพทย์ และสังเกตสุนัขของตนเอง พบว่า หากเจ้าของเลือกภาชนะที่สูงระดับพอดีกับขนาดสุนัขจะช่วยให้สุนัขกินอาหารได้มากขึ้นเพราะไม่ต้องก้มลงไปกินจากถาดที่วางติดพื้น รวมถึงหากสุนัขก้มเป็นเวลานานจะทำให้ขาถ่าง สรีระเสียรูปทรง ซึ่งสิ่งเหล่านี้บางครั้งเจ้าของละเลยไป
ผลิตภัณฑ์เพื่อน้องหมาชิ้นแรก คือ ชามข้าวน้องหมา ที่ปิยณัฐออกแบบให้มี 3 ขนาด คือ S, M, L ตามขนาดสุนัขที่เจ้าของเลี้ยง โดยเขาใช้เวลาคิดออกแบบและลองผิดลองถูกนานหลายเดือน ประเดิมเปิดตัวสินค้าครั้งแรกในงาน Pet Expo เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ผมเป็นดีไซเนอร์ที่ทำเฟอร์นิเจอร์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง โดยศึกษาจากสรีระและพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงโดยตรง ทำให้สินค้าเป็นมากกว่างานดีไซน์ แม้ช่วงแรกผลตอบรับจากลูกค้าจะบอกว่าราคาค่อนข้างสูง แต่ก็มีกลุ่มลูกค้าที่เข้าใจและมีกำลังซื้อจะตัดสินใจซื้อทันที เพราะราคาถูกกว่าสินค้าจากต่างประเทศมาก โดยราคาเริ่มต้นที่ 880-1,950 บาท ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าผู้หญิงที่อุดหนุน ในช่วงอายุตั้งแต่ 25-40 ปี และเป็นชาวต่างชาติให้การตอบรับดีกว่า 50%

แม้ขณะนี้สินค้าของ barketek จะยังไม่มีหน้าร้าน แต่มีการนำสินค้าไปฝากขายตามห้าง เช่น สยามดิสคัพเวอรี่, โรงแรมสำหรับสัตว์เลี้ยง, สระว่ายน้ำ และสปา ที่ล้วนให้บริการสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ล่าสุดเจ้าของแบรนด์ barketek ออกแบบที่นอนของน้องหมา คล้ายเปลแต่โยกไม่ได้ ขึง 2 ด้าน พร้อมเบาะรอง ยกสูงจากฐานไม้เล็กน้อย ซึ่งจะช่วยในเรื่องการระบายอากาศได้ ทำให้ความร้อนจากตัวสัตว์ไม่สะสม เหมาะต่อสุนัขพันธุ์เล็กไปจนถึงกลาง แต่ไม่เหมาะต่อสุนัขตัวใหญ่เพราะจะรู้สึกไม่มั่นคง


ปัจจุบันต้องยอมรับว่าผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการตกแต่งบ้าน และคอนโดฯ กันมากขึ้น ดังนั้นสินค้า barketek จึงกลายเป็นหนึ่งตัวเลือกที่คนรุ่นใหม่สนใจ รวมถึงชาวต่างชาติก็หิ้วกลับไปเป็นจำนวนมาก เพราะเราทำให้ชิ้นส่วนทุกชิ้นบรรจุลงในกล่องถือสะดวก สามารถนำไปประกอบได้เองที่บ้าน จากความสะดวกนี้เองทำให้ยอดขายแต่ละเดือนอยู่ที่ 30-40 ชิ้น ตั้งเป้าให้ถึง 100 ชิ้น/เดือน พร้อมเล็งตลาดส่งออกไปยังประเทศแถบเอเชีย ได้แก่ ฮ่องกง เกาหลี ไต้หวัน และสิงคโปร์

สำหรับแผนธุรกิจในเรื่องการออกแบบสินค้าใหม่ๆ นั้น ปิยณัฐบอกว่า จะออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ทั้งเจ้าของบ้านและสัตว์เลี้ยงสามารถอยู่ร่วมกัน อย่าง เก้าอี้ ที่คนนั่งได้ และข้างใต้เป็นที่นอนของน้องหมา รวมถึงเตรียมออกแบบเฟอร์นิเจอร์สำหรับแมว จากตัวเลขที่ค้นพบว่ามีผู้เลี้ยงแมวจำนวนไม่น้อยในไทยและต่างประเทศ จากพฤติกรรมของแมวที่ไม่ต้องพาออกไปเดินเล่น สามารถเลี้ยงได้ในคอนโดฯ ซึ่งตรงกับไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมืองในปัจจุบัน

ที่มา....http://www.manager.co.th/iBizchannel/ViewNews.aspx?NewsID=9560000157302

ตุ๊กตาถุงเท้า ผลงานทำเล่นโกยเงินหลักหมื่น

|
อ่านเพิ่มเติม »

ลวดลายและสีสันสดใสของถุงเท้าในปัจจุบัน ไม่ได้ถูกจำกัดแค่เพียงถุงเท้าเพื่อการสวมใส่เท่านั้น แต่ผู้ประกอบการหัวใสนำมาสร้างสรรค์ผลงานเป็น “ตุ๊กตาถุงเท้า” คู่ชาย-หญิง สร้างรายได้หลักหมื่น ทั้งๆ ที่ทำเป็นงานอดิเรก อาศัยเวลาว่างหลังงานประจำจากอาชีพวิศวกรโยธา

อาภรณ์ศิลป์ กันณิกา หรือ น้อง เจ้าของธุรกิจตุ๊กตาถุงเท้า เล่าว่า ตนเองเป็นผู้ที่ชื่นชอบงานฝีมือเป็นทุนเดิม โดยเริ่มจากการถักตุ๊กตาไหมพรม แต่ด้วยขั้นตอนที่ยุ่งยาก และการผลิตตุ๊กตาแต่ละตัวต้องใช้เวลานานพอสมควร จึงมองหาวัตถุดิบอื่นมาทดแทน โดยมองไปที่ถุงเท้าสีสันสดใสที่จำหน่ายอยู่ตามท้องตลาด โดยครั้งแรกคุณน้องลองเย็บตุ๊กตาถุงเท้าให้กับคนพิเศษ พร้อมกับนำผลงานชิ้นแรกในชีวิตไปโพสต์ไว้ในไฮไฟว์ (Hi 5) ให้เพื่อนๆ ได้ชื่นชมผลงาน แต่เพื่อนไม่เพียงชื่นชมผลงานเท่านั้น กลับสนใจให้คุณน้องทำให้บ้าง จึงก่อเกิดเป็นไอเดียธุรกิจตั้งแต่บัดนั้น

ในช่วงแรกที่เราเริ่มทำตุ๊กตาถุงเท้าไม่กี่คู่ให้เพื่อน ก็ถ่ายรูปไว้ แล้วใช้วิธีฟอร์เวิร์ดเมล์ (Forward Mail) เพื่อให้คนรู้จักมากขึ้น พร้อมกับพัฒนาเว็บไซต์ควบคู่กันไปด้วย ภายใต้แบรนด์ Sock-Doll Handmade รับผลิตถุงเท้าทั้งปลีกและส่ง ราคาเริ่มต้นที่คู่ละ 150-300 บาท

ตุ๊กตาถุงเท้า ถือเป็นงานแฮนด์เมดล้วนๆ ที่เมื่อได้ถุงเท้าลวดลานตามที่ต้องการแล้ว ก็นำมาขึ้นแพทเทอร์น ตามรูปแบบทำให้ตุ๊กตามีแขน – ขา พร้อมกับยัดใยสังเคราะห์เป็นตัวตุ๊กตา ส่วนใบหน้าจะใช้ถุงเท้าสีขาวล้วน นำมาปักเป็นลูกตา จมูก และปาก ซึ่งตาก็จะมีหลายรูปแบบ เช่น ตาหวาน ตาหวานเชื่อม และตาปกติ โดยกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 20-30 คู่/วัน ใช้การกระจายงานให้กับคนในครอบครัวช่วยกันทำด้วย ที่จังหวัดชลบุรี โดยให้เย็บเพียงตัวตุ๊กตาให้ ส่วนการปักรูปหน้า หรือการตกแต่งใบหน้าตุ๊กตาคุณน้องจะเป็นผู้นำมาเย็บเอง โดยดูลวดลายของถุงเท้าเป็นหลัก

การเริ่มต้นทำธุรกิจนี้ถือเป็นงานอดิเรก อาศัยเวลาว่างหลังเลิกงานจากการเป็นวิศวกรโยธา มาเย็บตุ๊กตาถุงเท้าขายผ่านเว็บไซต์ เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง ส่งให้รายได้เฉลี่ยหลักหมื่นบาทต่อเดือน ทั้งๆ ที่ใช้เงินทุนเบื้องต้นประมาณ 3,000 บาท โดยต้นทุนหลักอยู่ที่วัตถุดิบคือถุงเท้าลาย และสีขาว ซึ่งเราจะเลือกตามแหล่งขายถุงเท้าราคาถูก เช่น ย่านสำเพ็ง และโบ๊เบ๊ เป็นต้น
ขณะนี้ถือว่าตุ๊กตาถุงเท้าของ Sock-Doll Handmade ได้รับการตอบรับดีจากลูกค้า ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น และวัยทำงาน ที่นิยมซื้อไปเพื่อมอบให้คนพิเศษ ซึ่งที่ผ่านลูกค้าบางคนก็ต้องการให้ตกแต่งตัวตุ๊กตาเพิ่ม อย่าง การปักชื่อที่ตุ๊กตา เพิ่มดอกไม้ และติดโบว์ ราคาก็จะบวกเพิ่มอีกนิดหน่อย ส่วนช่วงเทศกาลที่เรียกว่าผลิตไม่ทันขาย คุณน้องบอกว่ามักจะเป็นช่วงเทศกาล แห่งการมอบของขวัญให้กัน เช่น ปีใหม่ วาเลนไทน์ และช่วงฤดูหนาว ที่ลูกค้าทางภาคเหนือจะสั่งออเดอร์มากเป็นพิเศษ จากรูปลักษณ์ภายนอกของตุ๊กตาถุงเท้า จะเข้ากับช่วงฤดูหนาว ทั้งการแต่งตัวด้วยการใส่หมวกไหมพรม เครื่องแต่งกายก็เป็นชุดเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว

ตุ๊กตาถุงเท้า ของเรามีให้เลือกหลายแบบ หลายลาย ไม่ค่อยซ้ำกันขึ้นอยู่กับลวดลายของถุงเท้าจากโรงงานผลิตจะออกแบบมา แต่เราจะเน้นคอนเซ็บต์ในการผลิตตุ๊กตาถุงเท้าคือ ต้องเป็นตุ๊กตาคู่ชาย-หญิง เพราะเราคิดว่าถุงเท้าต้องใส่เป็นคู่ ถ้าแยกจากกันเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง ดังนั้นเมื่อนำมาเป็นตุ๊กตาถุงเท้า ก็ต้องทำเป็นคู่ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้เรายังทำตุ๊กตาถุงเท้าขนาดเล็กเป็นพวงกุญแจ และพวงกุญแจตุ๊กตาไหมพรมถัก"

ปัจจุบันตุ๊กตาถุงเท้าของ Sock-Doll Handmade มีตัวแทนจำหน่ายที่รับไปขายต่อทั่วประเทศ และส่งออกไปประเทศนิวซีแลนด์ด้วย โดยคุณน้องส่งเองทางไปรษณีย์ ยอดการสั่งซื้อประมาณหลักร้อยตัวขึ้นไป โดยแผนธุรกิจในอนาคตจะเริ่มออกบูธตามงานแสดงสินค้าให้มากขึ้น จัดตุ๊กตาเป็นชุดกระเช้าของขวัญแบบครอบครัว พร้อมเล็งทำเลเปิดหน้าร้านที่ตลาดนัดสวนจตุจักร รวมถึงเปิดสอนการทำตุ๊กตาถุงเท้าอีกทางหนึ่งด้วย


ที่มา...http://www.manager.co.th/iBizchannel/ViewNews.aspx?NewsID=9530000094702

ดอท จักรยานไอเดีย ล้ำ

| วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2556
อ่านเพิ่มเติม »

การปั่นจักรยานออกกำลังกาย หรือเพื่อเดินทาง กลายเป็นเทรนด์ฮิตของคนยุคสมัยนี้ไปแล้ว เอสเอ็มอี มีแวววันนี้ จะพาคุณผู้ชมไปดูจักรยานที่ไม่ซ้ำแบบใคร ที่เกิดจากแนวคิดเล็กๆ ของผู้ชายคนหนึ่ง ที่อยากสร้างจักรยานไม้ด้วยมือตัวเอง
โครงไม้รูปร่างแปลกตา คือส่วนประกอบหลักของจักรยานไม้ แบรนด์ ดอท ที่ออกแบบโดยฝีมือดีไซเนอร์หนุ่มชาวไทย "กฤษณ์ พุฒพิมพ์" แม้จะไม่ใช่จักรยานไม้คันแรกของโลก แต่จักรยานคันนี้ รับรองว่า มีดีไซน์เก๋.. ไม่ซ้ำแบบใคร
ไม้ดัด หรือไม้วีเนียร์ เป็นไม้แถบสแกนดิเนเวีย จากท่อนใหญ่ถูกฝานเป็นชั้นบางๆ นำมาเรียงซ้อนกันก่อนอัดด้วยเครื่องจักรอุตสาหกรรมอีกครั้ง ส่งผลให้จักรยานมีความทนทาน ยืดหยุ่น รับแรงกระแทก และรับน้ำหนักได้มากกว่า 100 กิโลกรัม
แม้จะไม่มีสีสัน แต่ลวดลายธรรมชาติของเนื้อไม้ กลับเป็นจุดเด่นที่สวยงามลงตัวกับอะไหล่ ที่เลือกมาประกอบร่างให้ไม้ชิ้นเล็กๆ เหล่านี้ กลายเป็นจักรยานที่มีมูลค่ากว่า 4 หมื่นบาท จากต้นทุนเฉลี่ยคันละ 2 หมื่นบาท


ความแปลกที่ไม่เหมือนใคร พร้อมกับความคล่องตัว จากระบบขับขี่แบบอัตโนมัติ ทำให้จักรยานไม้คันนี้ ต้องใจกลุ่มนักปั่นที่ชอบสะสมจักรยาน และใช้งานในชีวิตประจำวัน
จักรยานไม้ แบรนด์ ดอท ได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักปั่นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวอิตาลี ที่ถูกใจผลงานเมื่อครั้งที่ "กฤษณ์" เคยไปแสดงผลงานในนิทรรศการที่นั่น ส่วนไทยเอง ก็ให้ความสนใจไม่น้อย เพราะทุกคนสามารถออกแบบให้จักรยานเหมาะกับตัวเองได้ ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งหลากหลายแบบ เช่น แฮนด์จักรยานไม้ ทรงวินเทจ และแฮนด์จักรยานไม้ ทรงบูลฮอน
ใครที่อยากได้ต้องอดใจรอถึง 2 เดือน เพราะทุกวันนี้ มียอดสั่งซื้อเข้ามาต่อเนื่อง ทำให้นักธุรกิจรุ่นใหม่คนนี้ มีกำลังใจที่จะขยายธุรกิจต่อไป
ความสำเร็จของ แบรนด์ ดอท มาจากความมุ่งมั่นท้าทาย กับคำสบประมาทที่ว่า จักรยานไม้ จะขี่ได้อย่างไร บวกกับแนวคิดสร้างสรรค์ที่มาเติมเต็ม จักรยานไม้ภายใต้ แบรนด์ ดอท จึงติดตลาดได้ภายใน 1 ปี สนใจจักรยานไม้ เชิญไปสัมผัสของจริงกันได้ที่ Pod bike shop ร้านจักรยานพีโอดี 156/3 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร


ที่มา  ไทยรัฐ

ดอท จักรยานไอเดีย ล้ำ

Posted by : TAI2U on :วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2556 With 0ความคิดเห็น

พิสูจน์ขยะราคาแพงกว่าทอง ปราบขยะรีไซเคิล

| วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556
อ่านเพิ่มเติม »
ปราบขยะรีไซเคิล ก่อตั้งขึ้นในนามบริษัท โดยคุณพูนสวัสดิ์ มูลศาสตรสาทร และคุณธีรวงศ์ สรรค์พิพัฒน์ มีตำแหน่งเดียวกันคือ กรรมการผู้จัดการ สโลแกน คือ ขยะแพงกว่าทอง

พิสูจน์ขยะราคาแพงกว่าทอง ปราบขยะรีไซเคิล

Posted by : TAI2U on :วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556 With 0ความคิดเห็น

พี่เพ็ท ตู้รีไซเคิลทำเงิน ธุรกิจขายขวด

| วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2556
อ่านเพิ่มเติม »
เทคโนโลยีสร้างอาชีพ การรีไซเคิลขวดเพ็ทนี้นอกจากจะช่วยลดปริมาณการใช้พลาสติกเม็ดใหม่ เป็นการลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ แนวคิด “รักษ์โลก” ยังเป็นเรื่องที่ไม่เคยล้าสมัย

พี่เพ็ท ตู้รีไซเคิลทำเงิน ธุรกิจขายขวด

Posted by : TAI2U on :วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2556 With 0ความคิดเห็น
Prev
▲Top▲