Update

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจแฟชั่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจแฟชั่น แสดงบทความทั้งหมด

ขายเคสมือถือ รายได้ดี

| วันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2560
อ่านเพิ่มเติม »

ในยุคที่มือถือกลายเป็นปัจจัยหลักของการใช้ชีวิตประจำวัน ธุรกิจเกี่ยวกับ อุปกรณ์มือถือก็โตตามไปด้วย  กลายเป็นแฟชั่นของสังคมปัจจุบันไปแล้ว และสิ่งที่มาคู่กับมือถือก็คือ  เคส  แน่นอนว่าการขายเคสมือถือ ยังทำได้รายให้กับผู้ขายมากมาย  อีกทั้งยังไม่ตกยุค ตกเทรน เนื่องจากมีแบบและการอัพเดทตามรูปแบบของ มือถือที่มีการพัฒนาอยู่ตลอด 

ขายเคสมือถือ รายได้ดี

Posted by : TAI2U on :วันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2560 With 0ความคิดเห็น

Strawberry Club 10 บาท กิ๊ฟช้อป คุณภาพเกินราคา

| วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2558
อ่านเพิ่มเติม »


จากประสบการณ์ตรงที่เข้าไปซื้อของร้านทุกอย่าง 10 บาท แต่เวลาคิดเงินจริงๆ กลับไม่ 10 บาทอย่างที่ติดป้ายไว้เหมือนหลอกลวงลูกค้า ทำให้ "ณัทกร ชัยพันธ์" เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินเพียง 800 บาท เปิดแผงเล็กๆ ขายกิ๊ฟช็อปทุกอย่าง 10 บาท หน้าตลาดยิ่งเจริญ จากนั้นก็ค่อยๆ ขยายร้าน หาของมาเพิ่มมากขึ้นๆ ไปพร้อมกับตะเวนเปิดร้านเร่ตลาดนัดตามต่างจังหวัดนานกว่า 10 ปี ก่อนที่จะติดแบรนด์ธุรกิจ "Strawberry Club" สินค้าน่ารักทุกอย่าง 10 บาท และเปิดขายแฟรนไชส์ตามคำเรียกร้องของลูกค้า

Strawberry Club 10 บาท กิ๊ฟช้อป คุณภาพเกินราคา

Posted by : TAI2U on :วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2558 With 0ความคิดเห็น

พวงกุญแจ การ์ตูน งานแฮนด์เมดทำเงิน

| วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2558
อ่านเพิ่มเติม »
ด้วยไอเดียผสมผสานกับจินตนาการใหม่ สามารถสร้างสรรค์ผลงานชิ้นโบว์แดงได้ เช่นเดียวกับเจ้าของธุรกิจพวงกุญแจงานไม้หน้าการ์ตูน “วิว” นางสาวสุพิศ อาจหาญ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาหัตถกรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ที่มักจะใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนบรรจงทำงานมือที่ใส่ไอเดียและความรัก สร้างรายได้ให้กับตัวเอง

รองเท้าโซฟา สุขภาพดีทุกย่างก้าว

| วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
อ่านเพิ่มเติม »


แฟชั่นของรองเท้าทุกวันนี้ ไม่เพียงต้องหน้าตาดีเท่านั้น แต่ยังต้องใส่ลูกเล่นในเรื่องของสุขภาพเข้าไปด้วย อย่างรองเท้าโซฟาชูคู่นี้ ไม่ธรรดา...
โซฟาชู ภายใต้แบรนด์ ชูเบอรี่ ภายนอกอาจดูละม้ายคล้ายโซฟานั่ง ทว่าการใช้งานจริง กลับมีไว้สวมใส่เท่านั้น

รองเท้าโซฟา เกิดจากความคิดเล็กๆ ของ กรกนก สว่างรวมโชค เจ้าของแบรนด์ ชูเบอรี่ เธอบอกว่า พื้นฐานเธอชอบแต่งตัวตามแฟชั่น แต่แล้ววันหนึ่งได้เกิดอุบัติเหตุ ส่งผลให้ข้อเท้าหัก จึงอยากได้รองเท้าที่ใส่สบาย ทว่าดูดี ในที่สุด เธอจึงแปรความต้องการใช้ส่วนตัวมาเป็นธุรกิจอย่างจริงจังขึ้นมา

รองเท้าโซฟา สุขภาพดีทุกย่างก้าว

Posted by : TAI2U on :วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 With 0ความคิดเห็น

HOLY หินสีนำโชค ธุรกิจมาแรง

| วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
อ่านเพิ่มเติม »
สำหรับความร้อนแรง และพลังแห่งความศรัทธาเพื่อเสริมดวงของเครื่องประดับหินสี นี่เอง เป็นแรงส่งให้เกิดผู้ประกอบการรายย่อยหน้าใหม่พาเหรดเข้ามาในช่องทางการขายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นจำนวนมาก ครั้งนี้เราลองมาดูกันว่า ความสำเร็จของเขาเหล่านั้นมีมากแค่ไหน วันนี้ มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของเครื่องประดับหินสี ที่ใช้ชื่อว่า “HOLY” สร้อยข้อมือหินนำโชค ภายใต้สัญลักษณ์ปีกนก

HOLY หินสีนำโชค ธุรกิจมาแรง

Posted by : TAI2U on :วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 With 0ความคิดเห็น

สุนทรีแลนด์ ต่อยอดธุรกิจตุ๊กตาย้อนวัยเยาว์ผู้บริโภค

| วันพุธที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »
หากคุณเคยมีโอกาสขับรถผ่านไปเที่ยวแถวอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี จะเห็นว่าบรรยากาศริมถนนสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายตุ๊กตาหลายสิบร้าน แต่ละร้านก็มีตุ๊กตาสัตว์หลากหลายรูปแบบให้เลือกชมแบบละลานตา ซึ่งทั้งหมดเป็นฝีมือของชาวบ้านในย่านนี้ที่เย็บตุ๊กตาเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน จนส่งให้โพธารามมีชื่อเสียงที่คนภายนอกไม่ค่อยรับรู้ในฐานะ “เมืองแห่งตุ๊กตา” เพราะเป็นแหล่งผลิตและขายตุ๊กตาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ
พื้นฐานการเติบโตใน “เมืองแห่งตุ๊กตา” ตั้งแต่เยาว์วัย กลายเป็นแรงบันดาลใจให้โรงงานตุ๊กตาเจ้าแรกๆ ของโพธารามซึ่งปัจจุบันมี “คุณสุนทรี เอี่ยมหนู” เป็นผู้บริหาร ซึ่งได้ต่อยอดธุรกิจโรงงานตุ๊กตาของตัวเองมาสร้างสรรค์เป็น “สุนทรีแลนด์” แดนตุ๊กตา สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดราชบุรี สุนทรีมุ่งสร้างสุนทรีแลนด์เพื่อให้เป็นสถานที่สำหรับการท่องเที่ยวแบบครอบครัว นอกจากคนรุ่นพ่อแม่จะได้พาลูกเดินทางมาท่องเที่ยว และเรียนรู้โลกในจินตนาการของเด็กๆ ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ ติดแอร์เย็นฉ่ำ แล้ว สำหรับพ่อแม่เองก็จะได้ย้อนความทรงจำวัยเยาว์ที่ดินแดนตุ๊กตาแห่งแรกในเมืองไทยไปพร้อมกับลูกๆ

สุนทรีแลนด์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ส่วนหนึ่งของโรงงานตุ๊กตาของคุณสุนทรี เมื่อเข้าไปแล้วคุณจะได้พบกับห้องจัดแสดงตุ๊กตาหมีมากมายหลายห้อง ที่ได้จำลองเรื่องราวและบรรยากาศของประเทศต่างๆ เช่น ไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อียิปต์ อเมริกา ฯลฯ โดยมี “พี่หมี” ตัวใหญ่รับบทเป็นพระเอกนางเอก อาทิ หมี่ใส่ชุดกิมิโน หมีใส่ชุดซามูไร หมีคาวบอย หมีเอสกิโม หมี่ใส่ชุด ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ไปจนถึงพี่หมีที่ชวนเด็กๆ เตรียมพร้อมเข้าเออีซีในชุดประจำชาติของชาวอาเซียน ที่ภายในห้องติดสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ธงชาติ และคำกล่าวสวัสดี-ขอบคุณในแต่ละภาษา เขียนติดไว้ด้านข้าง ช่วยเพิ่มพูนความรู้ให้กับเด็กๆ ที่มาชมไปพร้อมๆ กัน
นอกจากการเดินชมแล้ว มาที่นี่เด็กๆ ยังจะสนุกสนานไปกับการอุ้ม กอด และเดินถ่ายรูปเล่นกับพี่หมี่ที่จัดแสดงไว้ตามมุมต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ ชอบตัวไหนก็เข้าไปยืนแอ็คท่ากันเลย หรือหากใครนึกสนุกจะลองแปลงร่างเป็นตุ๊กตาหมีที่ตัวเองชื่นชอบเดินถ่ายรูปตามมุมต่างๆ ก็ได้เช่นกัน เพราะทางสุนทรีแลนด์เขามีชุดตัวมาสคอตหลากหลายสีสันให้เด็กๆ และคุณพ่อคุณแม่ไว้เปลี่ยนสำหรับถ่ายรูป โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
อย่างไรก็ตาม ความกังวลใจในเรื่องฝุ่นขนจากตุ๊กตานั้น สุนทรีแลนด์ตอบโจทย์เรื่องนี้ด้วยการเน้นเรื่องความสะอาดของตุ๊กตาเพื่อให้ผู้บริโภคสบายใจไร้กังวลด้วยการให้เจ้าหน้าที่ดูแลด้วยการนำไปซักทำความสะอาดให้สวยงามอยู่เสมอทุกอาทิตย์ จึงมั่นใจได้ว่าตุ๊กตาที่กอด และชุดที่ใส่นั้น ทุกตัวสะอาดและปลอดภัยจากเชื่อโรคแน่นอน
เที่ยวชมบรรยากาศและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับตุ๊กตาอย่างสนุกสนานแล้ว หากลูกค้า หรือนักท่องเที่ยวสนใจการทำตุ๊กตา สุนทรีแลนด์ก็มีกิจกรรมการทำตุ๊กตาด้วยตัวเอง ให้ ได้ทดลองทำกันอีกด้วย โดยสามารถเลือกรูปแบบตุ๊กตาที่ต้องการทำ จากนั้นก็นำไปตกแต่งตามต้องการ ซึ่งทางสุนทรีได้เตรียมอุปกรณ์ และของตกแต่งที่จะทำให้ตุ๊กตาของทุกคนออกมาในรูปแบบตามจินตนาการและความชอบของทุกคนจนสำเร็จเป็นตัว โดยใช้เวลาทำไม่นานนัก จากนั้นก็จะได้ตุ๊กตาฝีมือตัวเองกลับไปตั้งโชว์ที่บ้านกันเป็นที่ระลึก เรียกว่าได้ใจคนรักตุ๊กตาไปเต็มๆ กันเลยงานนี้ หรือหากสนใจศึกษาดูงานการทำตุ๊กตาครบวงจร ที่นี่เขาก็เปิดแหล่งเรียนรู้ มีวีดีทัศน์ที่สอนกระบวนการทำตุ๊กตาทุกขั้นตอนให้ผู้สนใจอีกเช่นกัน
ทั้งนี้ก่อนกลับถ้าใครอยากพาตุ๊กตากลับไปนอนกอดที่บ้านสักตัวสองตัว สุนทรีแลนด์ก็มีตุ๊กตาคุณภาพดีจากโรงงานให้อุดหนุน หากใครอยากมาเห็นดินแดนตุ๊กตาหมีนับพันตัวหรือผู้ใหญ่คนไหนอยากย้อนวัยกลับไปสมัยวัยเด็กอีกครั้ง รับรองว่าที่สุนทรีแลนด์จะได้ทั้งความเพลิดเพลินและความสนุกกลับบ้านอย่างเต็มที่
ที่ตั้ง: 1/2 ม.1 ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
เปิดบริการทุกวัน (ยกเว้นวันพุธ) ตั้งแต่เวลา 9.00 - 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท
โทร. 08 2024 2888, 08 2021 7888

เว็บไซต์: www.suntreelandofdolls.com

การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางนครปฐม แล้วเลี้ยวรถมาทางจ.ราชบุรี มุ่งหน้าโพธาราม ก่อนถึง อ.โพธาราม ถึงบ้านสิงห์จะมีแยกซ้ายมือ เป็นทางหลวงหมายเลข 3335 (มีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ) ขับไปตามเส้นทางประมาณ 4 กิโลเมตร สุนทรีแลนด์อยู่ซ้ายมือ
ที่มา...http://www.scbsme.com/

กระเป๋าหนัง ขายฝีมือล้วนๆ

| วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »
ศิริลักษณ์ เกตุอินทร์ เจ้าของผลงานการนำเศษหนังมาตัดเย็บเป็นกระเป๋า เล่าว่า เรียนจบมาทางด้านศิลปะ เรียนเกี่ยวกับศิลปะไทยการวาดภาพไทย ๆ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลอง 6 หลังจากที่จบมาก็ทำงานด้านนี้โดยตรง คือรับวาดภาพจิตรกรรมตามโบสถ์ของวัดต่างจังหวัด

สำหรับงานเย็บกระเป๋าหนังนั้นเป็นงานที่ทำเป็นงานอดิเรก ทำเป็นอาชีพเสริมมาได้ 1-2 ปี เริ่มจากการเห็นเพื่อนนำหนังมาเย็บเป็นกระเป๋าใช้ ก็เกิดความชอบ เพราะชอบงานหนังเป็นส่วนตัวอยู่แล้ว จึงเกิดความคิดที่จะทำดูบ้าง
'กระเป๋าหนัง' จุดขายงานฝีมือ สร้างรายได้เสริมได้อย่างดี, กระเป๋าหนัง, อาชีพเสริม
คุณศิริลักษณ์ เกตุอินทร์ เจ้าของผลงาน 'กระเป่าหนัง'
หนังที่นำมาใช้ก็จะใช้เป็นเศษหนัง นำมาต่อกันแล้วนำมาตัดเย็บทำกระเป๋า เป็นคอนเซปต์ของเราด้วยที่ใช้เศษหนัง เพราะเป็นการนำเศษวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์เป็นชิ้นงาน เป็นการสร้างมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้” เจ้าของงานกล่าว

วัสดุอุปกรณ์ในการทำหลัก ๆ ก็มี... เศษหนังฟอก, ตัวตอกนำรู, เชือกเทียน, ตัวเจาะรู, เข็มเย็บ (เข็มไหมพรม), กระดุม (สำหรับทำที่ติด), กระดาษกาวสองหน้าชนิดบาง, ผ้า, ห่วงเหล็ก, กรรไกร, กระดาษ, ดินสอ เป็นต้น

ขั้นตอนการทำ :
เริ่มจากการออกแบบทรงกระเป๋าที่ต้องการจะทำ แล้วก็ทำแพตเทิร์นขึ้นมาก่อน โดยทำการวาดแบบที่ต้องการลงบนกระดาษ เมื่อวาดแบบเรียบร้อยก็ตัดกระดาษตามแบบที่วาดไว้ ก็จะได้แพตเทิร์นทรงกระเป๋า
การทำเศษหนังที่รับซื้อมาจากร้านทำเบาะรถยนต์ให้เป็นหนังผืนใหญ่พอที่จะนำมาตัดเป็นกระเป๋า ซึ่งจะใช้วิธีการติด-ต่อเศษหนัง ทำการเลือกสีตามที่ต้องการ ซึ่งสีของหนังที่ต่อกันจะต้องดูให้สีกลมกลืนเข้ากันด้วย เมื่อคัดเลือกเศษหนังได้จำนวนหนึ่ง ก็นำมาต่อกัน โดยการนำเศษหนังแต่ละชิ้นมาวางทับซ้อนกันประมาณ 1 เซนติเมตร ยึดติดกันด้วยกาวสองหน้า ทำต่อไปเรื่อย ๆ จนได้หนังแผ่นใหญ่พอที่จะนำมาทำกระเป๋า แล้วก็ใช้เชือกเทียนเย็บตามรอยต่อให้แน่นหนาอีกทีหนึ่ง ก่อนใช้เชือกเทียนเย็บนั้นเราจะต้องใช้ตัวตอกนำรูตอกนำก่อน เวลาเย็บก็จะเย็บง่ายขึ้น
หลังจากที่ทำการต่อหนังและเย็บยึดติดเรียบร้อย ก็นำแพตเทิร์นที่เตรียมไว้มาทาบและวาดแบบลงบนหนัง จากนั้นก็ใช้กรรไกรตัดตามแบบ เวลาตัดแบบให้ตัดเผื่อไว้สำหรับเย็บประมาณ 1 เซนติเมตร ให้ตัดตามแบบจำนวน 2 ชิ้น จากนั้นก็นำแพตเทิร์นวางบนผ้าแล้วตัดตามแบบอีก 2 ชิ้น ไว้สำหรับรองด้านในกระเป๋า เมื่อตัดหนังและผ้าตามแบบที่ต้องการแล้ว ก็ทำการติดผ้าลงบนแผ่นหนังด้านในทั้ง 2 ชิ้น วิธีติดก็คือ นำแผ่นหนังมาติดกระดาษกาวสองหน้าลงตามขอบด้านในของแผ่นหนัง จากนั้นก็นำผ้ามาวางทับติดให้แน่น หลังจากติดผ้ากับหนังแล้วก็มาถึงขั้นตอนการเย็บเป็นกระเป๋า ให้นำแบบหนังทั้ง 2 ชิ้น มาประกบกันโดยให้ด้านหน้าของแผ่นหนังติดกัน จากนั้นก็ใช้ตัวตอกนำรูตอกให้รอบ แล้วทำการเย็บติดกันด้วยเชือกเทียน ด้วยวิธีการเย็บแบบด้นถอยหลัง เย็บจนรอบแล้วก็ทำการกลับด้านในออกมา ก็จะได้เป็นรูปทรงกระเป๋าตามต้องการ
ทำฝาปิดกระเป๋า ก็ออกแบบได้ตามต้องการ จะเป็นแบบสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม ครึ่งวงกลม ก็แล้วแต่ เมื่อตัดฝากระเป๋าได้แล้วก็เย็บติดไว้ตรงขอบด้านบนที่เป็นด้านหลังของกระเป๋า เมื่อเย็บเรียบร้อยก็ทดลองพับปิดลงมา แล้วทำการวัดระยะมาร์กจุดที่จะติดกระดุม จะเป็นแบบกระดุมติดหรือกระดุมแม่เหล็กก็ได้ ทำการเจาะติดกระดุมเรียบร้อย
สุดท้ายเป็นการติดสายสะพาย โดยนำเศษหนังมาตัดเป็นเส้นยาว แต่เนื่องจากเป็นเศษหนังบางครั้งความยาวไม่พอ ก็จะใช้วิธีการนำห่วงมาเป็นตัวต่อเชื่อม ก็คือการนำสายหนังคล้องในห่วงแล้วตอกด้วยตาไก่ยึด แล้วใช้หนังอีกเส้นต่อแบบเดียวกันอีกด้านหนึ่งของห่วง เมื่อได้ความยาวตามที่ต้องการก็ติดตัวสำหรับไว้ร่นสายเข้าไป แล้วก็นำไปเย็บติดกับกระเป๋าให้เรียบร้อย เท่านี้ก็จะได้กระเป๋าสะพายตามที่ต้องการแล้ว
และกระเป๋าหนังของศิริลักษณ์นั้นมีอยู่หลายแบบด้วยกัน ทั้งกระเป๋าสะพาย กระเป๋าสตางค์ ที่ห้อยคอรูปการ์ตูนใส่เศษเหรียญ ราคาขาย 39-500 บาท ขึ้นอยู่ที่รูปแบบ และ ไซซ์กระเป๋า

สำหรับผู้ที่สนใจ "กระเป๋าหนังงานฝีมือ" อย่างของ คุณศิริลักษณ์  แวะไปดูชิ้นงานกันได้ที่ตลาดนัดจตุจักร 2 มีนบุรี หรือจะสั่งออร์เดอร์ไปขายต่อเพื่อเป็นรายได้เสริมอีกทาง ก็ดีไม่น้อย สอบถามได้ที่ :
โทร. 081 -070 -2767 | 086 -873 -5628

ที่มา...http://www.dailynews.co.th/

กระเป๋าหนัง ขายฝีมือล้วนๆ

Posted by : TAI2U on :วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

เครื่องประดับทำจาก ‘กระดาษ’ ราคาหลักหมื่น

| วันจันทร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »

พลังแห่งดีไซน์ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าสูงขึ้นจนแทบไม่น่าเชื่อ อย่างในกรณีของเครื่องประดับชุด “UBA-MA-LEE” ที่นำเศษกระดาษชนิดพิเศษ คุณสมบัติแข็งแรงทนทานสูง มารังสรรค์เป็นเครื่องประดับชิ้นหรูสำหรับสุภาพสตรี ชูเอกลักษณ์ดอกไม้ไทยร้อย “อุบะ” สไตล์โมเดิร์น แถมมีกลิ่นหอมในตัวเอง ช่วยให้เป็นเครื่องประดับทรงคุณค่าไม่ซ้ำใคร ขายได้ชิ้นละหลักหมื่นบาททีเดียว

เจ้าของไอเดียดังกล่าวเป็นของ “ศรัณย์ อยู่คงดี” ดีไซเนอร์มืออาชีพที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับในวงการภายใต้ชื่อ “SARRAN” ผลงานออกแบบที่ผ่านมาเคยได้รับรางวัลของกระทรวงพาณิชย์ ทั้ง Demark (Design Excellence Award) และ Good Design เป็นต้น

ส่วนแรงบันดาลใจที่สร้างสรรค์เครื่องประดับจากกระดาษนั้น เขาเล่าว่า งานที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะเน้นทำของตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ โดยหนึ่งในวัตถุดิบที่เลือกหยิบใช้คือ กระดาษชนิดพิเศษนำเข้าจากต่างประเทศ มีคุณสมบัติเด่น แข็งแรงทนทานสูงมาก ไม่สามารถฉีกขาดด้วยมือได้ น้ำหนักเบา กันความร้อนได้ดี และกันความชื้นได้สูง สามารถแช่ในน้ำได้นานถึง 2 ปี โดยปกติกระดาษชนิดนี้จะใช้ในงานอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ เช่น ใช้เป็นแผ่นบุกันความร้อนหลังคารถยนต์ และป้ายกางเกงยีนส์ เป็นต้น
ศรัณย์เล่าต่อว่า ก่อนหน้านี้ได้ใช้กระดาษดังกล่าวทำเป็นม่านกันแดด ซึ่งในขั้นตอนการผลิตจะมีเศษกระดาษเหลือทิ้งจำนวนมาก จึงเกิดความเสียดายเพราะกระดาษชนิดนี้ราคาค่อนข้างสูงเฉลี่ยตารางเมตรละ 500—1,000 บาท ทำให้คิดอยากจะนำเศษกระดาษมาแปรรูปเป็นสินค้าชนิดอื่น ในที่สุดลงตัวเลือกจะทำเป็นเครื่องประดับ สาเหตุเพราะเป็นสินค้าที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูง ขายได้กำไรมาก และเป็นงานชิ้นเล็กๆ สามารถใช้เศษกระดาษทำได้
“แนวคิดในการออกแบบของผมได้แรงบันดาลใจมาจาก “ดอกไม้ไทย” เพื่อสื่อถึงศิลปะไทยและธรรมชาติในรูปแบบของ “อุบะ” หรือโมบายล์ดอกไม้ห้อยอยู่ปลายพวงมาลัย สาเหตุที่ผมเลือกดีไซน์เป็นดอกไม้ไทยร้อยพวงมาลัย เพราะพวงมาลัยเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เมื่อเห็นก็จะนึกถึงเมืองไทย สามารถบ่งบอกที่มาว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากเมืองไทยค่อนข้างชัดเจน” ศรัณย์กล่าว และอธิบายต่อว่า
ออกแบบลายกระดาษออกมาเป็นดอกไม้ไทยชนิดต่างๆ เช่น ดอกรัก มะลิ จำปี บัว ฯลฯ ในสไตล์โมเดิร์นเหนือจริงเล็กน้อย นอกจากนั้น เสริมความพิเศษด้วยการนำไปอบกลิ่นหอมดอกไม้ด้วยวิธีการรมควันแบบโบราณ มีกลิ่นดอกไม้ให้เลือกกว่า 10 ชนิด ซึ่งจากคุณสมบัติของกระดาษที่มีรูพรุนอยู่ภายในค่อนข้างถี่ทำให้ดูดซึมเก็บกลิ่นไว้ได้นาน คล้ายกับการทำการ์ดของขวัญต่างๆ ที่มีกลิ่นหอม ส่วนกรณีที่กลิ่นหอมเริ่มจางไปก็สามารถฉีดพ่นกลิ่นเข้าไปใหม่ได้ แต่ละครั้งเก็บกลิ่นไว้ได้นานประมาณ 2 วัน

ส่วนการผลิตนั้น ดีไซเนอร์หนุ่มอธิบายว่า ใช้วิธีผสมผสานกันระหว่างเครื่องจักรกับงานทำมือ โดยขั้นตอนแรกจะออกแบบในคอมพิวเตอร์ แล้วสั่งพิมพ์ลายลงบนแผ่นกระดาษ โดยใช้เครื่องพิมพ์ที่สามารถพิมพ์กระดาษได้ทั้งสองหน้า ส่วนสีที่พิมพ์ลงไปเป็นสีกันน้ำและติดแน่นทนนาน จากนั้นจะตัดกระดาษเป็นรูปทรงต่างๆ ด้วยเครื่องตัดเลเซอร์ ซึ่งมีความละเอียดแม่นยำสูง ต่อจากนั้นเป็นขั้นตอนทำมือล้วนๆ ด้วยการต่อประกอบกระดาษแต่ละชิ้นให้เป็นดอกไม้ชนิดต่างๆ ด้วยกาวซิลิโคน จากนั้นนำมาต่อประกอบเข้ากับงานเครื่องเงินแฮนด์เมดก็จะได้เครื่องประดับชิ้นหรูที่เกิดจากวัตถุดิบเศษกระดาษเหลือทิ้ง
ศรัณย์เล่าต่อว่า ปัจจุบันทำออกมาแล้ว 3 ชุด มีกว่า 150 รายการ เช่น สร้อยคอ ต่างหู กำไล ฯลฯ ลูกค้าสามารถเลือกได้ทั้งแบบที่มีกลิ่นและไม่มีกลิ่น ราคาขายเริ่มต้นที่ชิ้นละ 3,000 บาท ถึงสูงสุดชิ้นละ 15,000 บาททีเดียว โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายวางไว้ที่ชาวต่างชาติที่ชื่นชอบงานศิลปะ และชอบสินค้าที่แตกต่างมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะสุภาพสตรีชาวญี่ปุ่นวัย 30 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ รักศิลปะและใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ โดยเฉพาะด้านสุขภาพ เนื่องจากเครื่องประดับกระดาษมีน้ำหนักเบา ทำให้ผู้สวมใส่ไม่รู้สึกเมื่อยหรือหนักหากต้องใส่นานๆ
“เคยมีคนมาถามผมเหมือนกันว่าสินค้าของคุณทำมาจากเศษกระดาษทำไมขายแพงจัง ซึ่งในมุมของผมเชื่อว่างานอัญมณีซื้อขายกันที่ความสวยงาม และเป็นความพึงพอใจระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย หากเราสามารถทำสินค้าที่สวยถูกใจผู้ซื้อได้ เขาก็พร้อมจะซื้อในราคาที่เราขายได้” นักออกแบบหนุ่มแจกแจง

ด้านตลาดนั้น เลือกใช้วิธีไปออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศตั้งแต่ปีที่แล้ว (2555) เช่น ประเทศฝรั่งเศส หลังจากนั้นจะรับผลิตตามออเดอร์ ส่วนในประเทศจะไปเปิดตัวใน SME Thailand EXPO 2013 ระหว่างวันที่ 5-8 กันยายน 2556 นี้ ณ เมืองทองธานี อีกทั้งเตรียมจะเปิดหน้าร้านขายตามแหล่งงานดีไซน์ต่างๆ เช่น สยามเซ็นเตอร์, ซีดีซี และหอศิลป์กรุงเทพฯ รวมถึงเร็วๆ นี้จะออกแบรนด์ใหม่เพื่อที่จะผลิตและขายสินค้าดีไซน์ในหมวดอัญมณีเครื่องประดับโดยเฉพาะ

ที่มา...http://www.manager.co.th/iBizChannel

เครื่องประดับทำจาก ‘กระดาษ’ ราคาหลักหมื่น

Posted by : TAI2U on :วันจันทร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

ยีนส์เก่า เป็นรองเท้า เป็นเงิน

| วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »
การนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์เป็นสินค้ากลุ่มงานแฮนด์เมดยังคงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เป็นการสร้างมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ ที่สำคัญสามารถสร้างรายได้ให้กับเจ้าของไอเดียได้ดีอีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือ และความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการของแต่ละคน ว่าจะเสกสรรปั้นแต่งชิ้นงานของตนอย่างไรให้โดนใจลูกค้า ซึ่งวันนี้ทีม ’ช่องทางทำกิน“ ก็มีอีกหนึ่งกรณีตัวอย่างมาให้ลองพิจารณา กับงาน ’รองเท้าจากกางเกงยีนเก่า“ อีกหนึ่งไอเดียโดน ๆ...

******

“จตุรงค์ เงินอร่าม” นำเอา “กางเกงยีนเก่า” มือ 2 มาสร้างสรรค์เป็น “รองเท้า” ที่ใช้ชื่อแบรนด์ว่า “Kai-Chon Original (ไก่ชน ออริจินัล)” ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า “ผมไม่ใช่ช่างทำรองเท้า แต่เป็นแค่คนทำรองเท้า” โดยจริง ๆ แล้วก่อนที่จะมาเริ่มทำรองเท้าขายนั้น ทำธุรกิจส่วนตัวอย่างอื่น ส่วนธุรกิจการขายรองเท้ามาทำหลังจากยุคเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ต้องหยุดการทำธุรกิจส่วนตัว แต่ก็ไม่ได้ยอมแพ้ และได้เริ่มไปรับรองเท้ามาขาย หลังจากที่รับรองเท้ามาขายอยู่สักระยะก็คิดว่า น่าจะทำเองได้ จึงอาศัยไปศึกษาดูเขาทำ ใช้วิธีครูพักลักจำการทำรองเท้ามา แล้วก็มาลองทำ จนสามารถทำรองเท้าได้ หลังจากที่หัดทำรองเท้าเองได้ ฝึกฝนจนทำได้ชำนาญ ก็เริ่มผลิตรองเท้าหนังออกมาจำหน่ายเป็นของตัวเอง

“ตลาดรองเท้านั้นเป็นตลาดที่แข่งขันกันสูง เป็นตลาดใหญ่ ส่วนใหญ่จะเป็นโรงงาน เป็นอุตสาหกรรม แต่ของเรานั้นเป็นแค่อุตสาหกรรมครัวเรือน และเพื่อที่จะสู้กับคู่แข่งได้ เราจำเป็นจะต้องพัฒนาสินค้าของเราให้มีจุดเด่น มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร จึงพยายามหาวัตถุดิบหลายอย่างมาทำรองเท้า เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสินค้าของเรา”

จตุรงค์กล่าวต่อไปว่า พยายามศึกษาหาวัตถุดิบมาเรื่อย จนมาลงตัวที่ “กางเกงยีน” เริ่มจากการที่เห็นว่ามีหลายคนนำกางเกงยีนมาทำเป็นสินค้าหลากหลาย จึงคิดว่าน่าจะนำมาทำเป็นรองเท้าได้ จึงทดลองทำ ซึ่งก็ลองผิดลองถูกอยู่นานประมาณ 5-6 เดือน กว่าที่จะได้แบบที่ลงตัวออกมาสู่ตลาด

“รองเท้าที่ทำจากกางเกงยีน เราจะใช้กางเกงยีนเก่ามือสอง เป็นการประยุกต์ทำให้เกิดมูลค่า ซึ่งรองเท้า 1 คู่ จะใช้กางเกงยีน 1 ตัวในการทำ เพราะฉะนั้นรองเท้าแต่ละคู่จึงไม่เหมือนกัน ที่สำคัญการทำรองเท้าจากกางเกงยีนต้องทำให้ลูกค้ารู้ว่าเป็นรองเท้าที่ทำมาจากกางเกงยีนจริง ๆ ไม่ใช่แค่รองเท้าที่ใช้ผ้ายีนทำ จึงจะประสบความสำเร็จ”

การนำกางเกงยีนมาทำเป็นรองเท้านั้น จตุรงค์บอกว่า อาจจะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากสักหน่อย เพราะเวลาเก็บรายละเอียดการทำแบบแพทเทิร์น ทำรองเท้า ทำออกมาแล้วต้องมองแล้วรู้เลยว่าทำมาจากกางเกงยีน ซึ่งนี่คือเสน่ห์ของรองเท้าที่ทำจากกางเกงยีน ที่ลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งลูกค้าชาวต่างชาติและคนไทย โดยรองเท้าที่ทำทุกคู่เป็นงานแฮนด์เมดทำมือทุกขั้นตอน เพราะฉะนั้นจึงสามารถผลิตรองเท้าออกมาได้แค่ประมาณ 300-400 คู่ ต่อ 1 เดือน

“กางเกงยีนมือ 2” วัสดุหลักในการทำนั้น จตุรงค์บอกว่า จะใช้วิธีไปรับซื้อเหมาตามตลาด เป็นกางเกงยีนที่โละจากร้านขายกางเกงยีน ส่วนวัสดุอื่น ๆ ที่ต้องใช้ หลัก ๆ ก็มี...หนังกลับ, พื้นรองเท้า, พื้นรองตัวรองเท้า, เชือกรองเท้า กรณีทำเป็นแบบมีเชือก กระดาษเคมีวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นกระดาษที่ทำให้หัวรองเท้าและส้นรองเท้าเป็นทรง ไม่ยุบตัว

สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ทำ หลัก ๆ ก็มี...จักรเย็บผ้า, หุ่นรองเท้า, คีม, ค้อน, ตะปู, กรรไกร, กาวยาง เป็นต้น

ขั้นตอนการทำ เป็นงานแฮนด์เมดทุกขั้นตอน โดยเริ่มจากการทำแพทเทิร์นรองเท้าเป็นอันดับแรก โดยแพทเทิร์นนั้นจะมีอยู่ 3 ส่วนคือ ส่วนหัวรองเท้า, ส่วนลิ้นรองเท้า และส่วนตัวรองเท้า เมื่อมีแพทเทิร์นแล้ว จากนั้นก็เป็นการคัดเลือกกางเกงยีนที่จะใช้ทำ เลือกได้แล้วก็ใช้แพทเทิร์นวางทาบบนกางเกงยีน ตัดตามแบบแพทเทิร์น แต่แพทเทิร์นที่เป็นส่วนตัวรองเท้านั้น จะต้องวางในส่วนที่พอตัดออกมาแล้วจะต้องดูรู้ว่าเป็นกางเกงยีน ต้องมีรายละเอียดของกางเกงยีนอยู่ด้วย เช่นอาจจะเป็นส่วนที่มีกระเป๋ากางเกง หรืออาจจะมีป้ายยี่ห้อกางเกงติดอยู่ เป็นต้น

จากนั้นก็ตัดตามแบบแพทเทิร์น ก็จะได้ 3 ชิ้น ส่วนที่เป็นตัวรองเท้าและส่วนลิ้นรองเท้าก็ใช้หนังกลับติดรองด้านในอีกชั้น เพื่อความสวยงามดูมีคุณค่าและทำให้รองเท้าหนาขึ้น ส่วนที่เป็นตัวรองเท้านั้นถ้าทำแบบมีเชือกรองเท้าด้วยก็ต้องทำการเจาะรูสำหรับร้อยเชือกตามแบบ ส่วนที่เป็นหัวรองเท้าใช้เป็นผ้าสองชิ้นประกบกัน เป็นการเพิ่มความหนา นำส่วนประกอบ 3 ส่วนมาประกอบเข้าด้วยกัน ยึดด้วยกาว แล้วเย็บอีกครั้งเพื่อความแข็งแรงแน่นหนา

หลังจากเย็บ 3 ส่วนติดกันแล้วก็นำมาขึ้นหุ่น นำกระดาษเคมีวิทยาศาสตร์ชุบนํ้ามันเบนซินให้ชุ่มวางใส่ตรงหัวรองเท้าและส้นรองเท้า (พอกระดาษเคมีแห้งสนิทแล้วจะแข็งตัว ทำให้ส่วนหัวรองเท้าและส้นรองเท้าแข็งเป็นทรงไม่ยุบตัว) จากนั้นก็ขึงรองเท้าให้เข้ารูปกับหุ่นเท้า ใช้ตะปูตอกยึดให้แน่น ขึงยึดรองเท้าเข้ารูปตามหุ่นรองเท้าแล้วก็นำพื้นรองเท้าที่เป็นยางมาประกอบโดยใช้กาวยางยึดให้แน่น รอจนกระดาษเคมีวิทยาศาสตร์และกาวแห้งสนิทประมาณ 4-5 ชั่วโมง ก็จึงนำรองเท้าออกจากหุ่นเท้า นำรองเท้านั้นไปเย็บพื้นรองเท้าอีกส่วน เพื่อให้พื้นแข็งแรงมากขึ้น ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

รองเท้าจากกางเกงยีนเก่าของจตุรงค์ มีตั้งแต่ไซซ์ 35-44 ราคาขายอยู่ที่คู่ละประมาณ 600-700 บาท

******

สนใจ ’รองเท้าจากกางเกงยีนเก่า“ ของจตุรงค์ ไปดูกันได้ที่ตลาดกรมชลประทาน (ปากเกร็ด) ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ ตี 5-10 โมงเช้า และดูสินค้าตัวอย่างของกรณีศึกษา ’ช่องทางทำกิน“ รายนี้ได้ทาง www.facebook.com/รองเท้าทำจากกางเกงยีนส์-Kai-chon-Original หรือต้องการสั่งออร์เดอร์ก็โทรศัพท์ไปสอบถามพูดคุยได้ที่ โทร. 08-7529-2802.

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน / สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ

ที่มา...http://www.dailynews.co.th/

ยีนส์เก่า เป็นรองเท้า เป็นเงิน

Posted by : TAI2U on :วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

กระเป๋าปากพับ รายรับจากผ้า

|
อ่านเพิ่มเติม »

งานทำกระเป๋าด้วยวัสดุเช่นผ้านั้น ยังเป็นงานประดิษฐ์-งานฝีมือ ที่มีคนทำออกมาขายได้อยู่เรื่อย ๆ เหตุเพราะผ้าเป็นวัสดุที่หาได้ง่าย อีกทั้งสามารถพลิกแพลงดัดแปลงชิ้นงานออกมาได้หลากหลาย จึงไม่แปลกที่งานฝีมือประเภทนี้จะมีคนช่างคิดผลิตทำออกมาขายอยู่ตลอด อย่างเช่น ’กระเป๋าผ้าปากพับ“ ที่ทีม ’ช่องทางทำกิน“ จะนำเสนอในวันนี้…

“กาญจนา-อรรณพ ควรอนันต์” เป็นผู้ผลิตชิ้นงานกระเป๋าผ้า ที่ใช้ชื่อสินค้าว่า Pumpkin โดยกาญจนา เล่าว่า เดิมทีมีอาชีพทำงานประจำ ต่อมาระหว่างกำลังจะเปลี่ยนงาน ทำให้มีเวลาเหลือ จึงคิดว่าน่าจะหางานอดิเรกทำในยามว่าง ด้วยความที่เป็นคนชอบงานผ้างานประดิษฐ์เป็นทุนเดิม จึงลงทุนซื้อจักรเย็บผ้าไฟฟ้ามาหัดทำงานผ้า เริ่มจากงานเสื้อยืด ปลอกหมอน จนต่อมาพัฒนาออกมาเป็นรูปแบบของงาน “กระเป๋าผ้า” อย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน โดยเริ่มจากชิ้นเล็ก ๆ

เธอเล่าอีกว่า แรก ๆ ทำกระเป๋าผ้าขึ้นมาเพื่อใช้เอง ต่อมาก็นำกระเป๋าผ้าที่ทำขึ้นไปมอบให้เพื่อนเป็นของฝาก ของขวัญ ของที่ระลึก ให้กับเพื่อนฝูงและคนรู้จักที่สนิท จนต่อมาเพื่อน ๆ และคนรู้จักมาขอให้ทำเพิ่ม เพื่อนำไปเป็นของขวัญของที่ระลึกให้คนรู้จักอื่น ๆ จึงเริ่มผลิตมากขึ้น ซึ่งเป็นจังหวะที่พี่ชาย (อรรณพ) เปิดแผงจำหน่ายเสื้อยืดทำมือ และปลอกหมอน อยู่ที่ตลาดมาร์เก็ตทูเดย์ ซอยวิภาวดี 64 ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นแผงขายประจำทุกวันศุกร์อยู่แล้ว จึงทดลองนำสินค้าออกวางขาย ซึ่งได้รับการตอบรับดี จึงทำมาเรื่อยและพัฒนารูปแบบเพิ่มขึ้น จนปัจจุบันสินค้าที่ทำมีทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ นอกจากนี้ก็มีร้านออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กชื่อ www.facebook.com/pages/A-little-pumpkin

สำหรับ “กระเป๋าปากพับ” จุดเด่นอยู่ที่ลูกเล่นของปากกระเป๋า ที่เมื่อพับปากลงมา จะทำให้ข้าวของที่ใส่อยู่ด้านในไม่หลุดร่วงออกมา และดูเป็นกระเป๋าถือหรือสะพายที่ไม่เป็นทางการนัก ออกแนวลำลองนิด ๆ โดยผ้าที่เน้นใช้ทำกระเป๋าก็คือ ผ้าแคนวาส เพราะมีสีให้เลือกหลากหลาย มีพื้นผิวน่าสนใจ รวมถึงมีความคงทนจากการใช้งานสูง

“ส่วนใหญ่ก่อนจะนำผ้ามาตัดเย็บเป็นกระเป๋า จะต้องนำชิ้นส่วนตัวอย่างผ้าไปทดลองซักเพื่อตรวจดูว่าผ้าชิ้นนั้นสีตกหรือเปล่า เพราะหากสีตกจะสร้างความเสียหายให้กับเสื้อผ้าของลูกค้าได้ แม้จะต้องเพิ่มขั้นตอน แต่ต้องทำ เพื่อป้องกันความเสียหายให้กับลูกค้า” กาญจนาผู้ผลิตกระเป๋าผ้ากล่าว

ปัจจุบันกระเป๋าผ้าที่ผลิตขึ้นก็มีหลากหลาย เช่น กระเป๋าผ้าปากพับ, กระเป๋าใส่โทรศัพท์, กระเป๋าสำหรับใส่ของ, กระเป๋าถือ, กระเป๋าหิ้ว เป็นต้น โดยจะคิดแบบใหม่ออกมาเพิ่มเติมอยู่ตลอด แต่ละแบบก็จะผลิตจำนวนไม่มาก โดยนอกจากผ้าก็ยังมีวัสดุชนิดอื่น เช่น หนังเทียม เข้ามาประกอบบ้าง และเน้นที่แบบกระเป๋าเพื่อเสริมประโยชน์ใช้สอย ถือเป็นการเพิ่มเรื่องลูกเล่น โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานและแม่บ้าน เนื่องจากทำเลขายที่ตั้งเป็นตลาดนัดคือขายประจำทุกวันศุกร์ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จึงเป็นกลุ่มนี้ ทำให้ตั้งราคาขายไว้ไม่แพงมาก...

“กระเป๋าผ้ายังเป็นสินค้าที่ขายได้ เนื่องจากต้นทุนไม่สูงนัก กระเป๋าของที่ร้านที่ทำอยู่จะเน้นผ้าแคนวาสเป็นวัสดุหลัก เพราะแข็งแรง ทนทาน ส่วนรูปแบบกระเป๋าก็ผลิตแบบใหม่ ๆ ออกมาเรื่อย ๆ ซึ่งทำมือทุกชิ้น” กาญจนา กล่าว

ทุนเบื้องต้น ลงทุนประมาณ 30,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าอุปกรณ์สำคัญที่ต้องใช้ คือจักรเย็บผ้า และผ้าที่ต้องสต๊อกไว้ ทุนวัสดุ ประมาณ 40% จากราคา ซึ่งสินค้าจะขายที่ราคา 35-1,000 บาท ขึ้นกับขนาดและแบบกระเป๋า

วัสดุ-อุปกรณ์ หลัก ๆ มีอาทิ จักรเย็บผ้า, เข็มกับด้าย, กรรไกร, เข็มหมุด, กระดาษแข็ง (ใช้ทำแพตเทิร์น), ผ้าคอตตอน, ผ้าแคนวาส, หนังพียูหรือหนังเทียม, หนังแท้, สายหิ้ว (หูกระเป๋า) และวัสดุตกแต่งอื่น ๆ เช่น ซิป, กระดุม, ริบบิ้น, แม่เหล็กติดกระเป๋า เป็นต้น ซึ่งวัสดุเหล่านี้ซื้อได้ตามแหล่งงานผ้าทั่วไป เช่น สำเพ็ง, พาหุรัด, วงเวียนใหญ่

ขั้นตอนการทำ เริ่มจากการออกแบบกระเป๋า และเลือกวัสดุ เช่น เนื้อผ้า ลวดลาย สีสันก่อน จากนั้นเมื่อได้แบบที่ต้องการก็ให้ทำการลอกลายหรือทำแพตเทิร์นโดยวาดลงบนกระดาษแข็ง โดยแบบกระเป๋านั้นสามารถหาข้อมูลได้ในอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีให้เลือกมากมาย

เมื่อลอกลายลงกระดาษแข็งแล้ว ก็ทำการพับผ้าสองชิ้น นำแบบกระเป๋าที่วาดไว้มาทาบ ใช้กรรไกรตัดตามแบบ จากนั้นทำการเย็บขึ้นทรงกระเป๋า โดยเย็บจากด้านใน และเหลือช่องไว้ประมาณ 1 นิ้ว สำหรับกลับด้านกระเป๋า ทำการตกแต่งด้วยวัสดุตกแต่ง เย็บประกอบสายกระเป๋าหรือหูหิ้วก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนหลัก ๆ ในการทำกระเป๋าผ้า

“ขั้นตอนหลักเหมือนกับงานผ้าทั่วไป ที่แตกต่างคงเป็นแบบของกระเป๋ามากกว่า ตลาดตรงนี้ยังไม่ตัน เพราะต่อยอดแตกแขนงออกไปได้เรื่อย ๆ” กาญจนา กล่าว

สนใจงาน ’กระเป๋าผ้าปากพับ“ ของ กาญจนา-อรรณพ ควรอนันต์ ติดต่อได้ที่ โทร. 08-7088-1674 และ 08-1809-4588 ซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นอีกธุรกิจเล็ก ๆ อีกรูปแบบ ’ช่องทางทำกิน“ ที่น่าสนใจ โดยสำหรับคนที่คิดมองหาทางเลือกในการทำเป็นงานเสริมเพิ่มรายได้ ก็น่าพิจารณาไม่น้อยเลย.

ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ : เรื่อง-ภาพ

........................................................

คู่มือลงทุน...กระเป๋าปากพับ

ทุนเบื้องต้น ประมาณ 30,000 บาท

ทุนวัสดุ ประมาณ 40% จากราคา

รายได้ ราคา 35-1,000 บาท

แรงงาน 1 คนขึ้นไป

ตลาด ตลาดนัด, ย่านชอปปิง

จุดน่าสนใจ ทำเป็นอาชีพเสริมก็ได้

 ที่มา...http://www.dailynews.co.th/

ปั้นกระดาษเป็นเงิน

|
อ่านเพิ่มเติม »
วัสดุเหลือใช้อย่าง “เศษกระดาษ” เป็นวัสดุอีกชนิดที่คนนิยมนำมาผลิตชิ้นงาน ต่อยอดพัฒนาจนเกิดเป็นสินค้าได้หลากหลาย ขึ้นกับเทคนิควิธีการของแต่ละคนที่จะคิดค้นขึ้น ยิ่งถ้าหากรวมเข้ากับไอเดียเจ๋ง ๆ โดนใจ ก็ไม่ยากที่จะกลายเป็นสินค้าทำเงิน อย่างเช่นงาน ’ปั้นกระดาษเลียนแบบงานโลหะ“ ของ “สมยศ สวัสดี” ที่ทีม ’ช่องทางทำกิน“ นำมาเสนอให้พิจารณากัน...

สมยศ เจ้าของผลงานงานปั้นกระดาษเลียนแบบวัสดุโลหะ โดยใช้ชื่อสินค้า Re Born เล่าว่า เรียนจบทางด้านศิลปะโดยเฉพาะ เกี่ยวกับงานปั้นและงานประติมากรรม หลังจบก็เข้าทำงานในบริษัทโฆษณา ก่อนพลิกผันหันมาทำธุรกิจงานฝีมือของตัวเอง โดยเน้นที่งานปั้น งานประติมากรรมเลียนแบบโลหะ ด้วยวิธีการและเทคนิคเฉพาะ จนดูเผิน ๆ บางคนนึกว่าทำจากโลหะหรือสำริด ซึ่งเขาบอกว่าเป็นเทคนิคที่เรียกว่า เปเปอร์ สครัปเจอร์ (Paper Scrupture) นำกระดาษเหลือใช้มาผ่านกระบวนการจนได้เยื่อกระดาษหรือก้อนกระดาษที่มีลักษณะที่อ่อนนุ่มคล้ายดินเหนียว จากนั้นจึงนำมาปั้นหรือขึ้นรูปชิ้นงาน ซึ่งกระดาษที่นำมาใช้ได้นั้น มีทั้งกระดาษเอ 4, กระดาษสา, กระดาษหนังสือพิมพ์, กระดาษนิตยสาร

“กระดาษแต่ละชนิดก็จะมีลักษณะแตกต่างกัน และเหมาะกับการใช้งานที่ต่างกันไป เช่น กระดาษสา จะมีเนื้อเยื่อและเส้นใยที่เหนียว เหมาะกับการใช้ปั้นงานที่ต้องการความแข็งแรง กระดาษกล่อง มีความเปื่อยยุ่ยมาก เหมาะใช้ปั้นงานที่ต้องการรายละเอียด” สมยศกล่าว
ชิ้นงานที่ทำขึ้นไม่ธรรมดา มีรางวัลหลายเวทีการันตี ส่วนการจำหน่าย สมยศบอกว่า จำหน่ายผลงานในรูปแบบร้านออนไลน์เป็นหลัก ทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก คือ www.reborn2009.com และ www.facebook.com/pages/Reborn2009 ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

“ได้แรงบันดาลใจมาตั้งแต่ตอนเรียนศิลปะที่ต้องทำงานประติมากรรมโลหะ แต่งานโลหะจะมีกระบวนการที่ยุ่งยาก ต้นทุนผลิตสูง จึงมองหาวัสดุใกล้ตัวที่หาง่าย ราคาถูก มาทดแทน จึงมาลงตัวที่เศษกระดาษเหลือใช้”

สมยศ กล่าวต่อไปว่า ชิ้นงานที่ทำขึ้น มีตั้งแต่งานศิลปะ, ของตกแต่ง จนถึงของใช้ภายในบ้าน ทั้งนี้ นอกจากเศษกระดาษที่ถูกนำมาใช้เป็นวัสดุหลักแล้ว ยังนำวัสดุเหลือใช้อื่น ๆ เช่น กล่องกระดาษ, ขวดพลาสติก, ขวดแก้ว, ลวดเก่า ๆ มาใช้ประกอบชิ้นงานด้วย เพื่อชูจุดขายเป็นสินค้าที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือ กรีน โปรดักท์ (Green Product)

จุดเด่นของชิ้นงาน นอกจากมีน้ำหนักเบากว่างานที่ทำขึ้นจากโลหะและสำริดแล้ว ชิ้นงานก็ยังมีลักษณะเฉพาะไม่เหมือนใคร ด้วยเทคนิคการใช้สีตกแต่งชิ้นงาน ด้วยการพยายามทำสีเลียนแบบ “สีของโลหะ” อาทิ ทอง, เงิน, ทองเหลือง, ทองแดง แต่สีที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เป็นที่ชื่นชอบมากของลูกค้าคือการเลียนแบบ “สีสนิมเขียว” ซึ่งเป็นธรรมชาติ และทำให้ชิ้นงานใกล้เคียงกับงานจากโลหะจริงมากที่สุด

สีหลัก ๆ ที่ใช้ตกแต่ง คือ สีอะคริลิก และสีน้ำมัน ส่วนรูปแบบมีทั้งงานเลียนแบบของเก่า และมีทั้งงานศิลปะที่ออกแบบจากจินตนาการของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นประติมากรรมรูปลอย รวมถึงเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น กระจก เชิงเทียน ถาดใส่ของ” สมยศกล่าว

ทุนเบื้องต้น ใช้เงินลงทุนประมาณ 15,000 บาท ส่วนทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 40% จากราคา ซึ่งราคาขายอยู่ที่ 200 บาท ไปจนถึง 6,000 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบชิ้นงาน ขณะที่วัสดุอุปกรณ์นั้น ประกอบด้วย เศษกระดาษเหลือใช้, สีอะคริลิก, สีน้ำมัน, พู่กัน, ซีเมนต์สำเร็จรูป, กาวลาเท็กซ์, แปรง, เกรียง เครื่องปั่น, และวัสดุตกแต่งชิ้นงานตามต้องการ

ขั้นตอนการทำ การแปรรูปเศษกระดาษเพื่อนำมาใช้เป็นวัสดุปั้น เริ่มจากนำเศษกระดาษไปแช่น้ำให้นิ่ม โดยอาจแช่ทิ้งค้างคืนไว้ก่อนประมาณ 1-2 คืน จากนั้นนำกระดาษที่ได้มาใส่เข้าเครื่องปั่นให้เนื้อกระดาษละเอียด ต่อมาให้นำไปผสมกับกาวลาเท็กซ์ และปูนซีเมนต์ ทำการนวดส่วนผสมทั้งหมดให้เป็นเนื้อเดียวกัน นวดต่อไปเรื่อย ๆ จนรู้สึกได้ว่าเศษกระดาษนั้นมีความเหนียวนุ่มและอ่อนตัวคล้ายดินเหนียว จึงสามารถใช้ปั้นเป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามความต้องการ

เมื่อปั้นเสร็จแล้ว ตั้งทิ้งไว้ให้แห้ง จากนั้นทำการลงสีด้วยสีน้ำมันกับสีอะคริลิก ทำการตกแต่งชิ้นงานตามที่ต้องการ เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำงานจากเศษกระดาษเหลือใช้
สมยศ กล่าวว่า เทคนิคที่ใช้ ไม่ได้เป็นสิ่งแปลกใหม่ เพราะมีการใช้มานานแล้ว แต่เคล็ดลับขึ้นอยู่กับ “เทคนิคเฉพาะตัว” หรืออยู่ที่ “การผสมวัสดุ” ที่จะทำให้ได้เนื้อวัสดุที่เหมาะสำหรับใช้ในการปั้นงานได้อย่างเหมาะสม ต้องมีความเหนียวกำลังดี ไม่แข็งหรือนิ่มเกินไป อีกทั้งรักษาความชุ่มชื้นได้ในระยะเวลากำลังดี พอสำหรับขั้นตอนการปั้น

ใครสนใจงาน ’ปั้นกระดาษเลียนแบบงานโลหะ“ ที่ทีม ’ช่องทางทำกิน“ นำมาเสนอในวันนี้ ต้องการจะติดต่อ ก็ติดต่อได้ที่ โทร. 08-9963-6835 หรือตามที่อยู่ทั้งเว็บไซต์และเฟซบุ๊กข้างต้น ถ้าใครสนใจอยากเรียนรู้เทคนิคการทำแบบลงลึกก็สามารถสอบถามได้โดยตรงจากเจ้าของผลงาน ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งชิ้นงานจากเศษวัสดุเหลือใช้ที่น่าสนใจ.

ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ :เรื่อง-ภาพ
ที่มา...http://www.dailynews.co.th/

การ์ตูนดินปั้น งาน Handmade สร้างรายได้

|
อ่านเพิ่มเติม »
 ปั้น ๆ ทำเงิน...งานแฮนด์เมดปั้นดินให้เป็นเงิน คือการนำดินไทย-ดินญี่ปุ่น มาสร้างสรรค์ ใส่ไอเดีย เติมความคิด ซึ่งงานปั้นดินให้เป็นตุ๊กตา เป็นตัวการ์ตูน ก็ถือว่าเป็นงานแฮนด์เมดที่ทำไม่ยาก ขอแค่มีความพยายาม ตั้งใจ สร้างงานให้ออกมาดูน่ารักสวยงาม มีเอกลักษณ์ สร้างงานให้กระแทกใจผู้พบเห็น ก็สามารถสร้างรายได้ ทำเงินได้ เหมือน “บี-อลงกต สกุลอารีย์มิตร” ที่สร้างสรรค์ “การ์ตูนดินปั้น” ที่ดูแบ๊ว ๆ น่ารัก แล้วทำเป็นเครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็น ตุ้มหู, สร้อยคอ, แหวน, กิ๊บติดผม ฯลฯ กลายเป็นสินค้าที่โดนใจลูกค้า เป็น “ช่องทางทำกิน” ได้เป็นอย่างดี...


บี-อลงกต เป็นเจ้าของงานปั้นดินไทย-ดินญี่ปุ่น ให้ออกมาเป็นตุ๊กตา แล้วต่อยอดเป็นสินค้าเครื่องประดับ ตุ้มหู, สร้อยคอ, แหวน, กิ๊บติดผม ฯลฯ รวมถึง พวงกุญแจ, จุกกันฝุ่นมือถือ หรือเป็น งานสำหรับตั้งโชว์ ก็มี โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า “Phicico” ซึ่งมีประสบการณ์ในการสร้างผลงานมานานกว่า 7 ปี ทั้งนี้ ทางเจ้าของงานเล่าว่า จบมาทางด้านเศรษฐศาสตร์ จบมาก็มาทำธุรกิจขายวัสดุก่อสร้างที่เป็นธุรกิจของที่บ้าน ส่วนงานปั้นดินเป็นงานที่ทำเป็นอาชีพเสริม

งานปั้นดินนั้นเริ่มมาจากความชอบงานปั้นดินเป็นทุนเดิม พอชอบก็เลยหัดปั้น ไม่ได้ไปเรียนรู้ที่ไหน หัดเองศึกษาเอง ทดลองทำ ลองผิดลองถูกไปเรื่อย ใช้เวลาอยู่ประมาณ 2-3 เดือน กว่าที่จะได้รูปแบบงานที่พอใจ เป็นงานที่ดูเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เป็นงานที่มีดีไซน์เป็นสไตล์ของตัวเอง ซึ่งตัวการ์ตูนส่วนใหญ่จะออกแบบและคิดแบบด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่จะปั้นเป็นรูปเด็ก รูปคน ตกแต่งใส่ชุดให้ดูมีคาแรกเตอร์

แรก ๆ ก็ปั้นไปให้เป็นของขวัญญาติพี่น้อง และเพื่อน ๆ จนมั่นใจว่าสามารถขายได้ จึงเริ่มผลิตออกมาขาย โดยเริ่มจากทำเป็นพวงกุญแจวางขายก่อน หลังจากนั้นก็เริ่มแตกไลน์สินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทำสินค้าเพิ่มเป็นพวก ตุ้มหู, สร้อยคอ, แหวน, กิ๊บติดผม, จุกกันฝุ่นมือถือ เป็นต้น ซึ่งสินค้าก็ได้รับการตอบรับจากลูก ค้าทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างดี

“งานปั้นดินเป็นตุ๊กตาทำเป็นเครื่องประดับนั้น เราจะต้องพยายามพัฒนาออกแบบสินค้าออกมาใหม่เรื่อย ๆ เรื่องของแพ็กเกจก็สำคัญ อย่างแพ็กเกจของเราก็จะออกแบบให้สวยงามและเข้ากับตัวการ์ตูนตุ๊กตาที่เราผลิตเป็นสินค้าออกมา เพื่อความสวยงาม ซึ่งก็สามารถเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น”

บีกล่าวต่อไปว่า สำหรับการลงทุนเบื้องต้นในการทำงานปั้นดินเป็นตุ๊กตาเป็นตัวการ์ตูน และทำเป็นเครื่องประดับ นั้น ครั้งแรกก็จะเป็นค่าวัสดุในการทำ ซึ่งก็ใช้เงินทุนประมาณไม่เกิน 5,000 บาท


วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทำ หลัก ๆ มีดังนี้คือ...ดินไทย และดินญี่ปุ่น (ที่ใช้ทั้งดินไทยและดินญี่ปุ่นผสมกันเพราะดินไทยจะมีราคาถูกกว่าดินญี่ปุ่น จึงใช้ดินไทยมาปั้นในส่วนที่เป็นโครงสร้างหลักที่ต้องใช้เยอะ ส่วนดินญี่ปุ่นนั้นจะใช้สำหรับตกแต่ง), สีอะคริลิก, กาวร้อน, ลวด, พู่กัน, แล็กเกอร์ และอุปกรณ์สำหรับใช้ทำงานปั้นให้เป็นสินค้า เช่น สายสร้อยสำหรับทำสร้อยคอ แป้นทำตุ้มหู จุกสำหรับปิดกันฝุ่นโทรศัพท์มือถือ กิ๊บติดผม เป็นต้น


วัสดุอุปกรณ์นั้นสามารถหาซื้อได้ทั่วไป หรือจะสั่งซื้อตามอินเทอร์เน็ตก็ได้

ขั้นตอนการทำ...เริ่มจากการผสมสีในดิน โดยนำดินไทยและดินญี่ปุ่นมาทำการผสมสีที่ต้องการ ซึ่งที่ต้องผสมสีดินเพราะดินนั้นเป็นสีขาว โดยการผสมสีดินนั้นไม่ยาก ก็ให้ใช้สีอะคริลิกเทใส่ผสมลงในดินแล้วทำการนวดให้สีนั้นเข้าเป็นเนื้อเดียวกับเนื้อดิน พอสีเข้ากันดีกับดินแล้ว ให้ผึ่งลมไว้ประมาณ 10 นาที แล้วนำดินมานวดซ้ำอีกรอบให้ดินนั้นเซตตัว ไม่ให้ดินเหลวหรือแข็งไป นวดให้ดินนุ่มกำลังดีจะทำให้ปั้นง่ายขึ้น

พอได้ดินที่ผสมสีตามที่ต้องการแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการปั้นเป็นตัวการ์ตูนตามแบบที่ออกแบบไว้ โดยการปั้นนั้นจะแบ่งปั้นเป็น 2 ส่วน คือส่วนหัวของการ์ตูน และส่วนตัวของการ์ตูน โดยเริ่มจากปั้นส่วนหัวก่อน จากนั้นก็มาปั้นส่วนตัว (ถ้าปั้นเป็นจำนวนมากก็ให้ปั้นส่วนหัวจนครบตามจำนวนก่อนถึงจะมาปั้นส่วนตัว เพื่อที่จะได้ไซซ์ที่เท่ากัน)

หลังจากปั้นเสร็จทั้งสองส่วน ก็นำมาประกอบติดเข้าด้วยกัน โดยใช้ลวดเสียบระหว่างส่วนหัวและส่วนตัวเพื่อยึดติด และใช้กาวร้อนยึดติดให้แน่นหนาอีกครั้ง แล้วก็ทำการตกแต่งโดยใช้ดินปั้นติดแขน ขา ลูกตา และทำเป็นชุดให้ตัวการ์ตูนตามแบบที่ออกแบบไว้ ปล่อยทิ้งไว้ให้ดินแห้งสนิท ใช้สีอะคริลิกวาดตกแต่งปากตัวการ์ตูน พักไว้ พอแห้งก็ทำการพ่นแล็กเกอร์เคลือบให้เงาสวยงามมากขึ้น จากนั้นก็นำไปทำเป็นเครื่องประดับ ถ้าทำเป็นสร้อย หรือพวงกุญแจ ก็เจาะรูที่ด้านบนหัว ยึดด้วยห่วงแล้วนำไปใส่ทำเป็นสร้อยหรือพวงกุญแจ ถ้าทำเป็นแหวน กิ๊บติดผม ก็นำไปยึดติดกับแหวนและกิ๊บด้วยติดกาวให้แน่นหนา ถ้าทำเป็นตุ้มหู จะต้องปั้นตัวการ์ตูนเป็นไซซ์เล็ก ประมาณ 1 ซม. ปั้นเป็นชิ้นเดียวกับตัวการ์ตูนเลย ถ้าเป็นตัวการ์ตูนไซซ์เล็กก็รอให้ดินที่ปั้นแห้ง ใช้สีอะคริลิก วาดตกแต่ง เคลือบแล็กเกอร์ แล้วนำไปติดกับแป้นตุ้มหู

สำหรับราคาขายตัวการ์ตูนปั้นจากดินทำเป็นเครื่องประดับ ของ บี-อลงกต ราคามีตั้งแต่ 59 บาท ไปจนถึง 1,500 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบ ลักษณะของสินค้า และความยากง่ายของชิ้นงาน อย่างราคาหลักพันนั้นก็จะเป็นงานตั้งโชว์

***************

ใครสนใจผลงานของกรณีศึกษา ’ช่องทางทำกิน“ รายนี้ สนใจงาน ’การ์ตูนดินปั้น“ ทำเป็นเครื่องประดับ หรืองานแบบตั้งโชว์ ของ บี-อลงกต สามารถไปชมสินค้าได้ที่ห้างสยามพารากอน แผนกบีเทรน หรือที่ร้าน Loft รวมถึงที่ตลาดนัดสวนจตุจักร หรือเข้าไปดูงานได้ที่ www.phicicodoll.com หรือ www.facebook.com/PhicicoDoll และโทรฯ สอบถามได้ที่ โทร.08-7700-0945.



คู่มือลงทุน...งานการ์ตูนดินปั้น

ทุนเบื้องต้น ประมาณ 5,000 บาท

ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 50% ของราคา

รายได้ ราคา 59-1,500 บาท/ชิ้น

แรงงาน 1 คน

ตลาด ตลาดนัดวัยรุ่น, ขายออนไลน์

จุดน่าสนใจ แฮนด์เมดขายไอเดียราคาดี

ที่มา..http://www.dailynews.co.th/

ซองใส่มือถือ ไอเดีย กวนๆ ทำเงิน

| วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »

ความสำเร็จของสินค้างานแฮนด์เมด นอกจากรูปแบบต้องโดดเด่นสะดุดตาแล้ว การสร้างตราสินค้า หรือสร้างแบรนด์ ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้กัน เพราะจะทำให้ลูกค้าจดจำสินค้าได้ ลูกค้าเกิดความคุ้นเคย และสนใจซื้อสินค้า อย่างเช่นสินค้า “ซองหนังใส่โทรศัพท์มือถือ” ที่ทีม “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอ...

“อุทิศ แก้วกาหลง” เจ้าของงานไอเดียชิ้นนี้ เล่าว่า หลังเรียนจบด้านรัฐศาสตร์ก็ไปทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศอยู่พักใหญ่ ต่อมารู้สึกว่าไม่ถนัดกับงานแบบนี้ ชอบงานอิสระ จึงตัดสินใจลาออกมาทำอาชีพค้าขายทั่วไป ก่อนจะหันมาทำโมเดลจำลองตัวการ์ตูนและหุ่นยนต์ขาย จนตอนหลังตลาดมีคู่แข่งอยู่มาก จึงคิดว่าน่าจะลองประดิษฐ์สินค้า ที่เป็นรูปแบบเฉพาะของตนเองขึ้น จึงเริ่มทำพวงกุญแจตัวการ์ตูน โดยระยะแรกทดลองนำไปแจกให้กับเพื่อนฝูงและคนรู้จัก ปรากฏว่าหลายคนชอบ จึงคิดว่าน่าจะพัฒนามาเป็นสินค้าได้ จึงเริ่มทำจริงจังโดยวางจำหน่ายที่บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี รามคำแหง ซึ่งเป็นทำเลประจำจนถึงปัจจุบัน

หลังจากทำพวงกุญแจ ต่อมาก็พัฒนามาเป็นตุ๊กตาสำหรับห้อยกับโทรศัพท์มือถือ และ “ซองหนังใส่โทรศัพท์มือถือ” โดยรูปแบบสินค้าจะเน้นที่ “ตัวการ์ตูนหน้าตากวน ๆ สีสันสดใส” เพราะ ตนเองชอบงานในรูปแบบนี้อยู่แล้ว ต่อมาคิดว่าในตลาดสินค้าแฮนด์เมด การลอกเลียนแบบหรือก๊อบปี้มีสูง จึงคิดว่าสินค้าก็น่าจะมี “ยี่ห้อ” เพื่อให้ลูกค้าจดจำได้ จึงใช้ชื่อ “แขกดอย” ซึ่งเป็นคำผวนที่เพื่อนมักชอบเรียกชื่อเล่นของตน

“นอกจากลูกค้าจะจำสินค้าได้ ชื่อนี้ก็ใช้เป็นชื่อที่ทำให้ลูกค้าสนิทกับเราได้มากขึ้น เพราะชื่อสินค้าไปได้ดีกับรูปแบบสินค้าของเราที่เป็นตัวการ์ตูนกวน ๆ ก็ถือว่าได้ประโยชน์จากแบรนด์สองทาง” อุทิศบอก

สำหรับรูปแบบของชิ้นงานในปัจจุบันที่ทำจำหน่ายอยู่นั้น มีอยู่ 3 ชนิดคือ ที่ห้อยโทรศัพท์มือถือ พวงกุญแจ และซองโทรศัพท์มือถือ โดย ชนิดหลังลูกค้าให้การตอบรับเป็นพิเศษ เพราะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มาก ทั้งใส่โทรศัพท์มือถือ ทั้งใส่เศษสตางค์ รวมถึงใส่ของกระจุกกระจิก ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่น นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ รูปแบบชิ้นงาน จึงเน้นสีสันฉูดฉาด ส่วนตัวการ์ตูนก็จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ โดยจุดเด่นอยู่ที่รอยยิ้ม

ทุนเบื้องต้นของงานประเภทนี้ อยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไป ส่วน ทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 40% จากราคาขาย ส่วนรายได้-ราคาขาย ต่ำสุดชิ้นละ 49 บาท ขึ้นไปจนถึงชิ้นละ 89 บาท ขึ้นกับขนาดและชนิดสินค้า

วัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการทำ ประกอบด้วย เข็มกับด้ายสีสันต่าง ๆ, กระดุมสีขนาดต่าง ๆ สำหรับใช้ตกแต่งตัวการ์ตูน, สแตรปเปิ้ล (เครื่องเย็บกระดาษ), ดินสอ, ไม้บรรทัด, คีม, ฝากระป๋อง สำหรับใช้เป็นแม่พิมพ์ร่างแบบ, หนังเทียม สีสันต่าง ๆ, ห่วงสำหรับทำพวงกุญแจและร้อยเชือก, เชือกฝ้ายสำหรับสะพาย และหนังยางมัดผม

ขั้นตอนการทำ เริ่มจากร่างแบบตัวการ์ตูนที่ออกแบบไว้ลงบนกระดาษแข็ง จากนั้นทำการตัดกระดาษตามแบบที่ร่างไว้เพื่อใช้เป็นแบบในการตัดหนังเทียม เพื่อขึ้นรูปเป็นตัวการ์ตูน นำแบบที่ได้มาทาบลงบนด้านหลังของหนังเทียม จากนั้นทำการลากเส้น และตัดขึ้นรูปตามแบบ ขั้นต่อไปให้นำส่วนประกอบที่ตัดขึ้นรูปไว้มายึดติดด้วยเครื่องยิงกระดาษเพื่อให้ชิ้นงานไม่ขยับขณะทำการเย็บ นำผ้าขาวมารองพื้นตรงบริเวณด้านหลังของหนัง เพื่อปิดบังไม่ให้เห็นรอยเย็บ ทำการเย็บขึ้นรูปเป็นตัวการ์ตูนโดยใช้กระดุมหรือด้ายเย็บเป็นลวดลายต่าง ๆ ตามที่ออกแบบไว้

มีข้อแนะนำคือ ด้ายที่ใช้เย็บเป็นตัวการ์ตูนควรใช้เป็นสีเดียวกับหนังเทียมที่ขึ้นรูปเป็นส่วนลำตัว และการตัดแผ่นหนังที่จะใช้เป็นส่วนประกอบของซองโทรศัพท์ด้านหน้าและหลังนั้น ด้านหลังต้องวัดเผื่อความยาวจากด้านหน้าประมาณ 4 เซนติเมตร เพื่อที่จะพับเป็นฝาปิดซอง เมื่อได้แล้วให้ทำการกรีดหนังเทียมด้วยคัตเตอร์ที่ด้านหลังของซองโทรศัพท์ เพื่อให้เป็นที่ใส่ห่วงสำหรับร้อย

จากนั้นทำการเย็บประกบแผ่น หนัง และร้อยเชือกสำหรับสะพาย เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

“รายได้ในปัจจุบัน นอกจากจะมีจากการผลิตสินค้าเพื่อวางขายที่หน้าร้านแล้ว ก็ยังมีรายได้เสริมอีกทางจากการรับผลิตงานตามแบบของลูกค้าที่สั่งทำพิเศษ เพื่อนำไปใช้เป็นของที่ระลึก ของชำร่วย ในงานแต่งงาน หรืองานอื่น ๆ อีกด้วย” เจ้าของงานกล่าว

อุทิศมีทำเลขายชิ้นงานไอเดีย รวมถึง “ซองหนังใส่โทรศัพท์มือถือ” ที่บริเวณด้านหน้าห้างบิ๊กซี สาขารามคำแหง โดยขายประจำทุกวันเวลา 20.00-22.00 น. ใครสนใจก็ลองแวะเวียนไปดูกันได้ หรือหากต้องการติดต่อกับอุทิศก็ติดต่อได้ที่ โทร. 08-5159-1191 08-5159-1191 หรือที่อีเมล kake252@hotmail.com.

ที่มา เดลินิวส์ http://www.dailynews.co.th/

ซองใส่มือถือ ไอเดีย กวนๆ ทำเงิน

Posted by : TAI2U on :วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

Yhor รองเท้าหนังผสานผ้าไทย สไตล์ไม่ซ้ำ

| วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »

กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ที่เมื่อถึงจุดอิ่มตัวมนุษย์เงินเดือนจะตัดสินใจลาออกจากงานประจำเลือกเดินในเส้นทางธุรกิจ ยึดอาชีพเป็นนายตัวเอง เช่นเดียวกับอดีตเซลส์แมนจากองค์กรใหญ่ กล้าแหวกแนวทำรองเท้าหนังแบรนด์ “Yhor” (ยอร์) ประยุกต์ผ้าไทยแต่งลวดลายไม่ซ้ำ มองไกลตลาดอินเตอร์

       ต้นทุนในวัยเด็กที่เคยคลุกคลีกับแวดวงรองเท้ามาบ้าง จากคุณพ่อเป็นดิสทริบิวเตอร์ขายรองเท้า มีโอกาสได้ช่วยในธุรกิจนี้ ทำให้เมื่อ “นายวีรวิชญ์ ส่งพิริยะกิจ” ผู้เป็นลูกชายอยากทำธุรกิจก็นึกถึงรองเท้าขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ แต่โจทย์ยากอยู่ที่จะทำอย่างไรให้มีความแตกต่าง และสะดุดแก่ผู้พบเห็น

       เขาจึงนำความชอบส่วนตัวที่เห็นผ้าไทยทอมือของชาวบ้านแล้วรู้สึกว่ามีเสน่ห์ เปี่ยมคุณค่า และน่านำมาเพิ่มมูลค่าได้ จึงคิดนำมาเป็นองค์ประกอบหนึ่งของรองเท้า สุดท้ายจึงกลายเป็นที่มาของรองเท้าหนังผ้าไทยแบรนด์ “Yhor”


       “ตอนที่ผมเป็นพนักงานประจำได้ระยะหนึ่งก็รู้สึกเบื่ออยากออกมาทำธุรกิจของตัวเอง ประกอบกับโดยส่วนตัวผมชอบเดินทางท่องเที่ยว กระทั่งไปเจอกลุ่มชาวบ้านที่ทอผ้าขาย เห็นว่าสวยดีมีลวดลายแปลกๆ และสีสันไม่ซ้ำเพราะเป็นสีจากธรรมชาติ ก็คิดว่าผ้าเหล่านี้น่าจะนำมาต่อยอดได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เสื้อผ้า ของกระจุกกระจิก ก็ล้วนมีคนนำผ้าไทยมาประยุกต์เป็นสินค้าแล้ว ผมจึงมองไปที่รองเท้าที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ก็พบว่ายังไม่มีคนนำหนังแท้กับผ้าไทยมาทำเป็นรองเท้า”

       เมื่อเขามุ่งมั่นที่จะเดินเข้าสู่วงการผลิตรองเท้าหนังจากผ้าไทย ก็ตัดสินใจลาออกจากงานประจำทันที อาศัยกินเงินเก่าไปวันๆ พร้อมกับไปเรียนการผลิตรองเท้าหนังขั้นพื้นฐานจากสถาบันออกแบบรองเท้าโดยเฉพาะ ที่สอนตั้งแต่ภาคทฤษฎี ทำแพตเทิร์น และลงมือทำรองเท้าขึ้นเอง ขั้นตอนเหล่านี้เขาใช้เวลา 1 ปีในการเรียนรู้และลองผิดลองถูก โดยมีอาจารย์เป็นที่ปรึกษา
       การเลือกเฟ้นโรงงานผลิตเป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการออกแบบ เพราะกว่าจะนำไอเดียมาประยุกต์วัสดุสองอย่างให้ใช้งานได้จริงเป็นเรื่องใหม่สำหรับโรงงาน ปัญหาหลักในช่วงแรกที่เจอ คือ ผ้าบางกว่าหนัง ดังนั้นจะทำอย่างไรให้ผ้ามีความแข็งแรงเหมือนหนัง ขั้นตอนนี้กว่าจะลงตัวต้องใช้เวลาหลายเดือน กระทั่งเริ่มธุรกิจได้เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา



       ตลาดต่างประเทศคือเป้าหมายหลักที่เขามองไว้ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นที่ชอบในงานผ้า และสีสัน ขณะที่รูปแบบรองเท้าก็ครอบคลุมทุกการใช้งาน Yhor ออกแบบรองเท้าไว้ 3 กลุ่ม ได้แก่ ทรงทางการ มีการนำผ้าไทยเข้าไปเป็นซับใน, แบบลำลอง นำผ้าไทยมาผสมผสานเข้ากับหนัง และแบบที่ใช้ผ้าไทยล้วนๆ หวังโชว์เอกลักษณ์และลวดลายผ้าไทยแบบเต็มๆ ทำให้สวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย ขณะที่ในส่วนของหนังวัวเป็นหนังออยล์ หนังกลับ หนังนิ่ม หนังนูบัค หนังซีซีโอ สามารถทำความสะอาดได้ง่ายเพียงนำแปรงสีฟันมาจุ่มลงในน้ำสบู่ ค่อยๆ แปรงลงไปที่รอยเปื้อนเท่านั้น


       “นอกจากผ้าไทยที่เราเลือกนำมาเป็นส่วนตกแต่งรองเท้าหนังแล้ว ผ้าไทยยังมีคุณสมบัติพิเศษ คือไม่เก็บความชื้น ไม่เก็บกลิ่น ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นเหงื่อ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนวัยทำงานอายุไม่เกิน 30 ปี และผู้ใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง และชื่นชอบรองเท้าหนังแท้ เนื่องจากสวมใส่สบายไม่กัดเท้า ภายในมีการบุผ้าอย่างดี ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงที่ให้ความสนใจ ทำให้รองเท้า Yhor มีแบบผู้ชายประมาณ 8-10 แบบ และหญิงอีก 4-5 แบบ แนวโน้มจะผลิตรองเท้าผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น โดยราคาอยู่ที่ 1,500-2,500 บาท”

       สำหรับอนาคต เขามองตลาดต่างประเทศ เริ่มจากกลุ่มลูกค้าประเทศแถบเอเชียก่อน อย่าง เวียดนาม มาเลเซีย และเกาหลี และจึงขยายไปประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ต่อไป รวมถึงมองหาคู่ค้าที่จะรับสินค้าไปจำหน่ายต่อ แต่ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะขณะนี้รองเท้า Yhor มีกำลังการผลิตเพียง 400-500 คู่/เดือนเท่านั้น และยังมีขั้นตอนการทำมือ (ทากาว, ตัดหนัง) อยู่ประมาณ 70% นอกนั้นใช้เครื่องจักรจากโรงงาน ส่วนแผนการพัฒนาสินค้า จะแตกไลน์ผ้าไทยเป็นสินค้าตกแต่งบ้าน และนำวัสดุอื่นที่ไม่น่าจะมาหลอมรวมกันได้ทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมา


       ***สนใจติดต่อ 08-4529-5144 หรือที่ www.yhorstyle.com, Facebook : YHORSTYLE***



ที่มา....http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9570000013247

Yhor รองเท้าหนังผสานผ้าไทย สไตล์ไม่ซ้ำ

Posted by : TAI2U on :วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

กระเป๋าแฟชั่น ธุรกิจที่ไม่ตกยุค

| วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557
อ่านเพิ่มเติม »
 คงไม่ผิดหากจะพูดว่า กระเป๋าแฟชัน กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณผู้หญิงทั้งหลาย เพราะทุกวันนี้มองไปทางไหนก็ต้องเห็นผู้หญิงมีกระเป๋ากันแทบทุกคน จึงนับได้ว่าพ่อค้าแม่ค้าบ้านเราที่ขายกระเป๋าอยู่นี่มีรายได้กันทุกเดือนเลยละ 555
 กระเป๋าแฟชั่นเป็นอะไรที่ต้องตาม ยุคตามสมัยนิดนึงเพราะหากขายแบบเดิมๆ หรือ รูปแบบเดิมๆ อาจจะตกยุคไม่ทันเจ้าอื่นเอานะ เพราะ พ่อค้าแม่ค้า ที่เขาขายๆกันได้แบบมีกำไรเยอะๆ นอกจากได้กำไรจากการขายส่งแล้ว ยังได้กำไร จากการที่ขายของตาม เทรนด์นี่แหละ ถ้าจะดูเทรนด์ว่า ช่วงนี้ขายแนวไหนดี ก็ ดูดาราเลยจ้า ส่วนใหญ่เขาจะเน้นตามดารา เป็นหลัก ที่เหลือก็แล้วแต่ความชอบล่ะ
 ถ้าอยากทำร้านขายกระเป๋าแฟชั่นจริงๆ ก็มีข้อแนะนำนิดหน่อย คือ
ต้องมีความรู้ เพราะทุกวันนี้กระเป๋านั้นมีของก๊อปเยอะ และหลายๆคนคงขายของก๊อปกันเยอะเหมือนกัน อันนี้เรื่องจริงๆ 555 เพราะฉะนั้นเราต้องดูออกอันไหนจริง อันไหน ก๊อป จะได้ตอบลูกค้าถูก อย่าขายมั่วๆนะ
ต้องมีแหล่งรับของ  บ้านเราก็ง่ายๆเลย โรงเกลือนี่แหละ ถูกดี แต่ต้องคัดหน่อยนะ เพราะของมีเยอะ ดีบ้างไม่ดีบ้างแล้วแต่สายตา ต่อรองได้ เรื่องมากก็ได้ หากไม่อยากไปไกล ก็ สำเพ็ง  ใกล้ดี หรือ สั่งนำเข้าจากจีน แล้วมาขายออนไลน์ก็ดีนะ
ต้องทันกระแส อย่างที่บอกว่าของแบบนี้มัน ตกยุคตกเทรนด์เร็วมาก แม้จะขายได้เรื่อยๆ แต่ถ้ามีการอัพเดทของใหม่ๆ อะไรใหม่ๆ รับรองขายดีแน่ๆ

ในส่วนอื่นๆ เช่น ทำเล กับ เงินทุน ก็ น่าจะต้องเตรียมกันใว้แล้ว หากต้องการเปิดร้านจริงๆ แนะนำให้ลองไปศึกาาร้านแถวๆเปิดท้ายดูก่อน เอาร้านที่ขายดีๆ ลองดูเขาขายแนวไหน การจัดร้านเป็นอย่างไร อันนี้หลักสูตร เร่งรัด เอาง่าย เลย


กระเป๋าแฟชั่น ธุรกิจที่ไม่ตกยุค

Posted by : TAI2U on :วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557 With 0ความคิดเห็น

Patploy กระเป๋าผ้าต่อ น่ารักกำไรงาม

| วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556
อ่านเพิ่มเติม »

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแค่ในต่างประเทศเท่านั้น ที่หันมาดูแลใส่ใจในเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อม ในบ้านเราก็หันมาให้ความสนใจกับเรื่องนี้ไม่แพ้กัน สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือคนไทยเริ่มตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

Patploy กระเป๋าผ้าต่อ น่ารักกำไรงาม

Posted by : TAI2U on :วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556 With 0ความคิดเห็น
Prev
▲Top▲