Update

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รองเท้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รองเท้า แสดงบทความทั้งหมด

รองเท้าโซฟา สุขภาพดีทุกย่างก้าว

| วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
อ่านเพิ่มเติม »


แฟชั่นของรองเท้าทุกวันนี้ ไม่เพียงต้องหน้าตาดีเท่านั้น แต่ยังต้องใส่ลูกเล่นในเรื่องของสุขภาพเข้าไปด้วย อย่างรองเท้าโซฟาชูคู่นี้ ไม่ธรรดา...
โซฟาชู ภายใต้แบรนด์ ชูเบอรี่ ภายนอกอาจดูละม้ายคล้ายโซฟานั่ง ทว่าการใช้งานจริง กลับมีไว้สวมใส่เท่านั้น

รองเท้าโซฟา เกิดจากความคิดเล็กๆ ของ กรกนก สว่างรวมโชค เจ้าของแบรนด์ ชูเบอรี่ เธอบอกว่า พื้นฐานเธอชอบแต่งตัวตามแฟชั่น แต่แล้ววันหนึ่งได้เกิดอุบัติเหตุ ส่งผลให้ข้อเท้าหัก จึงอยากได้รองเท้าที่ใส่สบาย ทว่าดูดี ในที่สุด เธอจึงแปรความต้องการใช้ส่วนตัวมาเป็นธุรกิจอย่างจริงจังขึ้นมา

รองเท้าโซฟา สุขภาพดีทุกย่างก้าว

Posted by : TAI2U on :วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 With 0ความคิดเห็น

ยีนส์เก่า เป็นรองเท้า เป็นเงิน

| วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »
การนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์เป็นสินค้ากลุ่มงานแฮนด์เมดยังคงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เป็นการสร้างมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ ที่สำคัญสามารถสร้างรายได้ให้กับเจ้าของไอเดียได้ดีอีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือ และความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการของแต่ละคน ว่าจะเสกสรรปั้นแต่งชิ้นงานของตนอย่างไรให้โดนใจลูกค้า ซึ่งวันนี้ทีม ’ช่องทางทำกิน“ ก็มีอีกหนึ่งกรณีตัวอย่างมาให้ลองพิจารณา กับงาน ’รองเท้าจากกางเกงยีนเก่า“ อีกหนึ่งไอเดียโดน ๆ...

******

“จตุรงค์ เงินอร่าม” นำเอา “กางเกงยีนเก่า” มือ 2 มาสร้างสรรค์เป็น “รองเท้า” ที่ใช้ชื่อแบรนด์ว่า “Kai-Chon Original (ไก่ชน ออริจินัล)” ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า “ผมไม่ใช่ช่างทำรองเท้า แต่เป็นแค่คนทำรองเท้า” โดยจริง ๆ แล้วก่อนที่จะมาเริ่มทำรองเท้าขายนั้น ทำธุรกิจส่วนตัวอย่างอื่น ส่วนธุรกิจการขายรองเท้ามาทำหลังจากยุคเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ต้องหยุดการทำธุรกิจส่วนตัว แต่ก็ไม่ได้ยอมแพ้ และได้เริ่มไปรับรองเท้ามาขาย หลังจากที่รับรองเท้ามาขายอยู่สักระยะก็คิดว่า น่าจะทำเองได้ จึงอาศัยไปศึกษาดูเขาทำ ใช้วิธีครูพักลักจำการทำรองเท้ามา แล้วก็มาลองทำ จนสามารถทำรองเท้าได้ หลังจากที่หัดทำรองเท้าเองได้ ฝึกฝนจนทำได้ชำนาญ ก็เริ่มผลิตรองเท้าหนังออกมาจำหน่ายเป็นของตัวเอง

“ตลาดรองเท้านั้นเป็นตลาดที่แข่งขันกันสูง เป็นตลาดใหญ่ ส่วนใหญ่จะเป็นโรงงาน เป็นอุตสาหกรรม แต่ของเรานั้นเป็นแค่อุตสาหกรรมครัวเรือน และเพื่อที่จะสู้กับคู่แข่งได้ เราจำเป็นจะต้องพัฒนาสินค้าของเราให้มีจุดเด่น มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร จึงพยายามหาวัตถุดิบหลายอย่างมาทำรองเท้า เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสินค้าของเรา”

จตุรงค์กล่าวต่อไปว่า พยายามศึกษาหาวัตถุดิบมาเรื่อย จนมาลงตัวที่ “กางเกงยีน” เริ่มจากการที่เห็นว่ามีหลายคนนำกางเกงยีนมาทำเป็นสินค้าหลากหลาย จึงคิดว่าน่าจะนำมาทำเป็นรองเท้าได้ จึงทดลองทำ ซึ่งก็ลองผิดลองถูกอยู่นานประมาณ 5-6 เดือน กว่าที่จะได้แบบที่ลงตัวออกมาสู่ตลาด

“รองเท้าที่ทำจากกางเกงยีน เราจะใช้กางเกงยีนเก่ามือสอง เป็นการประยุกต์ทำให้เกิดมูลค่า ซึ่งรองเท้า 1 คู่ จะใช้กางเกงยีน 1 ตัวในการทำ เพราะฉะนั้นรองเท้าแต่ละคู่จึงไม่เหมือนกัน ที่สำคัญการทำรองเท้าจากกางเกงยีนต้องทำให้ลูกค้ารู้ว่าเป็นรองเท้าที่ทำมาจากกางเกงยีนจริง ๆ ไม่ใช่แค่รองเท้าที่ใช้ผ้ายีนทำ จึงจะประสบความสำเร็จ”

การนำกางเกงยีนมาทำเป็นรองเท้านั้น จตุรงค์บอกว่า อาจจะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากสักหน่อย เพราะเวลาเก็บรายละเอียดการทำแบบแพทเทิร์น ทำรองเท้า ทำออกมาแล้วต้องมองแล้วรู้เลยว่าทำมาจากกางเกงยีน ซึ่งนี่คือเสน่ห์ของรองเท้าที่ทำจากกางเกงยีน ที่ลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งลูกค้าชาวต่างชาติและคนไทย โดยรองเท้าที่ทำทุกคู่เป็นงานแฮนด์เมดทำมือทุกขั้นตอน เพราะฉะนั้นจึงสามารถผลิตรองเท้าออกมาได้แค่ประมาณ 300-400 คู่ ต่อ 1 เดือน

“กางเกงยีนมือ 2” วัสดุหลักในการทำนั้น จตุรงค์บอกว่า จะใช้วิธีไปรับซื้อเหมาตามตลาด เป็นกางเกงยีนที่โละจากร้านขายกางเกงยีน ส่วนวัสดุอื่น ๆ ที่ต้องใช้ หลัก ๆ ก็มี...หนังกลับ, พื้นรองเท้า, พื้นรองตัวรองเท้า, เชือกรองเท้า กรณีทำเป็นแบบมีเชือก กระดาษเคมีวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นกระดาษที่ทำให้หัวรองเท้าและส้นรองเท้าเป็นทรง ไม่ยุบตัว

สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ทำ หลัก ๆ ก็มี...จักรเย็บผ้า, หุ่นรองเท้า, คีม, ค้อน, ตะปู, กรรไกร, กาวยาง เป็นต้น

ขั้นตอนการทำ เป็นงานแฮนด์เมดทุกขั้นตอน โดยเริ่มจากการทำแพทเทิร์นรองเท้าเป็นอันดับแรก โดยแพทเทิร์นนั้นจะมีอยู่ 3 ส่วนคือ ส่วนหัวรองเท้า, ส่วนลิ้นรองเท้า และส่วนตัวรองเท้า เมื่อมีแพทเทิร์นแล้ว จากนั้นก็เป็นการคัดเลือกกางเกงยีนที่จะใช้ทำ เลือกได้แล้วก็ใช้แพทเทิร์นวางทาบบนกางเกงยีน ตัดตามแบบแพทเทิร์น แต่แพทเทิร์นที่เป็นส่วนตัวรองเท้านั้น จะต้องวางในส่วนที่พอตัดออกมาแล้วจะต้องดูรู้ว่าเป็นกางเกงยีน ต้องมีรายละเอียดของกางเกงยีนอยู่ด้วย เช่นอาจจะเป็นส่วนที่มีกระเป๋ากางเกง หรืออาจจะมีป้ายยี่ห้อกางเกงติดอยู่ เป็นต้น

จากนั้นก็ตัดตามแบบแพทเทิร์น ก็จะได้ 3 ชิ้น ส่วนที่เป็นตัวรองเท้าและส่วนลิ้นรองเท้าก็ใช้หนังกลับติดรองด้านในอีกชั้น เพื่อความสวยงามดูมีคุณค่าและทำให้รองเท้าหนาขึ้น ส่วนที่เป็นตัวรองเท้านั้นถ้าทำแบบมีเชือกรองเท้าด้วยก็ต้องทำการเจาะรูสำหรับร้อยเชือกตามแบบ ส่วนที่เป็นหัวรองเท้าใช้เป็นผ้าสองชิ้นประกบกัน เป็นการเพิ่มความหนา นำส่วนประกอบ 3 ส่วนมาประกอบเข้าด้วยกัน ยึดด้วยกาว แล้วเย็บอีกครั้งเพื่อความแข็งแรงแน่นหนา

หลังจากเย็บ 3 ส่วนติดกันแล้วก็นำมาขึ้นหุ่น นำกระดาษเคมีวิทยาศาสตร์ชุบนํ้ามันเบนซินให้ชุ่มวางใส่ตรงหัวรองเท้าและส้นรองเท้า (พอกระดาษเคมีแห้งสนิทแล้วจะแข็งตัว ทำให้ส่วนหัวรองเท้าและส้นรองเท้าแข็งเป็นทรงไม่ยุบตัว) จากนั้นก็ขึงรองเท้าให้เข้ารูปกับหุ่นเท้า ใช้ตะปูตอกยึดให้แน่น ขึงยึดรองเท้าเข้ารูปตามหุ่นรองเท้าแล้วก็นำพื้นรองเท้าที่เป็นยางมาประกอบโดยใช้กาวยางยึดให้แน่น รอจนกระดาษเคมีวิทยาศาสตร์และกาวแห้งสนิทประมาณ 4-5 ชั่วโมง ก็จึงนำรองเท้าออกจากหุ่นเท้า นำรองเท้านั้นไปเย็บพื้นรองเท้าอีกส่วน เพื่อให้พื้นแข็งแรงมากขึ้น ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

รองเท้าจากกางเกงยีนเก่าของจตุรงค์ มีตั้งแต่ไซซ์ 35-44 ราคาขายอยู่ที่คู่ละประมาณ 600-700 บาท

******

สนใจ ’รองเท้าจากกางเกงยีนเก่า“ ของจตุรงค์ ไปดูกันได้ที่ตลาดกรมชลประทาน (ปากเกร็ด) ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ ตี 5-10 โมงเช้า และดูสินค้าตัวอย่างของกรณีศึกษา ’ช่องทางทำกิน“ รายนี้ได้ทาง www.facebook.com/รองเท้าทำจากกางเกงยีนส์-Kai-chon-Original หรือต้องการสั่งออร์เดอร์ก็โทรศัพท์ไปสอบถามพูดคุยได้ที่ โทร. 08-7529-2802.

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน / สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ

ที่มา...http://www.dailynews.co.th/

ยีนส์เก่า เป็นรองเท้า เป็นเงิน

Posted by : TAI2U on :วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

Yhor รองเท้าหนังผสานผ้าไทย สไตล์ไม่ซ้ำ

| วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »

กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ที่เมื่อถึงจุดอิ่มตัวมนุษย์เงินเดือนจะตัดสินใจลาออกจากงานประจำเลือกเดินในเส้นทางธุรกิจ ยึดอาชีพเป็นนายตัวเอง เช่นเดียวกับอดีตเซลส์แมนจากองค์กรใหญ่ กล้าแหวกแนวทำรองเท้าหนังแบรนด์ “Yhor” (ยอร์) ประยุกต์ผ้าไทยแต่งลวดลายไม่ซ้ำ มองไกลตลาดอินเตอร์

       ต้นทุนในวัยเด็กที่เคยคลุกคลีกับแวดวงรองเท้ามาบ้าง จากคุณพ่อเป็นดิสทริบิวเตอร์ขายรองเท้า มีโอกาสได้ช่วยในธุรกิจนี้ ทำให้เมื่อ “นายวีรวิชญ์ ส่งพิริยะกิจ” ผู้เป็นลูกชายอยากทำธุรกิจก็นึกถึงรองเท้าขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ แต่โจทย์ยากอยู่ที่จะทำอย่างไรให้มีความแตกต่าง และสะดุดแก่ผู้พบเห็น

       เขาจึงนำความชอบส่วนตัวที่เห็นผ้าไทยทอมือของชาวบ้านแล้วรู้สึกว่ามีเสน่ห์ เปี่ยมคุณค่า และน่านำมาเพิ่มมูลค่าได้ จึงคิดนำมาเป็นองค์ประกอบหนึ่งของรองเท้า สุดท้ายจึงกลายเป็นที่มาของรองเท้าหนังผ้าไทยแบรนด์ “Yhor”


       “ตอนที่ผมเป็นพนักงานประจำได้ระยะหนึ่งก็รู้สึกเบื่ออยากออกมาทำธุรกิจของตัวเอง ประกอบกับโดยส่วนตัวผมชอบเดินทางท่องเที่ยว กระทั่งไปเจอกลุ่มชาวบ้านที่ทอผ้าขาย เห็นว่าสวยดีมีลวดลายแปลกๆ และสีสันไม่ซ้ำเพราะเป็นสีจากธรรมชาติ ก็คิดว่าผ้าเหล่านี้น่าจะนำมาต่อยอดได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เสื้อผ้า ของกระจุกกระจิก ก็ล้วนมีคนนำผ้าไทยมาประยุกต์เป็นสินค้าแล้ว ผมจึงมองไปที่รองเท้าที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ก็พบว่ายังไม่มีคนนำหนังแท้กับผ้าไทยมาทำเป็นรองเท้า”

       เมื่อเขามุ่งมั่นที่จะเดินเข้าสู่วงการผลิตรองเท้าหนังจากผ้าไทย ก็ตัดสินใจลาออกจากงานประจำทันที อาศัยกินเงินเก่าไปวันๆ พร้อมกับไปเรียนการผลิตรองเท้าหนังขั้นพื้นฐานจากสถาบันออกแบบรองเท้าโดยเฉพาะ ที่สอนตั้งแต่ภาคทฤษฎี ทำแพตเทิร์น และลงมือทำรองเท้าขึ้นเอง ขั้นตอนเหล่านี้เขาใช้เวลา 1 ปีในการเรียนรู้และลองผิดลองถูก โดยมีอาจารย์เป็นที่ปรึกษา
       การเลือกเฟ้นโรงงานผลิตเป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการออกแบบ เพราะกว่าจะนำไอเดียมาประยุกต์วัสดุสองอย่างให้ใช้งานได้จริงเป็นเรื่องใหม่สำหรับโรงงาน ปัญหาหลักในช่วงแรกที่เจอ คือ ผ้าบางกว่าหนัง ดังนั้นจะทำอย่างไรให้ผ้ามีความแข็งแรงเหมือนหนัง ขั้นตอนนี้กว่าจะลงตัวต้องใช้เวลาหลายเดือน กระทั่งเริ่มธุรกิจได้เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา



       ตลาดต่างประเทศคือเป้าหมายหลักที่เขามองไว้ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นที่ชอบในงานผ้า และสีสัน ขณะที่รูปแบบรองเท้าก็ครอบคลุมทุกการใช้งาน Yhor ออกแบบรองเท้าไว้ 3 กลุ่ม ได้แก่ ทรงทางการ มีการนำผ้าไทยเข้าไปเป็นซับใน, แบบลำลอง นำผ้าไทยมาผสมผสานเข้ากับหนัง และแบบที่ใช้ผ้าไทยล้วนๆ หวังโชว์เอกลักษณ์และลวดลายผ้าไทยแบบเต็มๆ ทำให้สวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย ขณะที่ในส่วนของหนังวัวเป็นหนังออยล์ หนังกลับ หนังนิ่ม หนังนูบัค หนังซีซีโอ สามารถทำความสะอาดได้ง่ายเพียงนำแปรงสีฟันมาจุ่มลงในน้ำสบู่ ค่อยๆ แปรงลงไปที่รอยเปื้อนเท่านั้น


       “นอกจากผ้าไทยที่เราเลือกนำมาเป็นส่วนตกแต่งรองเท้าหนังแล้ว ผ้าไทยยังมีคุณสมบัติพิเศษ คือไม่เก็บความชื้น ไม่เก็บกลิ่น ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นเหงื่อ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนวัยทำงานอายุไม่เกิน 30 ปี และผู้ใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง และชื่นชอบรองเท้าหนังแท้ เนื่องจากสวมใส่สบายไม่กัดเท้า ภายในมีการบุผ้าอย่างดี ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงที่ให้ความสนใจ ทำให้รองเท้า Yhor มีแบบผู้ชายประมาณ 8-10 แบบ และหญิงอีก 4-5 แบบ แนวโน้มจะผลิตรองเท้าผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น โดยราคาอยู่ที่ 1,500-2,500 บาท”

       สำหรับอนาคต เขามองตลาดต่างประเทศ เริ่มจากกลุ่มลูกค้าประเทศแถบเอเชียก่อน อย่าง เวียดนาม มาเลเซีย และเกาหลี และจึงขยายไปประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ต่อไป รวมถึงมองหาคู่ค้าที่จะรับสินค้าไปจำหน่ายต่อ แต่ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะขณะนี้รองเท้า Yhor มีกำลังการผลิตเพียง 400-500 คู่/เดือนเท่านั้น และยังมีขั้นตอนการทำมือ (ทากาว, ตัดหนัง) อยู่ประมาณ 70% นอกนั้นใช้เครื่องจักรจากโรงงาน ส่วนแผนการพัฒนาสินค้า จะแตกไลน์ผ้าไทยเป็นสินค้าตกแต่งบ้าน และนำวัสดุอื่นที่ไม่น่าจะมาหลอมรวมกันได้ทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมา


       ***สนใจติดต่อ 08-4529-5144 หรือที่ www.yhorstyle.com, Facebook : YHORSTYLE***



ที่มา....http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9570000013247

Yhor รองเท้าหนังผสานผ้าไทย สไตล์ไม่ซ้ำ

Posted by : TAI2U on :วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

รองเท้ามือสอง น่าลอง น่าลงทุน

| วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2556
อ่านเพิ่มเติม »
รองเท้าถือเป็นหน้าตาและส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างบุคลิกเราให้ดูดีขึ้นได้ และเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่เราจะขาดไม่ได้ต้องใช้กันเป็นประจำทุกวัน ซึ่งในปัจจุบันการทำธุรกิจเปิดร้านขายรองเท้าก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ เพราะรองเท้าคือสิ่งของเครื่องใช้ประจำตัวซึ่งทุกคนต้องมีและสิ่งนี้เองที่ทำให้ผู้ที่ประกอบธุรกิจหรือเปิดร้านขายรองเท้าไม่ว่าจะเป็นสินค้ายี่ห้อราคาแพงหรือแม้แต่รองเท้ามือสองราคาถูก มีรายได้และกำไรค่อนข้างสูง เรามีข้อมูลเกี่ยวกับร้านขาย ปลีก-ส่ง รองเท้ามือสองมาแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกันค่ะ

ร้านขายส่งรองเท้ามือสอง

“ร้านเบญจมาศรองเท้า” เป็นร้านขายส่งรองเท้ามือสองลูกค้าสามารถคละแบบและเลือกแบบเองได้ ขายปลีก-ส่ง ในราคาคู่ละ 35 บาท ส่ง 50 คู่ขึ้นไป (50คู่ เท่ากับ 1750 บาท) ท่านสามารถนำไปขายได้ในราคา คู่ละ 79-100 บาท (แล้วแต่ทำเลค่ะ) หากต้องการขายออกไวขายเน้นจำนวนก็นี่เลย คู่ละ 60 บาท 2 คู่ 100 บาท รับรองขายขายดีแน่นอนค่ะหรือจะขายแบบชิลๆๆ รองเท้ามาใหม่ล็อตแรกลองขายก่อนเลย คู่ละ 100 บาท หากใน 1 อาทิตย์ สินค้าของท่านยังคงเหลือ ก็ค่อยเซลล์ขายคู่ละ 69 – 79 – 89 ก็ว่ากันไป ขายรองเท้าไม่มีขาดทุนแน่นอนค่ะ



ร้านขายส่งรองเท้ามือสอง
ร้านรองเท้ามือสองเบญจมาศ (TEEN 2) เป็นร้านขายส่งสินค้ารองเท้ามือสองโดยมี คุณเบญจมาศ แสงเทียน เป็นผู้ดูแลกิจการ มีบริการจัดส่งถึงบ้านสำหรับคนที่อยู่ต่างจังหวัดคุณภาพสินค้ารับลองได้เลยว่าคัดเกรดสินค้าดีๆ ให้ทั้งนั้นไม่มีปะปนเกรด a-b-c  รองเท้าที่ทางร้านจัดจำหน่ายขายส่ง มีรองเท้าแฟชั่น รองเท้าคัชชู รองเท้าส้นสูง รองเท้าผ้าใบ  รองเท้าบูท มีขนาดให้เลือกทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ส่วนมากจะมีรองเท้าแฟชั่น รองเท้าคัชชู สำหรับคุณผู้หญิงซะมากกว่า ต้องบอกเลยว่าอาชีพขายรองเท้ามือสองนี้เป็นอาชีพที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เรื่องงบประมาณในการทำธุรกิจรองเท้ามือสองนั้นต้นทุกต่ำมากๆ เดี๋ยวเรามาดูเรื่องงบประมาณที่ใช้เริ่มต้นธุรกิจกันดีกว่าค่ะ

งบประมาณในการทำธุรกิจรองเท้ามือสอง
ต้องขอย้ำอีกครั้งสำหรับเรื่องงบประมาณในการลุงทุน สำหรับท่านใดมีเงินลงทุนหรือท่านใดที่มีทุนมาก แต่อยากมีธุรกิจส่วนตัวมีอาชีพเป็นของตัวเอง นับว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับทุกๆ ท่าน สามารถเป็นพ่อค้า-แม่ขายได้ด้วยงบประมาณอันน้อยนิด เพราะธุรกิจนี้ลงทุนน้อยราคาขายปลีก-ส่ง ก็ไม่แพง เราลองไปเช็คราคาหน้าร้านที่ตลาดคลองถมขายกันที่คู่ล่ะ 60 – 100 บาท ราคามาตรฐานที่ขายอยู่ที่ 100 บาท กำไรเท่าที่ดูและคำนวนจะอยู่ที่ 60- 200 เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้าถือว่าสูงมากเลยทีเดียวค่ะ

รับมาคู่ล่ะ 35 บาท เราขาย 100 บาทต่อคู่ เราได้กำไรเต็มๆ 65  บาท/คู่  คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราค่าสินค้าที่ขาย ขายได้กำไร 185%
รับมาคู่ล่ะ 35 บาท เราขาย 80 บาทต่อคู่ เราได้กำไรเต็มๆ 45  บาท/คู่ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราค่าสินค้าที่ขาย ขายได้กำไร 128 %
รับมาคู่ล่ะ 35 บาท เราขาย 60 บาทต่อคู่ เราได้กำไรเต็มๆ 25 บาท/คู่  คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราค่าสินค้าที่ขาย ขายได้กำไร 71%
และที่สำคัญลงทุนน้อยมาก ส่งซื้อสินค้าขั้นต่ำ 70คู่ขึ้นไปถ้าไม่ได้มารับเองอยู่ต่างจังหวัด ถ้าหากมีเวลามาที่ร้านเลยรับตั้งแต่ 50 ขึ้นไปค่ะ

เดียวคิดให้ดูอีกค่ะเราสั่งซื้อ70คู่ เอา  70 x 35 = 2,450 อะไรกันนี้ถูกจังต้นทุนเพียง 2,450 บาทเท่านั้นเอง แล้วเรานำมาขายเอาตามราคามาตรฐานนะค่ะ  100 ต่อคู่ เอาสินค้าทั้งหมดมาคูณด้วยราคาขายเท่ากับ 100×70 = 7,000 แล้วนำจำนวนเงินทั้งหมดมาลบกับต้นทุนของเราจะได้ 7,000-2,450 = 4,550 บาท  นี้คือกำไรจากเงินทุนเพียง 2,450 บาท

สนใจสินค้าติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม
สำหรับท่านใดที่สนใจในสินค้ามือสอง ไม่รู้ว่าตนเองจะหาอะไรมาทำดีจึงจะมีเงินใช้ อาชีพขายรองเท้านับว่าเป็นทางเลือกที่ดีมากเลยค่ะ สำหรับคนที่มีเงินทุนน้อยและธุรกิจร้านรองเท้ามือสองนี้เหมาะมากในช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังปรับตัว อีกอย่างกำไรก็ดีด้วยค่ะ หากใครที่ยังไม่มั่นใจก็อาจจะลองรับมาขายหรือต่อต่อลองซื้อมาใช้เองดูก่อนก็ได้นะค่ะ ลองๆ รับมาขายเป็นงานเสริมหรืออาชีพเสริมก็ได้ บริหารเวลาให้ลงตัวแต่จากอาชีพเสริมอาจจะกลายมาเป็นธุรกิจหลักแสน/เดือน ก็อาจจะเป็นไปได้ ค่าบริการจัดส่งต่างจังหวัดมีบริการส่งทางบริษัทรถขนส่ง ค่าขนส่งไม่เกิน150บาทแล้วแต่จังหวัด+ค่าจัดส่ง

กระทืบ LIKE ได้ที่ facebook  : http://www.facebook.com/Mama.Shoes

เว็บไซต์ : http://www.mama-shoes.com

อีเมล์ : shoes2hand@hotmail.com

ที่มา..http://my.dek-d.com/

เบอร์โทร : 083-7000697,086-3251211,089-6713145 มาม่าค่ะ

รองเท้ามือสอง น่าลอง น่าลงทุน

Posted by : TAI2U on :วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2556 With 0ความคิดเห็น
Prev
▲Top▲